ป.ป.ส. เห็นชอบหลักการให้ 135 หมู่บ้าน ทดลองจัดการพืชกระท่อมเต็มรูปแบบ

กองบรรณาธิการ TCIJ 19 พ.ค. 2563 | อ่านแล้ว 438 ครั้ง

ป.ป.ส. เห็นชอบหลักการให้ 135 หมู่บ้าน ทดลองจัดการพืชกระท่อมเต็มรูปแบบ

ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 2/2563 'เลขาธิการ ป.ป.ส.' แจงคณะกรรมการฯกำหนดหลักเกณฑ์ตรวจสารเสพติดในร่างกายจากเส้นผม-คีตามีน พร้อมเห็นชอบหลักการประกาศ 135 หมู่บ้านชุมชน ทดลองจัดการพืชกระท่อมเต็มรูปแบบ | ที่มาภาพประกอบ: Wikimedia Commons

ผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่าเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2563 มีการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 2/2563 โดยมี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พร้อมด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข , นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน , นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม , นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และ นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. ในฐานะกรรมการและเลขานุการ เข้าร่วมประชุมฯ ณ ทำเนียบรัฐบาล และประชุมทางไกลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Video Conference) ไปยังกรรมการจากหน่วยงานต่างๆ

การประชุมในครั้งนี้มีวาระสำคัญ คือ เพื่อให้คณะกรรมการรับทราบความคืบหน้าร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... (พืชกระท่อม) และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจ่ายเงินค่าตอบแทนผู้แจ้งความนำจับ เงินค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ และเงินช่วยเหลือในการปฏิบัติงานยาเสพติด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 ที่มุ่งเน้นการขยายผลไปสู่การจับกุมนายทุนหรือตัวการ เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติด โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2563 ได้มีการลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 พ.ค.63

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังร่วมกันพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการตรวจ หรือทดสอบว่าบุคคล หรือกลุ่มบุคคลใดมีสารเสพติดอยู่ในร่างกายหรือไม่ พ.ศ. .... มีหลักการสำคัญ คือ เพิ่มเติมการตรวจ หรือทดสอบหาสารเสพติดในปัสสาวะ โดยเพิ่มการตรวจหาการเสพวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 คือ คีตามีน และการกำหนดการตรวจหาสารเสพติดจากเส้นผม หากมีผลบังคับใช้แล้วจะสามารถตรวจหายาเสพติดย้อนหลังได้ แม้จะเสพมานานแล้ว โดยการตรวจจะช่วยให้เป็นทางเลือกในการตัดสินคดี เพื่อประโยชน์ในกระบวนการยุติธรรมให้สังคม

ด้าน นายนิยม กล่าวว่า ที่ประชุมยังร่วมกันพิจารณากำหนดพื้นที่นำร่องเสพพืชกระท่อมได้ โดยไม่เป็นความผิดตาม ม.58/2 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยขณะนี้มีพื้นที่ที่อยู่ในข่ายสามารถดำเนินการได้จำนวน 135 หมู่บ้านชุมชน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกกำหนดเป็นพื้นที่ที่มีประวัติการใช้กระท่อมตามวิถีชุมชนดั้งเดิมมาแล้ว มีพืชกระท่อมอยู่ในพื้นที่ ขณะนี้ยังมีบุคคลที่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าว ใช้พื้นที่นำร่องที่ทำการเสพพืชกระท่อมได้โดยไม่เป็นความผิด และพร้อมปฏิบัติตามกฎหมาย และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

นายนิยม กล่าวอีกว่า จากนี้ยังมีขั้นตอนและกระบวนการที่ สำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อม ภาคประชาชนในพื้นที่ที่จะต้องดำเนินการต่อไป คือ การจัดตั้งกลไกคณะกรรมการระดับต่างๆ ในพื้นที่ การสำรวจ และการบันทึกข้อมูลการขึ้นทะเบียนพืชกระท่อม รวมทั้ง การจัดเวทีประชาคม เพื่อรับรองกติกาท้องที่และ แผนปฏิบัติการ ซึ่งการเสนอเรื่องนี้มายังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเป็นการเสนอไว้ชั้นหนึ่งก่อนเพื่อสำนักงาน ป.ป.ส. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคประชาชนในพื้นที่จะได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จต่อไป

นายนิยม กล่าวต่อว่า หลังจากคณะกรรมการมีมติการประชุมเห็นชอบในหลักการกำหนดพื้นที่นำร่องเสพพืชกระท่อม โดยไม่เป็นความผิดตาม ม.58/2 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ประธานการประชุมฯ ได้มอบหมายให้ สำนักงาน ป.ป.ส. ไปศึกษาวิจัยในช่วงระหว่างดำเนินโครงการนำร่องนี้ ว่ากระท่อมสามารถนำมาแปรรูปเป็นอะไรได้บ้าง มีพื้นที่ไหนที่เหมาะกับการเพาะปลูก หากนำมาปลูกจะกระทบต่อภาคเกษตรกรหรือไม่ และขอให้พิจารณาถึงความเหมาะสม หากจะส่งออก จะมีตลาดรองรับหรือไม่ ซึ่งเน้นย้ำให้ สำนักงาน ป.ป.ส. พิจารณา ศึกษาและวิจัย ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. ในฐานะของฝ่ายเลขานุการฯ ของคณะกรรมการฯ ให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งทุกแนวทาง ทุกกระบวนการจะมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ รอบด้าน มุ่งเน้นเจตนารมณ์เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นสำคัญ

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ