แอมเนสตี้เปิดรายงานชี้ 'กองทัพไทย' เป็นต้นเหตุให้ 'ทหารเกณฑ์' ถูกคุกคาม-กดขี่-ล่วงละเมิด

กองบรรณาธิการ TCIJ 24 มี.ค. 2563 | อ่านแล้ว 503 ครั้ง

แอมเนสตี้เปิดรายงานชี้ 'กองทัพไทย' เป็นต้นเหตุให้ 'ทหารเกณฑ์' ถูกคุกคาม-กดขี่-ล่วงละเมิด

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลฯ ออกแถลงการณ์ กรณีทหารเกณฑ์ต้องเผชิญต่อการคุกคาม การทำร้ายร่างกาย และการถูกละเมิดทางเพศอย่างกว้างขวาง | ที่มาภาพประกอบ: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้จัดการออนไลน์ รายงานเมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2563 ระบุว่าแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลฯ ได้ออกแถลงการณ์ กรณีทหารเกณฑ์ต้องเผชิญต่อการคุกคาม การทำร้ายร่างกาย และการถูกละเมิดทางเพศอย่างกว้างขวาง

โดยรายงานฉบับใหม่ของ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล สำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก ที่เผยแพร่เปิดเผยว่า ‘กองทัพไทย’ เป็นต้นเหตุทำให้ ‘ทหารเกณฑ์ใหม่’ ต้องตกเป็นเป้าการทำร้ายร่างกาย การกลั่นแกล้งให้อับอาย และถูกละเมิดทางเพศอย่างสม่ำเสมอ โดยมักมีลักษณะเป็นการทรมาน

ในรายงานฉบับใหม่ที่ชื่อว่า “We were just toys to them” (“เราก็เป็นแค่ของเล่นเขา”) บันทึกข้อมูลการปฏิบัติมิชอบอย่างเป็นแบบแผน และอย่างกว้างขวางมาเป็นเวลานานต่อทหารเกณฑ์ใหม่ โดยในหลายครั้งมีลักษณะเป็นการข่มขืนกระทำชำเรา

แคลร์ อัลการ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย รณรงค์ และนโยบาย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยว่า การปฏิบัติมิชอบต่อทหารเกณฑ์ใหม่ในกองทัพไทย เป็นสิ่งที่รู้กันอย่างกว้างขวาง แต่ถูกเก็บเป็นความลับ งานวิจัยของเราเผยให้เห็นว่า การปฏิบัติมิชอบเช่นนี้เกิดขึ้นจนเป็นปกติ มากกว่าจะเป็นข้อยกเว้น กองทัพมักพยายามปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้อย่างจงใจ ทหารเกณฑ์ เล่าให้ฟังว่า จ่าและครูฝึกทุบตีทำร้ายพวกเขาอย่างทารุณ ด้วยท่อนไม้ และด้ามปืน นอกจากนั้น ยังถูกละเมิดทางเพศ และถูกฝึกอย่างหนักจนหมดสติ

“เจ้าหน้าที่ทุกระดับชั้นในสายการบังคับบัญชา มีส่วนรับผิดชอบต่อวัฒนธรรมความรุนแรง และการเหยียดศักดิ์ศรีของมนุษย์ ทางการไทยต้องดำเนินการโดยทันทีเพื่อยุติการปฏิบัติมิชอบ และลดทอนความเป็นมนุษย์เช่นนี้ ก่อนจะถึงรอบการเกณฑ์ทหารประจำปี ซึ่งจะมีขึ้นในเร็วๆ นี้ และให้ตั้งคณะกรรมการการตรวจสอบเพื่อสอบสวนอาชญากรรมเหล่านี้”

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้สัมภาษณ์ทหารเกณฑ์ ครูฝึก ทั้งที่ปลดประจำการแล้ว และยังประจำการอยู่ รวมถึงนายทหารระดับผู้บังคับบัญชา ทั้งหมด 26 คน พบว่า นอกจากจะถูกลงโทษทางร่างกายแล้ว ทหารเกณฑ์ต่างพูดถึงการฝึกรูปแบบต่างๆ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อดูหมิ่นศักดิ์ศรี มีการบังคับให้กระโดดลงไปในบ่อเกรอะ และบังคับให้ทานข้าวโดยใช้ปากเท่านั้น “เหมือนหมา”

รายงานข้อมูลการละเมิดทางเพศ และการกลั่นแกล้งให้อับอาย จึงเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง ผู้ให้สัมภาษณ์ระบุว่า ถูกครูฝึกบังคับให้ช่วยตนเองจนสำเร็จความใคร่ และให้หลั่งน้ำอสุจิต่อหน้าคนอื่น อีกหลายคนบอกว่าถูกละเมิดทางเพศ หรือเป็นพยานต่อการข่มขืน ทหารเกณฑ์ที่ระบุว่าหรือถูกเข้าใจว่าเป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศ กล่าวว่า ครูฝึกมักเลือกพวกเขาเป็นเป้าหมายของความรุนแรง การคุกคาม และการเลือกปฏิบัติทางเพศ การลงโทษโดยการทำร้ายร่างกาย การฝึกท่าที่เป็นอันตราย และการกลั่นแกล้งให้อับอาย

ทหารเกณฑ์ บอกว่า พวกเขามักถูกลงโทษด้วยการทุบตี เตะต่อย และตกเป็นเป้าหมายการทำร้ายร่างกายรูปแบบอื่นๆ โดยครูฝึกใช้ทั้งมือ ไม้หน้าสาม รองเท้าบูตทหาร หมวกทหาร และในบางครั้งยังใช้ด้ามปืนเป็นอาวุธ

“ไม่มีวันไหนที่ไม่โดนซ่อม” ผู้ให้สัมภาษณ์คนหนึ่งบอกกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล “ครูฝึกเขามีเหตุผลจะซ่อมเราทุกครั้ง บางทีก็บอกว่าตอบไม่ดังพอ อาบน้ำช้าเกินไป ไม่ทำตามคำสั่งเป๊ะๆ สูบบุหรี่”

อีกคนหนึ่งบอกว่า “ทหารเกณฑ์... เคยโดนจับได้ว่าดื่ม [เหล้า] เขาเลยโดนซ้อมหนักมาก ผมเห็นเลือดกบปากเขาเลย”

ทหารเกณฑ์ยังบอกว่า ถูกบังคับให้ฝึกอย่างหนักจนเกินกำลัง โดยเป็นรูปแบบหนึ่งของการลงโทษ รวมถึงการถูกบังคับให้ยืนในท่าที่มักทำให้เป็นลมหรือได้รับบาดเจ็บ

จากข้อมูลของอีกคนหนึ่ง ระบุว่า “ทหารเป็นลม 3-4 คนทุกวัน เขามีห้องพยาบาลอยู่ คนพวกนี้ก็จะถูกส่งไป” อีกคนหนึ่งบอกกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ว่า “คนที่เป็นลมบ่อยๆ ส่วนมากเขาจะให้พัก แล้วก็กลับมาฝึกใหม่ แล้วก็เป็นลมอีก”

การละเมิดทางเพศโดยเฉพาะต่อทหารเกณฑ์ที่เป็นเกย์

ทหารเกณฑ์ใหม่มักถูกครูฝึกละเมิดทางเพศอย่างสม่ำเสมอ และร้ายแรง ทหารเกณฑ์ส่วนใหญ่บอกกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ว่า พวกเขาเคยมีประสบการณ์ เคยเห็นการละเมิดทางเพศ หรือได้ยินเรื่องราวจากผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ มีแค่ 2 คนเท่านั้นที่บอกว่าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน

ทหารเกณฑ์ 9 คน ซึ่งเข้ารับการฝึกใน 9 จังหวัด และ 5 ผลัดที่แตกต่างกัน บอกว่า มีการละเมิดทางเพศแบบกลุ่มในรูปแบบที่เรียกว่า “รถไฟ” โดยมักเกิดขึ้นในห้องอาบน้ำ ทหารเกณฑ์ถูกบังคับให้จับอวัยวะเพศของเพื่อนทหาร และยืนต่อแถวกันขณะที่เปลือยยู่ พร้อมทั้งเดินเป็นวงกลม

ทหารเกณฑ์ 8 คน ซึ่งเข้ารับการฝึกใน 8 จังหวัด และ 4 ผลัดที่แตกต่างกัน บอกกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ว่า พวกเขา และทหารเกณฑ์อีกหลายสิบคน ถูกครูฝึกบังคับให้ช่วยตัวเองจนสำเร็จความใคร่ และให้หลั่งอสุจิออกมาต่อหน้าคนอื่น

ทหารเกณฑ์ที่ระบุว่าหรือถูกเข้าใจว่าเป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศ กล่าวว่า มักตกเป็นเป้าหมายของการละเมิดทางเพศ เนื่องจากวิถีทางเพศ และอัตลักษณ์หรือการแสดงออกทางเพศของตน โดยอาจถูกบังคับให้สร้างความบันเทิง หรือบีบนวดให้ครูฝึก ในบางกรณีได้เกิดการละเมิดทางเพศด้วย

จากการเก็บข้อมูลของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล พบว่า มี 3 กรณีที่เป็นการข่มขืน มี 1 กรณีที่เป็นการพยายามข่มขืน อีก 1 กรณีเป็นการทำเหมือนว่าข่มขืน และมีอีก 2 กรณีที่ทหารเกณฑ์ถูกบังคับให้ “ตอบสนองความใคร่” ของครูฝึก ซึ่งมีลักษณะที่อาจเป็นการข่มขืน เหยื่อการข่มขืนเกือบทั้งหมดระบุว่า ตัวเองเป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือมีผู้อื่นระบุว่าเป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศ

“ทหารเกณฑ์หนุ่มเหล่านี้ต้องอยู่กับครูฝึกซึ่งละเมิดทางเพศต่อพวกเขา ทั้งการข่มขืน และการทรมานในรูปแบบอื่นถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรงตามกฎหมายไทย และกฎหมายระหว่างประเทศ ควรมีการนำตัวผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม” แคลร์ อัลการ์ กล่าว

ต้องมีมาตรการเร่งด่วนก่อนจะถึงการเกณฑ์ทหารประจำปี

การเกณฑ์ทหารเกิดขึ้นช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี ในท้องที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย ชายหนุ่มต้องเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย และจิตใจ ก่อนถูกขึ้นบัญชีเป็นทหารเกณฑ์ แต่ผู้หญิงไม่ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร

ในปี 2561 ชายหนุ่ม 104,734 คน ถูกขึ้นบัญชีเป็นทหารเกณฑ์ จากจำนวนผู้ที่ได้รับหมายเรียกในเบื้องต้น 356,978 คน ทหารเกณฑ์ส่วนใหญ่จะเข้าประจำการกับกองทัพบก โดยมีรอบการขึ้นประจำกองร้อย 2 ผลัดต่อปี ในช่วงเดือนพฤษภาคม และเดือนพฤศจิกายน แต่ในวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา ทางการประกาศเลื่อนการเกณฑ์ทหารที่จะเริ่มขึ้นช่วงต้นเดือนเมษายนออกไปหลายสัปดาห์ เนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ทหารเกณฑ์ทุกคนต้องเข้ารับการฝึกเบื้องต้นเป็นเวลา 10 สัปดาห์ถึง 3 เดือน ก่อนจะถูกส่งไปประจำการตามหน่วยต่างๆ ซึ่งอาจจะมีการฝึกเพิ่มเติม

ต้องดำเนินการแก้ไขโดยทันที และจัดตั้งคณะกรรมการการตรวจสอบ

ในระหว่างทำวิจัย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้รับจดหมายตอบจาก พล.อ.อ.เฉลิมชัย ศรีสายหยุด รองเสนาธิการทหาร ทำการแทนผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งระบุว่า ในส่วนของกองบัญชาการกองทัพไทย มีนโยบายในการบริหารจัดการกองทัพ “โดยดูแลทหารกองประจำการดุจญาติมิตรในครอบครัว”

ถ้อยแถลงเช่นนี้แทบไม่สอดคล้องกับข้อค้นพบในรายงานเลย ก่อนหน้านี้ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณะต่อรายงานข่าวว่ามีการปฏิบัติมิชอบต่อทหารเกณฑ์ จนถึงขั้นเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ซึ่งทางการไม่ได้ดำเนินการเยียวยาแก้ไขอย่างเป็นผลแต่อย่างใด

ในระยะสั้น แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล แนะนำอย่างยิ่งให้กองทัพใช้มาตรการป้องกันหลายประการ ทั้งการออกคำสั่งอย่างชัดเจน ห้ามไม่ให้มีการปฏิบัติมิชอบใดๆ ตามที่ระบุไว้ในรายงานนี้ รับประกันว่าผู้บังคับบัญชาระดับสูง จะทำหน้าที่ตรวจสอบ และกำกับดูแลครูฝึกอย่างสม่ำเสมอ และกำหนดให้นายทหารออกตรวจในช่วงเวลากลางคืน

เพื่อประกันให้เกิดการสอบสวนอย่างรอบคอบ และโปร่งใส เพื่อสืบหาสาเหตุรากเหง้าของการปฏิบัติมิชอบที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางเช่นนี้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ยังกระตุ้นให้รัฐสภา จัดตั้งคณะกรรมการการตรวจสอบ เพื่อสอบสวน และรายงานข้อมูลของการปฏิบัติต่อทหารเกณฑ์ในกองทัพไทย รวมถึงเสนอให้มีมาตรการที่จำเป็นเพื่อยุติการปฏิบัติมิชอบใดๆ ต่อทหารเกณฑ์ และให้ยุติวัฒนธรรมที่ลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทหารเกณฑ์ ภายในกองทัพไทย

คณะกรรมการการตรวจสอบควรมีความเป็นอิสระ เป็นมืออาชีพ และได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณอย่างเพียงพอ มีอำนาจในการสอบถามข้อมูลจากบุคคลใดๆ ที่จำเป็น รวมถึงทหารเกณฑ์ และครูฝึก ทั้งที่ปลดประจำการแล้ว และที่ยังประจำการอยู่ และสามารถเรียกดูเอกสารที่เกี่ยวข้องได้

“ภายหลังเหตุกราดยิงที่เป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่โคราชเมื่อเดือนที่แล้ว พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ยอมรับว่า กองทัพบกจำเป็นต้องจัดให้มีกลไกรับข้อร้องทุกข์จากทหารระดับล่าง ดังนั้น เพื่อให้มีการปฏิบัติตามคำสัญญานี้ กองทัพไทยต้องจัดตั้งหน่วยงานซึ่งมีอำนาจหน้าที่ ได้รับการฝึกอบรม และได้รับการสนับสนุน เพื่อให้สามารถรับฟังข้อร้องเรียนของทหาร และดำเนินการแก้ไขปัญหาได้”

“ที่สำคัญ ทหารเกณฑ์ และทหารอื่นๆ ต้องสามารถร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้อย่างปลอดภัย และเป็นความลับ ทางการต้องกระตุ้นให้เกิดวัฒนธรรมที่เคารพศักดิ์ศรีของทุกคน โดยไม่คำนึงถึงเรื่องลำดับอาวุโส ตำแหน่ง วิถีทางเพศ และอัตลักษณ์ทางเพศ” แคลร์ อัลการ์ กล่าว

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ