บอร์ดแข่งขันการค้าเชิญตัวแทนซีพีถก 7 เงื่อนไขให้ต้องปฏิบัติตามกรณีควบรวม Tesco Lotus 27 ม.ค. 2564

กองบรรณาธิการ TCIJ 25 ม.ค. 2564 | อ่านแล้ว 520 ครั้ง

บอร์ดแข่งขันการค้าเชิญตัวแทนซีพีถก 7 เงื่อนไขให้ต้องปฏิบัติตามกรณีควบรวม Tesco Lotus 27 ม.ค. 2564

คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าเผยเชิญตัวแทนของกลุ่มซีพีเข้ามารับฟังเงื่อนไขรายละเอียดและแนวปฏิบัติตามเงื่อนไข 7 ต้องปฏิบัติตามกรณีควบรวม Tesco Lotus วันที่ 27 ม.ค. 2564 นี้

เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ รายงานเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2564 ว่านายสกนธ์ วรัญญูวัฒนา ประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เปิดเผยว่ากลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือกลุ่ม CP ได้แจ้งรับทราบมติของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าที่มีมติเสียงข้างมากอนุญาตให้ควบรวมธุรกิจควบรวมกิจการกับบริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จํากัด ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกภายใต้เครื่องหมายการค้า Tesco Lotus ในประเทศไทย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยก่อนหน้านี้ทางกลุ่มบริษัทซีพีได้มีการแจ้งมติการควบรวมกิจการของซีพีกับเทสโก้โลตัสในไทยกับเทสโก้อังกฤษแล้ว รวมทั้งได้มีการแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ผลการควบรวมเสร็จสมบูรณ์แล้ว รวมทั้งได้มีการยอมรับเงื่อนไข 7 ข้อที่ต้องปฏิบัติตามที่ได้รับอนุญาตให้รวมธุรกิจ

“ภายหลังจากนี้คณะกรรมการฯมีหน้าที่ติดตามการดำเนินธุรกิจของกลุ่มซีพีที่ควบรวมกิจการกับเทสโก้โลตัสให้ปฏิบัติตามเงื่อนไข 7 ข้อ อย่างเคร่งครัด ว่าได้มีการปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวได้ครบหรือไม่”

นายสกนธ์ กล่าวว่าขั้นตอนต่อไปนั้น ในวันที่ 27 ม.ค.นี้ ทางคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าได้เชิญตัวแทนของกลุ่มซีพีเข้ามารับฟังเงื่อนไขรายละเอียดและแนวปฏิบัติตามเงื่อนไข 7 ข้อดังกล่าวต่อไปซึ่งเป็นการย้ำให้ปฏิบัติตามหลังจากที่มีการควบรวมกิจการแล้ว

สำหรับ 7 เงื่อนไขให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตให้รวมธุรกิจปฏิบัติ ประกอบด้วย

1. ห้ามรวมธุรกิจอื่น ๆ ในตลาดค้าปลีกเป็นเวลา 3 ปี ไม่รวมตลาดอีคอมเมิร์ซ

2. เพิ่มสัดส่วนยอดขายจากสินค้าเกษตรชุมชน เอสเอ็มอี หรือผลิตภัณฑ์ OTOP ในร้านค้าในเครือเพิ่มขึ้นอย่างน้อยปีละ 10% เป็นเวลา 5 ปี

3. ห้ามใช้ข้อมูลร่วมกันหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการตลาดที่เกี่ยวข้องกับผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายสินค้าหรือวัตถุดิบ และให้ถือว่าเป็นความลับทางการค้า

4. ห้ามให้เทสโก้ โลตัสเปลี่ยนแปลงสัญญากับซัพพลายเออร์สินค้าเป็นระยะเวลา 2 ปี

5. ให้สนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้วยการให้สินเชื่อการค้าเป็นระยะเวลา 30-45 วัน นับจากวันที่ยื่นเอกสารเรียกเก็บเงินเป็นระยะเวลา 3 ปี

6. ให้จัดทำรายงานผลประกอบการธุรกิจ ภายใต้การดำเนินการตามกำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขที่ได้รับจาก กขค. กำหนดเป็นเวลา 3 ปี

7. ให้กำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติทางการค้าที่ดี เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชนและถือปฏิบัติตามมาตรฐานดังกล่าว

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: