ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 'สรยุทธ' 6 ปี 24 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีโฆษณาเกินเวลา

กองบรรณาธิการ TCIJ 21 ม.ค. 2563 | อ่านแล้ว 764 ครั้ง

ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 'สรยุทธ' 6 ปี 24 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีโฆษณาเกินเวลา

ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 'สรยุทธ สุทัศนะจินดา' อดีตนักเล่าข่าวชื่อดัง เป็นเวลา 6 ปี 24 เดือน โดยไม่รอลงอาญาฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐกระทำผิดด้วยการยักยอกเงินค่าโฆษณาเกินเวลาในรายการ 'คุยคุ้ยข่าว' ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท. เป็นเงินกว่า 138 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อ 10 ปีที่แล้ว | ที่มาภาพ: ไทยรัฐออนไลน์

21 ม.ค. 2563 เว็บไซต์ ch3thailand.com รายงานว่านายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้เดินมาถึงศาลศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ถนนนครไชยศรี เมื่อเวลา 08.45 น. และเดินเข้าไปภายในบริเวณศาลทันที มีสีหน้าเรียบเฉยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อมวลชน จากนั้นมีผู้ประกาศข่าวและเพื่อนร่วมงานนายสรยุทธ และผู้บริหารช่อง 3 เดินทางมาให้กำลังใจนายสรยุทธ เช่นกัน

วันนี้ ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางพิชชาภา หรือนางชนาภา บุญโต อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บมจ.อสมท จำเลยที่ 1 , บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 ,นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมการผู้จัดการบริษัทไร่ส้ม จำเลยที่ 3 และ น.ส.มณฑา ธีระเดช พนักงาน บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 4 ในความผิดฐานเป็นพนักงานเรียกรับ ทรัพย์สิน ฯ, เป็นพนักงานฯ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์กร, เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และสนับสนุนพนักงานกระทำความผิดดังกล่าวตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ

จากกรณี เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2548- 28 เม.ย. 2549 ต่อเนื่องกัน นางพิชชาภา ซึ่งเป็นพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บมจ.อสมท ได้จัดทำคิวโฆษณารวมในรายการ 'คุยคุ้ยข่าว' โดยใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต ไม่รายงานการโฆษณาเกินเวลาเพื่อเรียกเก็บค่าโฆษณาเกินเวลา จาก บจก.ไร่ส้ม จำนวน 17 ครั้ง ทำให้ บมจ.อสมท. เสียหายกว่า 138 ล้านบาท

เมื่อถึงเวลานัดศาลได้เรียกจำเลยทั้งหมด พบว่าจำเลยทั้งหมดเดินทางมาศาล ซึ่งศาลได้ตรวจสำนวนประชุมแล้วเห็นว่า ที่จำเลยฎีกาฟังขึ้นบางส่วน เนื่องจากโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องให้ชัดเจนในบางประเด็น โดยที่ศาลชั้นต้น และอุทธรณ์พิพากษามานั้น

ศาลฎีกาเห็นควรพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำคุกนางพิชชาภา จำเลยที่ 1 รวม 6 กระทง กระทงละ 3 ปี เป็น 18 ปี ,ปรับ บริษัทไร่ส้ม จำเลยที่ 2 จำนวน 1 แสน 8 พันบาท และจำคุกนายสรยุทธ และนางสาวมณฑา 12 ปี แต่เนื่องจากคำให้การเป็นประโยชน์จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุก นางพิชชาภา จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 12 ปี, ปรับบริษัทไร่ส้ม จำเลยที่ 2 จำนวน 7 หมื่น 2 พันบาท และจำคุกนายสรยุทธ และนางสาวมณฑา จำเลยที่ 3-4 คนละ 6 ปี 24 เดือน ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้จำเลยที่ 1 กระทำความผิด

ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน และนายสรยุทธ จำเลยที่ 3 เคยทำคุณงามความดี ขอให้ลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษ ศาลเห็นว่านายสรยุทธเป็นสื่อมวลชนอาวุโส เป็นที่นับหน้าถือตาของบุคคลทั่วไปแต่กลับอาศัยโอกาสช่องว่างทางกฎหมายเอื้อประโยชน์แก่ตนกระทำความผิดเสียเอง จึงไม่เพียงพอให้รับฟังเพื่อลงโทษสถานเบาหรือรอลงอาญา

ขณะที่บรรยากาศภายในห้องพิจารณาทันทีที่ศาลอ่านคำพิพากษากว่า 45 นาที เสร็จสิ้นลง เพื่อนร่วมงานได้เข้าไปกอดและให้กำลังใจนายสรยุทธ

ภายหลัง น.ส.พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ หรือ ไบร์ท ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ว่าที่ผ่านมาได้ให้กำลังใจกันมาตลอด นายสรยุทธก็พยายามต่อสู้เพื่อพิสูจน์ว่าไม่มีพฤติกรรมเบียดบังเวลาของ อสมท.ข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่ายต่างก็มีเวลาเกิน ที่ผ่านมานายสรยุทธ รู้สึกเจ็บปวดที่ถูกกล่าวหาว่าเบียดบัง อสมท. ในฐานะเป็นเพื่อนร่วมงาน คนใกล้ชิด ต่างรู้สึกเสียใจ และเสียดาย เพราะนายสรยุทธ เป็นพี่ที่ตั้งใจทำงาน ซื่อสัตย์ต่ออาชีพและคนดู เขาสอนเรามาตลอดว่าต้องเคารพและรับผิดชอบต่อคนดู ซึ่งนายสรยุทธ รักงานข่าวและอาชีพของเขามาก

สำหรับนายสรยุทธ และจำเลยร่วมในคดีจะถูกส่งตัวไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพในวันนี้

อนึ่งใน เพจสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว มีการโพสต์ระบุว่าเป็นความในใจของนายสรยุทธ ก่อนฟังคำพิพากษา ไว้ดังนี้

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ