สจล. เปิดตัว 'รถเข็นขายหมูปิ้ง-น้ำปั่น' ยุค New Normal

กองบรรณาธิการ TCIJ 23 พ.ค. 2563 | อ่านแล้ว 1137 ครั้ง

สจล. เปิดตัว 'รถเข็นขายหมูปิ้ง-น้ำปั่น' ยุค New Normal

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดตัวนวัตกรรมรถเข็นขายหมูปิ้ง-น้ำผลไม้ปั่น ระบบไฟฟ้าแบบไฮบริด ระบบกรองน้ำดี น้ำเสีย และซิงก์ล้างมือแบบใช้เท้าเหยียบ ลดการสัมผัส เพื่อช่วยผู้ขายอาหารริมทางจัดการร้านอาหาร ในยุค New Normal

เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2563 ที่ผ่านมา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดตัวนวัตกรรมรถเข็นขายหมูปิ้ง – น้ำผลไม้ปั่น สุดอัจฉริยะด้วยระบบไฟฟ้าแบบไฮบริด ระบบกรองน้ำดี น้ำเสีย และซิงก์ล้างมือแบบใช้เท้าเหยียบ ลดการสัมผัส เพื่อช่วยผู้ขายอาหารริมทางจัดการร้านอาหาร ภายใต้มาตรฐานสะอาดปลอดภัย อร่อย และดีต่อสุขภาพ ตามแนวทางของศูนย์บ่มเพาะองค์ความรู้การจัดการมาตรฐานร้านสตรีทฟู้ด (Street Food Academy) ภายใต้โครงการ 60 ปี พระจอมเกล้าลาดกระบัง ไร้ขีดจำกัด (KMITL 60th Year: Go Beyond the Limit) ซึ่งนวัตกรรมรถเข็นดังกล่าวมาพร้อมคำแนะนำการใช้งานอย่างครบวงจร ช่วยให้ผู้ขายสามารถเสิร์ฟความอร่อยอย่างถูกสุขลักษณะ ไปพร้อมกับรักษาสิ่งแวดล้อมบริเวณร้านค้า ได้แก่ 1. จัดเก็บวัตถุดิบอย่างถูกสุขลักษณะ 2. ล้างมือและวัตถุดิบก่อนประกอบอาหาร 3. เตรียมอาหารบนพื้นผิวสัมผัสที่สะอาด 4. ประกอบอาหารตามสูตรเคล็ดลับ และ 5. กรองน้ำเสียก่อนแยกทิ้ง ทั้งนี้ นวัตกรรมรถเข็นขายหมูปิ้ง – น้ำผลไม้ปั่น พร้อมเปิดตัวในงาน KMITL Street Food Academy 2020 และเตรียมนำร่องส่งมอบให้แก่ 8 ผู้ขายอาหารริมทางที่ผ่านการคัดเลือก เพื่อนำนวัตกรรมรถเข็นดังกล่าวไปใช้สร้างมูลค่าในการขายสินค้า อีกทั้งเพิ่มความมั่นใจของผู้บริโภคที่จะได้รับประทานอาหารถูกสุขลักษณะ ในช่วงเฝ้าระวังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

สำหรับผู้ขายอาหารริมทางที่สนใจพัฒนาศักยภาพการเป็นผู้ประกอบการ ทั้งหลักการปรุง คุณประโยชน์ การพัฒนาสูตร และเทคนิคการขาย สามารถติดตามข้อมูลได้ที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ ขายอย่างไรให้รวยโคตร by KMITL หรือ facebook.com/kmitlstreetfoodacademy

ผศ.ดร.นภัสรพี เหลืองสกุล หัวหน้าศูนย์ Food Innopolis @KMITL กล่าวว่า สจล. โดยศูนย์บ่มเพาะองค์ความรู้การจัดการมาตรฐานร้านสตรีทฟู้ด (Street Food Academy) เปิดตัวนวัตกรรมรถเข็นขายหมูปิ้ง – น้ำผลไม้ปั่น สุดอัจฉริยะ เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการร้านรถเข็นขายอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ ภายใต้มาตรฐานสะอาด ปลอดภัย อร่อย และดีต่อสุขภาพ โดยฟังก์ชันการทำงานของรถเข็น 2 ประเภท ประกอบด้วย ระบบไฟฟ้าแบบไฮบริด สามารถใช้ไฟได้ทั้งระบบแบตเตอรีขนาด 120 โวลต์ และระบบไฟบ้านขนาด 220 โวลต์ เพื่อการใช้งานได้นาน และเหมาะกับการขายในทุกสถานที่ ระบบกรองน้ำดี น้ำเสีย โดยติดตั้งระบบเก็บน้ำดีไว้ใต้รถเข็น เพื่อลดพื้นที่การใช้งาน และซิงก์ล้างมือแบบใช้เท้าเหยียบเพื่อเปิดน้ำ ลดการสัมผัส นอกจากนี้ นวัตกรรมรถเข็นดังกล่าวยังพัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ขายสามารถปรุงอาหารได้อย่างถูกสุขลักษณะ และเพื่อเป็นการรักษาความสะอาดต่อสิ่งแวดล้อมบริเวณร้านค้า เพียงแค่ทำตามขั้นตอนการใช้งาน ดังนี้

จัดเก็บวัตถุดิบอย่างถูกสุขลักษณะ: จากการจัดเก็บวัตถุดิบในช่องเก็บความเย็น เพื่อคงอุณหภูมิของวัตถุดิบ หรือภาชนะที่สะอาดและมีระบบปิด เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรค และสิ่งสกปรกล้างมือและวัตถุดิบก่อนประกอบอาหาร: ในตัวรถเข็นมีการติดตั้งระบบซิงก์ล้างมือ และล้างวัตถุดิบ โดยใช้การเหยียบเพื่อเปิดน้ำ เพื่อลดการสัมผัสเตรียมอาหารบนพื้นผิวสัมผัสที่สะอาด: การเตรียมวัตถุดิบก่อนประกอบอาหารต้องทำบนพื้นผิววัสดุที่สะอาด ผ่านการล้าง และเช็ดทำความสะอาดให้แห้ง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้ามจากผิววัสดุสู่วัตถุดิบการประกอบอาหารประกอบอาหารตามสูตรเคล็ดลับ: หลังจากผู้ขายล้างมือ สวมใส่หน้ากากอนามัย และเตรียมวัตถุดิบพร้อมแล้ว ก็สามารถประกอบอาหารได้ตามสูตรเด็ดส่วนตัวของแต่ละร้าน โดยนวัตกรรมรถเข็นหมูปิ้ง – น้ำผลไม้ปั่น อำนวยความสะดวกแก่ผู้ขายที่ต้องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น เครื่องปั่น เตาปิ้งไฟฟ้า เป็นต้น โดยตัวรถเข็นติดตั้งระบบไฟฟ้าแบบไฮบริด สามารถใช้ไฟได้ทั้งระบบแบตเตอรีขนาด 120 โวลต์ และระบบไฟบ้านขนาด 220 โวลต์ เพื่อการใช้งานได้นาน และเหมาะกับการขายในทุกสถานที่ นอกจากนี้ระบบไฟฟ้าดังกล่าวยังถูกออกแบบมาอย่างปลอดภัย โดยเมื่อใช้แบตเตอรีไปพร้อมกับเสียบไฟบ้าน ระบบวงจรไฟฟ้าจะเลือกตัดไปใช้ไฟในระบบใดระบบหนึ่งโดยอัตโนมัติกรองน้ำเสียก่อนแยกทิ้ง: เมื่อน้ำดีผ่านการใช้งานเรียบร้อยจากกระบวนการประกอบอาหาร หรือการล้างอุปกรณ์ น้ำที่ใช้แล้วจะเข้าสู่กระบวนการกรองน้ำเสีย และจะถูกส่งไปพักใต้ท้องรถเข็น เพื่อให้ผู้ค้าสามารถเลือกเทน้ำได้ตามธรรมชาติโดยไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม และนำไขมันบรรจุถุงไปทิ้งในพื้นที่รองรับเฉพาะ

ผศ.ดร.นภัสรพี กล่าวเพิ่มว่า ในด้านการออกแบบของรถเข็นทั้งสองประเภท มีการเลือกใช้วัสดุพื้นผิวสแตนเลส ระดับมาตรฐานโรงงานอุตสาหกรรม มีการเชื่อมต่อโครงสร้างที่ไม่มีรอยตะเข็บ มีการเก็บมุมที่สวยงาม และใช้การเจาะโครงสร้างที่น้อยที่สุด เพื่อความสวยงามของตัวรถเข็น อีกทั้ง นวัตกรรมรถเข็นทั้งสองประเภท ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจร้านอาหารประเภทเดียวกันได้ เช่น รถเข็นหมูปิ้งหรือลูกชิ้น และรถเข็นน้ำผลไม้ปั่นหรือร้านกาแฟ

ด้าน ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า สจล. ในฐานะสถาบันที่ทำหน้าที่วิจัย พัฒนา และส่งนวัตกรรมช่วยเหลือสังคมมาตลอด โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนไม่เพียงแค่ด้านสาธารณสุข แต่ยังส่งผลกระทบในด้านเศรษฐกิจ และการหารายได้ของประชาชนในหลายอาชีพ รวมถึงผู้ขายอาหารริมทางในประเทศไทย ซึ่งมีจำนวนมาก สจล. จึงพัฒนา นวัตกรรมรถเข็นขายหมูปิ้ง – น้ำผลไม้ปั่น เพื่อนำร่องส่งมอบให้แก่ผู้ขายที่สมัครเข้าร่วมโครงการ และมุ่งหวังให้นวัตกรรมดังกล่าวช่วยเหลือสังคมได้ทั้งในแง่ของ การเป็นเครื่องมือสร้างรายได้ ในยุคที่หลายคนต้องปรับตัวในการประกอบอาชีพ อีกทั้งเป็นการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้อย่างชาญฉลาด เพื่อการจัดการร้านอาหารริมทางที่ยั่งยืน ทั้งในแง่มาตรฐานความสะอาดปลอดภัย อร่อย ดีต่อสุขภาพ และการประกอบกิจการอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ สจล. เตรียมจัดงานเปิดตัวแคมเปญ “KMITL Street Food Academy 2020” พร้อมนำร่องส่งมอบรถเข็นขายอาหารริมทางให้แก่ 8 ผู้ประกอบการที่ได้รับการคัดเลือก สำหรับผู้ขายอาหารริมทางที่สนใจพัฒนาศักยภาพการเป็นผู้ประกอบการ ทั้งหลักการปรุง คุณประโยชน์ การพัฒนาสูตร และเทคนิคการขาย สามารถติดตามข้อมูลได้ที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ ขายอย่างไรให้รวยโคตร by KMITL หรือ facebook.com/kmitlstreetfoodacademy

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ