บทความแปล: ประเทศของข้าพเจ้าป้องกันการแพร่กระจายของโรคระบาดใหญ่ COVID-19 ได้อย่างไร

Doungchampa Spencer-Isenberg | 21 เม.ย. 2563 | อ่านแล้ว 1365 ครั้ง


บทความนี้ เขียนเป็นภาษาอังกฤษโดยประธานาธิบดี ไช่ อิง-เหวินของไต้หวัน
อ้างอิง: President of Taiwan: How My Country Prevented a Major Outbreak of COVID-19

ไต้หวันเป็นเกาะของการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก (resilience). หลายศตวรรษแห่งความยากลำบาก ได้กดดันสังคมของเรา ให้เผชิญหน้า, ดัดแปลง และอยู่รอจากสถานการณ์ที่ลำบากลำบน เราได้พบหนทางที่ก้มหน้าต่อสู้เพื่อผ่านช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยอุปสรรคร่วมกันทั่วทั้งประเทศ และโรคระบาดใหญ่ COVID-19 ก็ไม่มีความแตกต่างใดๆ ถึงแม้ว่าลักษณะการติดเชื้อไวรัสมีจำนวนสูงมาก และ ความที่อยู่ใกล้ตัวของเรากับต้นตอของมัน เราได้ป้องกันโรคระบาดใหญ่ไม่ให้แพร่หลายได้ ณ วันที่ 14 เมษายนนี้ เรามีเคสที่ยืนยันว่ามีผู้ติดเชื้อน้อยกว่า 400 เคส

ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่อย่างใด การผสมผสานด้วยความพยายามอุตสาหะของบุคลากรมืออาชีพทั้งทางฝ่ายการแพทย์, ทางฝ่ายรัฐบาล, ทางฝ่ายเอกชน และ ทางภาคสังคมพลเมืองทั้งหมด

(อ้างอิง: https://time.com/…/c…/5816885/frontline-workers-coronavirus/)

ได้ผลัดกันทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันให้กับประเทศของเรา บทเรียนอันน่าเจ็บปวดในเรื่องโรคระบาดใหญ่ SARS เมื่อปี 2003 ซึ่งทำให้ไต้หวันมีรอยแผลใหญ่จากการสูญเสียประชาชนไปนับร้อยคน เป็นเหตุผลที่ทำให้รัฐบาลและประชาชนของเราเตรียมพร้อมตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น ในเดือนธันวาคม (2019) ที่ผ่านมา เมื่อมีสัญญาณชี้ให้เห็นว่า ความเจ็บป่วยจากโรคติดต่อชนิดใหม่ซึ่งเกี่ยวข้องจากระบบทางเดินหายใจเริ่มปรากฎให้เห็นกันในประเทศจีน เราได้เริ่มสังเกตุการณ์เกี่ยวกับผู้โดยสารซึ่งเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น (Wuhan) ในเดือนมกราคม เราจัดตั้งศูนย์บัญชาการกลางของการแพร่ระบาด (Central Epidemic Command Center) เพื่อจัดการเกี่ยวกับมาตรการการป้องกัน เราเสนอเรื่องการจำกัดการเดินทาง และสร้างวิธีการกักกันตัวสำหรับนักเดินทางผู้มีความเสี่ยงสูง

------------------------------------------

หลังจากที่เราได้ค้นพบผู้ติดเชื้อคนแรกในไต้หวันเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2020 เรารับปากอาสาด้วยความพยายามในการสืบสวนอย่างเคร่งครัด เพื่อติดตามประวัติการเดินทางและประวัติการสื่อสารของผู้ป่วยแต่ละคน, รวมทั้งช่วยการแยกตัวผู้ป่วย และจำกัดวงจรของการแพร่กระจาย ก่อนที่การแพร่ระบาดใหญ่ออกไปสู่ชุมชนอันกว้างใหญ่จะเกิดขึ้นได้ นอกจากนั้น ความพยายามอย่างปราศจากความเหน็ดเหนื่อย

(อ้างอิง: https://time.com/…/5…/jason-hargrove-bus-driver-coronavirus/)

ของบุคลากรมืออาชีพทางฝ่ายสาธารณสุข ซึ่งนำหน้าโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารสุข เฉิน สื่อ จง (Chen Shih-chung) และประชาชนของเราผู้ที่ได้รับทราบข่าวสารข้อมูล ก็ได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีเยี่ยม ชุมชนทางธุรกิจภาคเอกชน, ภาคฟรานไซส์ และอพาทเมนท์ต่างๆ ได้เริ่มสังเกตุการณ์ด้วยการวัดอุณหภูมิของร่างกาย และขั้นตอนการฆ่าเชื้อโรค ซึ่งได้ช่วยเสริมความพยายามเพิ่มจากที่ฝ่ายรัฐบาลกำลังทำอยู่ตามพื้นที่สาธารณะทั่วไป

ส่วนการป้องกัน การซื้อตุนข้าวของจำนวนมหาศาลอย่างตื่นตระหนก

(อ้างอิง: https://time.com/5803273/hoarding-toilet-paper/)

ในช่วงแรกๆ รัฐบาลทำการสังเกตุการณ์ การเพิ่มจำนวนการซื้อสินค้าในตลาดอย่างรวดเร็ว และทำการรับช่วงต่อในเรื่องการครอบครองการผลิตและการจ่ายแจกหน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพสูง ด้วยการร่วมมือกันกับภาคเอกชน ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดการเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ กระทรวงการเศรษฐกิจได้ร่วมมือกันกับภาคเอกชนเหล่านี้ ในการเพิ่มปริมาณการผลิตหน้ากากที่ใช้ทางการพทย์ รวมทั้งเพิ่มสมรรถภาพการผลิตให้มากขึ้นเป็นทวีคูณ เมื่อได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี่, ทางร้านเภสัชกรรม (ขายยา) และ ทางร้านค้าขายปลีกต่างๆ เราประดิษฐ์ระบบใหม่ขึ้นมาในการแจกจ่ายแบ่งปันหน้ากากอนามัยกัน

(อ้างอิง: https://time.com/58169…/how-to-make-a-face-mask-coronavirus/)

หลังจากนั้น ผลก็คือ เรามีหน้ากากอนามัยที่หาซื้อได้ง่าย และราคาย่อมเยาให้กับทางฝ่ายโรงพยาบาลและให้กับประชาชนทั่วไป ความพยายามร่วมกันทั้งภาครัฐบาลและกับบริษัทต่างๆ ของภาคเอกชน – เป็นหุ้นส่วนที่เราถือว่า เป็น “ทีมไต้หวัน” ซึ่งทำให้เรายังสามารถที่จะบริจาคผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์ต่างๆ ให้กับประเทศอื่นๆ ที่มีผลกระทบกับโรคระบาดใหญ่อย่างจริงจังได้

------------------------------------------

ไต้หวันมีระบบรักษาสุขภาพที่เป็นหนึ่งในลำตับต้นๆ ของโลก, มีความสามารถในการวิจัยอย่างแข็งแกร่งและมีข้อมูลที่โปร่งใส ซึ่งเราแบ่งปันกับทางองค์การสาธารณะและองค์กรนานาชาติอย่างกระตือรือร้น โดยแท้จริงแล้ว ไต้หวันสามารถจัดการควบคุมโคโรน่าไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพภายในดินแดนของเราเอง แต่ทว่าเมื่อออกไปสู่ระดับโลกแล้ว COVID-19 คือภัยพิบัติต่อมวลมนุษยชาติ ที่จำเป็นต้องมีความพยายามร่วมกันจากทุกประเทศทั่วโลก ถึงแม้ว่าไต้หวันจะถูกกีดกันออกมาอย่างไม่เป็นธรรมจากองค์การอนามัยโลก

(อ้างอิง: https://time.com/…/who-funding-trump-covid19-coronavirus-c…/)

และองค์การสหประชาชาติก็ตาม เรายังคงเต็มใจและสามารถนำเอาความแข็งแกร่งของเราในเรื่องอุตสาหกรรมการผลิต, เรื่องยาและเวชภัณฑ์ รวมทั้งเทคโนโลยี่ เพื่อทำงานร่วมกันกับทั่วทั้งโลกได้

------------------------------------------

วิกฤตการณ์ของโลก เป็นการทดสอบเนื้อแท้ของชุมชนนานาชาติ ขึงตัวเราออกไปจนถึงปลายสุด และคุกคามที่จะฉีกเราให้ย่อยยังเป็นชิ้นๆ ในเวลานี้ มันยิ่งกว่าเดิมเสียอีกที่ จุดเชื่อมต่อทุกๆ จุดในเครืองข่ายของสังคมโลกจะต้องนำมาพิจารณากันทั้งหมด เราควรจะสงวนเรื่องความแตกต่างของเราออกไปก่อน และทำงานร่วมมือกันเพื่อผลประโยชน์ของมวลมนุษย์ การต่อสู้กับ COVID-19 ต้องใช้ความพยายามโดยรวมกับประชาชนทั่วทั้งโลก

มันไม่เป็นเรื่องที่น่าแปลกประหลาดใดๆ เกี่ยวกับความลำบากยากเข็ญของไต้หวัน และการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังจากสถานการณ์อันลำบากของเรา จากความเต็มใจในเรื่องความสามัคคี เพื่อฟันฝ่ากับอุปสรรคอันยากที่สุด เรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องเหนือสิ่งอื่นใด คือ ข้าพเจ้าหวังว่าไต้หวัน สามารถแบ่งปันในเรื่องนี้ให้กับชาวโลกได้ นั่นคือ: สมรรถภาพของมวลมนุษย์ผู้ร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อที่จะเอาชนะกับอุปสรรคต่างๆ เป็นเรื่องที่ปราศจากขอบเขตใดๆ ทั้งสิ้น. ไต้หวันสามารถช่วยคุณได้

ความคิดเห็นของผู้แปล:

ตอนแรก เห็นบทความของไต้หวัน ก็เกือบจะข้ามไป เนื่องจากแปลเรื่องของไต้หวันไว้พอสมควรแล้ว แต่ไปเห็นชื่อของผู้เขียนบทความ เลยเปลี่ยนใจ เพราะบทความนี้ ประธานาธิบดี ไช่ อิง-เหวิน เขียนด้วยตนเอง ก็เลยถอดความมาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน เพราะเพิ่งตีพิมพ์ไว้ใน นิตยสาร Time เมื่อสัก 3 ชั่วโมงมานี่เอง

บทความสรุปแล้ว เราจะเห็นเรื่องสำคัญที่สุดเพียงเรื่องเดียว นั่นคือ การทำงานร่วมกันเป็นทีม หรือ Teamwork ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ ก็ตาม ประธานาธิบดี ไช่ อิง-เหวิน จะกล่าวเรื่อง ความร่วมมือกัน ระหว่าง รัฐบาล เอกชน ร้านค้า ตั้งแต่ Top (รัฐบาล) to bottom (ร้านค้าขายปลีกหรือเอกชน) ประชาชนทุกคนมีหน้าที่ที่จะต้องทำ เพื่อผลประโยชน์และความสงบสุขส่วนรวมเป็นที่ตั้ง เมื่อขยายตัวเป็นสังคมโลก ประธานาธิบดี ไช่ อิง-เหวิน ก็ใช้วิธีการเดียวกัน คือ ขอความร่วมมือ จับมือกันกับทั้งโลกให้มาช่วยๆ กัน

ภายในประเทศของเธอ ผลที่ได้รับคือ ความปลอดภัยในการใช้ชีวิตของพลเมือง รวมทั้งความเชื่อมั่นในรัฐบาลผู้บริหารประเทศ ไม่มีสินค้าขาดแคลน เพราะทุกสิ่งทุกอย่าง มีการเตรียมรับมือตั้งแต่ต้น ประเทศสามารถเปิดตัวได้เร็ว และยังสามารถทำการผลิตเวชภัณฑ์ต่างๆ ออกไปสู่ต่างประเทศได้เป็นจำนวนมาก สินค้าไม่ขึ้นราคา ไม่ขาดแคลน สามารถหาซื้อได้ตามท้องที่ทั่วไป

บทความเรื่องนี้ จะเห็นการเน้นเรื่อง teamwork ซึ่งไม่ใช่เกี่ยวกับ ตัวผู้นำอย่างเดียว แต่เราสามารถเห็นบุคลากรผู้มีคุณภาพ เป็นสุภาพสตรีที่เปลี่ยนวิกฤตการณ์โรคระบาดใหญ่ กลายเป็นผลสำเร็จที่ประเทศอื่นๆ ยกย่องว่า ทำงานเป็นทีมได้อย่างดีเยี่ยม

ดิฉันหวังว่า เราอาจจะเห็นบุคลากรหญิง ผู้มีสมรรถภาพแบบนี้ในการเมืองไทยในอนาคต (อันใกล้นี้ หรือ อันไกลนี้) ก็ได้นะคะ

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ