18 เม.ย. ไทยติดเชื้อเพิ่ม 33 คน สะสม 2,733คน เสียชีวิต 0 คน สะสม 47 คน รักษาหายสะสม 1,787 คน

กองบรรณาธิการ TCIJ 18 เม.ย. 2563 | อ่านแล้ว 258 ครั้ง

18 เม.ย. ไทยติดเชื้อเพิ่ม 33 คน สะสม 2,733คน เสียชีวิต 0 คน สะสม 47 คน รักษาหายสะสม 1,787 คน

18 เม.ย. 2563 ศบค. แถลงไทยพบผู้ติดเชื้อใหม่ 33 คน รวมผู้ติดเชื้อสะสม 2,733 คน ไม่มีผู้เสียชีวิต รวมผู้เสียชีวิตสะสม 47 คน และรักษาหายสะสม 1,787 คน จับตาชาวบ้าน 1,000 คนที่เข้าคิวรอรับแจกของหน้าวัดดอนเมือง ชี้ให้สังเกตอาการอีก 7-14 วันถ้ามีอาการคล้าย COVID-19 ต้องพบแพทย์ทันที ห่วงเป็นต้นตอแพร่กระจายเชื้อแบบซูเปอร์สเปรดเดอร์ ขณะที่ผลสอบสวนโรค 47 ผู้เสียชีวิตพบเบาหวานร่วมด้วยเป็นปัจจัยสูง

18 เม.ย. 2563 Thai PBS รายงานว่า นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงข่าวสถานการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 ว่า มีผู้ป่วย COVID-19 เพิ่ม 33 คน รวมตัวเลขสะสม 2,733 คน โดยเป็นวันแรกที่ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มทำให้ตัวเลคงที่ 47 คน ในจำนวนนี้มีคนหายป่วยกลับบ้านเพิ่ม 100 คน รักษาตัวในโรงพยาบาล 899 คน หายป่วยกลับบ้าน 1,787 คน

ขณะที่วันนี้ 9 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อที่ยังคงทำหน้าที่ได้ดี ส่วนจังหวัดที่ไม่มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม จาก 27 จังหวัดเป็น 29 จังหวัดคือ ระยอง ตาก ขณะที่ผู้ติดเชื้อสะสม กทม.นนทบุรี ยังมีมากขึ้น

คลี่ 47 ชีวิตพบสูงอายุ-เบาหวานพ่วงเสียชีวิตสูง

โฆษก ศบค.กล่าวว่า สำหรับกรณีผู้เสียชีวิตทั้ง 47 คน คิดเป็นอัตราเฉลี่ย 1.7% โดยอายุต่ำสุด 28 ปี มากสุด 85 ปี และเป็นเพศชายจำนวน 38 คน ผู้หญิง 9 คน นอกจากนี้ยังพบว่าอันดับ 1 ของการเสียชีวิตมีโรคประจำตัวโดยเฉพาะเบาหวาน 43 % ความดันโลหิตสูง 36% ไขมันในเลือดสูง 18% โรคหัวใจ 14% และไม่มีโรคก็เสียชีวิตได้อัตรา 17%

“เบาหวานเสี่ยงมากที่สุด เพราะโรคนี้เกี่ยวข้องกับภาวะบกพร่องของอินซูลินถ้าน้ำตาลเกินก็จะเกิดผลเสียหายต่ออวัยวะ ถ้าเบาหวานขึ้นตา ตาบอดและเส้นเลือดต่างๆ และมีผลตามมาก็แย่แล้วยิ่งมีติดเชื้อ COVID-19 ”
สถานการณ์โลก มีผู้ป่วย 2,250,000 คน เสียชีวิตวันเดียว 8,740 คนรวมเสียชีวิต 154,261 คน และสหรัฐอเมริกา เสียชีวิตมากสุด 2,541 คน รองลงมาจีน 1,290 คน ซึ่งน่าตกใจเหตุใดทำไมจีนถึงมีคนเสียชีวิตมากขึ้น และต้องเตือนเพราะมาตรการที่จะออกมาต้องดูสถานการณ์ว่ามาจากระบบรายงานหรือเกิดจากระบบการรักษา

“ส่วนของไทยไม่ได้อยู่ในอันดับแล้ว เพราะอยู่ในลำดับบที่ 52 ของโลก แต่ต้องเรียนรู้กับประเทศอื่น เช่น ญี่ปุ่น มีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่ม 561 คน อินโดนีเซีย 407 คน ฟิลิปปินส์ 208 คน มาเลเซีย 269 คน”

จับตารับแจกของดอนเมือง-เสี่ยงโรคระบาดวงกว้าง

โฆษก ศบค.กรณีมีภาพข่าวเรื่องคนจำนวนนับพันคนไปรับแจกเงินและของที่วัดดอนเมือง ยอมรับว่าจตกใจ เพราะการสื่อสารเรื่องงดเข้าพื้นที่ชุมนุมคนจำนวนมากที่แออัด มีความเสี่ยงต่อระบาดของโรคนี้ได้ง่าย เพราะบทเรียนจากแค่ร้านเหล้าที่มีคนไม่กีคนยังติดกันทั้งร้าน ดังนั้นค่อนข้างมีความเสี่ยงมาก ต้องขอว่าคนที่อยากบริจาคให้พี่น้องประชาชนต้องมีระบบที่ดีด้วย เพราะคนรอต้องใช้เวลานานด้านหนึ่งไม่มีข้อกำหนดกฎหมาย

“ไม่อยากพูดว่าขู่ แต่นับจากนี้อีก 7-14 วันให้จับตาคนที่ไปรับแจกของ ถ้ามีไข้หรือไอเจ็บ คอต้องรีบมาพบแพทย์ทันที และถ้ารู้ว่าเป็นคนในครอบ ครัวตัวเอง ต้องให้ใส่หน้ากากอนามัย เพราะเสี่ยงมาก ไม่อยากซ้ำรอยที่ญี่ปุ่นหรือสิงคโปร์ที่ติดกันแบบที่เรียกว่าเป็นซุปเปอร์สเปดเดอร์”

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เรื่องนี้ทางศบค.คุยเยอะมาก และมองไปถึงที่ว่าคนไทยอยากจะช่วยกันเอง ฟังข่าวแล้วไม่ใช่แค่ที่นี่ แต่ในวัดก็ช่วยกัน ในภาพของพุทธศาสนิกชนทำอาหารแจกจ่ายให้คน เป็นภาพที่น่ารักมากรวมทั้งภาคเอชน ทหารที่เข้ามาช่วยเหลือกันในช่วงเวลานี้

สิ่งที่เกิดขึ้นล้วนดีเสมอในกลุ่มคนที่ผ่านทุกข์ ยากความทุกข์ร้อนมา จะเป็นพลังบทเรียนสำคัญดำรงชีวิตต่อสู้กันข้างหน้า เราแก้อดีตสิ่งที่มาปะทะเราไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นดีเสมอและจะก้าวไปข้างหน้า

ผลเคอร์ฟิวเทียบ 7 วันคนเจ็บตายลดเพียบ

นอกจากนี้ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า ผลของเคอร์ฟิว ช่วยลดการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตรายสงกรานต์เทียบ 3 ปีย้อนหลังคือปี 61 จำนวน 28,692 คน ปี 62 จำนวน 30,212 คนส่วนปี 63 ลดเหลือ 9,764 คน เหลือแค่ 1 ใน 3 ส่วนผู้เสียชีวิตจากปีละ 400-500 กว่าคนเหลือเพียง 150 คน คิดเป็นร้อยละ 71

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ