30 มี.ค. ไทยพบผู้ติดเชื้อใหม่ 136 คน รวมผู้ติดเชื้อสะสม 1,524 คน

กองบรรณาธิการ TCIJ 30 มี.ค. 2563 | อ่านแล้ว 253 ครั้ง

30 มี.ค. ไทยพบผู้ติดเชื้อใหม่ 136 คน รวมผู้ติดเชื้อสะสม 1,524 คน

30 มี.ค. 2563 ศบค. แถลงไทยพบผู้ติดเชื้อใหม่ 136 คน รวมผู้ติดเชื้อสะสม 1,524 คน แนวโน้มการเพิ่มของผู้ติดเชื้อไทยใกล้เคียงกับมาเลเซีย แต่น้อยกว่า อเมริกา, อิตาลี, จีน

30 มี.ค. 2563 Thai PBS รายงานว่า นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กล่าวว่า ผลประชุมศูนย์โควิด-19 วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำเรื่องการสื่อสารกับประชาชน โดยเฉพาะทางโซเชียลมีเดีย และยังเน้นย้ำเรื่องระยะห่างทางสังคม เพื่อลดการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19

ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า สถานการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อในไทยเพิ่มขึ้น 136 คน รวมตัวเลขสะสม 1,524 คน พบใน 59 จังหวัด โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร กทม. นนทบุรี ตัวเลขยังสูงอยู่ ส่วนในต่างจังหวัดก็ยังมีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การกระจายตัวอยู่ที่ จ.ภูเก็ต กระบี่ และ 3 จังหวัดชายแดนใต้ และสระแก้ว ส่วนภาคอีสานจะอยู่ที่ จ.อุบลราชธานี

“สิ่งที่เน้นย้ำของการติดเชื้อรายใหม่ในแต่ละวัน เป็นการติดเชื้อรายใหม่ในต่างจังหวัดมากกว่า กทม. ตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา”

โฆษก ศบค.กล่าวว่า ส่วนมาตรการในการรับมือ ทั้งในภูเก็ต ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส มีการยกระดับมาตรการที่เข้มข้น เพื่อไม่ให้คนเดินทาง เช่น มาตรการในภูเก็ต พบผู้ติดเชื้อแล้ว 41 คน มีกักตัวที่บ้าน 298 คน เป็นคนไทย 252 คน ต่างชาติ 37 คน มีการปิดสถานที่เสี่ยง 2532 แห่ง ห้ามประชาชนออกพื้นที่ชายหาดทุกแห่ง สวนสัตว์ และงดออกจากที่พัก 20.00-03.00 น.

“แนวโน้มผู้ป่วยสะสมของไทย มีตัวเลขแนวโน้มที่สูงขึ้น เมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกา จีน อิตาลี แต่ยังดีกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับอาเซียน โดยของไทยใกล้เคียงกับมาเลเซีย แต่ยังน้อยกว่า”

คนไทยร่วมมือลดใช้รถส่วนตัว-ขนส่งมวลชน

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า ในช่วงช่วงเวลาที่ผ่านมา วันเสาร์ที่ 28 มี.ค. มีการสัญจรไปมาลดลงจากวันเสาร์ก่อนหน้า โดยรถประจำทางลดลง 45.58% จากจำนวนประมาณ 8 แสนเศษ ลดลงเหลือ 450,000 คัน ส่วนรถยนต์ส่วนบุคคล ลดลง 41.33% จากตัวเลข 2 ล้านกว่าคัน เหลือเพียง 1.2 ล้านคัน

ขณะที่การใช้รถไฟฟ้า 58.63% จาก 3 แสนกว่าคน เหลือ 1.4 แสนคน รถไฟระหว่างเมืองลดลง 64.67% จาก 38,000 คน เหลือ 31,000 คน ทางน้ำลดลง 40% ต้องขอความร่วมมือมากยิ่งขึ้น ต้องลดลง 90% จึงจะได้ผล

อย่าให้ใช้ยาแรง ต้องอยู่บ้าน-เลิกสังสรรค์

ด้าน นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การดำเนินการของ สธ. พบว่าพฤติกรรมคนไทยมีการเปลี่ยนแปลง จากการสำรวจช่วงวันที่ 27-28 มี.ค.2563 พบว่า 71% ทำเป็นสัย ในการหลีกเลี่ยงไปที่แออัด 67.9% ห่างกันเกิน 2 เมตร อยากเน้นให้ประชาชนทำให้มากกว่านี้ การพบผู้ป่วยใหม่แต่ละวันที่เพิ่มเพียงหลักร้อย เป็นเพราะความร่วมมือของประชาชนทุกคน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการประชุมศูนย์โควิด-19 กล่าวว่า ที่ประชุมได้ทบทวนมาตรการต่างๆ ตั้งแต่วันประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินมาครบ 7 วัน ภาพรวมถือว่าน่าพอใจในการเทียบตัวเลขผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิต แต่ยังมีบางส่วนที่ทำให้เกิดความเสียหาย และขอให้เข้มงวดเพื่อไม่นำไปสู่มาตรการที่รุนแรงคือการขอให้อยู่กับบ้าน

นายวิษณุ กล่าวอีกว่า แม้ว่าช่วงเสาร์-อาทิตย์ ยังมีรถออกมามาก และกิจกรรมสังสรรค์ควรจะต้องงดได้ เพราะยังเจอมีการทำแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และวันนี้ได้ส่งสัญญาณขอร้องไปยังสถานีโทรทัศน์ต่างๆที่จะงดการถ่ายทอดการชกมวย และกิจกรรมกีฬา ซึ่งได้รับรายงานว่าการแข่งเจ็ตสกีในแม่น้ำเจ้าพระยา และอื่นๆที่เป็นพื้นที่เสี่ยง

“มีการส่งข้อมูลว่าวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างล่อแหลม ถ้าไม่สวมหน้ากากอนามัย และบางจังหวัดภาคอีสาน การใส่บาตรที่ใช้มือจกข้าวเหนียวเอามือใส่ในบาตรพระ และการทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น ที่มีพระอยู่จำนวนมาก รวมทั้งกองถ่ายละคร มีคนในกองถ่ายจำนวนมาก ต้องระมัดระวังในส่วนนี้ ”

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ