14 พ.ค. ไทยติดเชื้อใหม่ 1 คน สะสม 3,018 คน เสียชีวิตสะสม 56 คน รักษาหายสะสม 2,850 คน

กองบรรณาธิการ TCIJ 14 พ.ค. 2563 | อ่านแล้ว 251 ครั้ง

14 พ.ค. ไทยติดเชื้อใหม่ 1 คน สะสม 3,018 คน เสียชีวิตสะสม 56 คน รักษาหายสะสม 2,850 คน

14 พ.ค. 2563 ศบค. แถลงไทยพบผู้ติดเชื้อใหม่ 1 คน รวมผู้ติดเชื้อสะสม 3,018 คน ไม่มีผู้เสียชีวิต รวมผู้เสียชีวิตสะสม 56 คน รักษาหาย 6 คน รวมรักษาหายสะสม 2,850 คน เตรียมเปิดตัว "ไทยชนะ" เช็กอินคนใช้พื้นที่ทั้งร้านค้า สถานประกอบการเพื่อใช้ควบคุมสอบสวนโรค

14 พ.ค. 2563 Thai PBS รายงานว่านพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงข่าวสถานการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 ว่า มีผู้ป่วยรายใหม่ เพียง 1 คน ผู้ป่วยสะสม 3,018 คน หายป่วยกลับบ้านแล้ว 2,850 คน รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 112 คน เสียชีวิตรวม 56 คน

ผู้ป่วยใหม่ 1 คน เป็นชายไทยอายุ 39 ปี อาชีพรับจ้าง เคยทำงานที่ จ.ภูเก็ต และเดินทางกลับภูมิลำเนา จ.เชียงใหม่ พบว่าไม่มีอาการ แต่ อสม.ได้ค้นหาและตรวจพบว่าติดเชื้อ COVID-19

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ขณะนี้มี 19 จังหวัดไม่มีรายงานผู้ป่วยในช่วง 28 วัน และ 9 จังหวัดไม่เคยมีรายงานผู้ป่วย ซึ่งกรมควบคุมโรค รายงานข้อมูลตั้ง แต่ 1 ม.ค.-9 พ.ค.นี้ พบผู้ป่วยโรคปอดอักเสบ 85,689 คน เสียชีวิต 50 คน ลดลงจากปีที่แล้ว

“ยืนยันว่าไม่ได้ซุกซ่อน หรือนำตัวเลขผู้ป่วย COVID-19 ไปอยู่ในส่วนของโรคปอดอักเสบ เพราะตรงนี้เป็นข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ”

เกาหลีใต้-จีนระบาดระลอก 2

โฆษก ศบค.กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์ทั่วโลกติดเชื้อ 4.429,223 ล้านคน เสียชีวิต 298,185 คน โดยสหรัฐอเมริกา ติดเชื้อมากที่สุดสะสม 1,405,000 คน เจอผู้ติดเชื้อวันเดียวกว่า 20,000 คน ส่วนในเอเชีย อินเดียติดเชื้อมากที่สุด 78,000 หมื่นคน ส่วนไทยอยู่ในลำดับ 56 ของโลก

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สถานการณ์ระบาดของโรคในเกาหลีใต้ พบพีคสูงสุดในช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา และในช่วงต้นเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา เริ่มมีการระบาดระลอก 2 หลังพบผู้ติดเชื้อจากสถานบันเทิงย่ายอิแทวอน เพิ่มเป็น 131 คน ทำให้ยอดติดเชื้อสะสม 10,991 คนโดยเร่งติดตามอีก 2,000 คน ให้รายงานตัวและตรวจหาเชื้อ

“เป็นบทเรียนที่ไทยกำลังเข้าสู่มาตรการผ่อนปรนระยะ 2 ในอีกไม่กี่วัน แต่บทเรียนจากเกาหลีใต้เป็นสิ่งที่ไทยต้องเตรียมความพร้อมให้รัดกุม”

ทั้งนี้เกาหลีใต้มีระบบรองรับหลังจากผ่อนปรน ใต้ใช้วิธีตรวจแบบ DRIVE THRU ตรวจในที่พักอาศัยใช้แอปพลิเคชัน ติดตามคนที่อยู่ระหว่างกักตัว พร้อมใช้มาตรการรักษาระยะห่าง ทำความสะอาดพื้นผิวต่าง ๆ

ส่วนในจีนได้ผ่อนรปรนมาตั้งแต่ 8 เม.ย.ที่ผ่าน โดยใช้มาตรการกำหนด รพ.รักษา COVID-19 โดยเฉพาะ แจกใบอนุญาตเข้าออกชุมชนในแต่ละวัน จำกัดจำนวนเข้าออกชุมชน ให้ผู้นำชุมชนเยี่ยมที่บ้าน และโทรศัพท์สอบถามอย่างใกล้ชิดคล้ายกับ อสม.ของไทย ปรึกษาแพทย์และซื้อยาทางออนไลน์ ส่วนมาตรการผ่อนปรนได้เพิ่มเที่ยวรถในกรุงปักกิ่ง เปิดสวนสาธารณะ สถานศึกษา สถานออกกำลังกายยกเว้นเล่นแบบกลุ่ม

"ไทยชัยชนะ"เช็กลิสต์คน-ใช้สอบสวนโรค

สำหรับการมาตรการป้องกัน COVID-19 ของกิจการ-กิจกรรม 22,972 แห่ง ที่ได้รับการผ่อนปรน พบไม่ปฏิบัติตามมาตรการ 2 แห่ง และปฏิบัติไม่ครบถ้วน 296 แห่ง

ส่วนกรณีการเตรียมคลายล็อกกิจการต่างๆในระยะที่ 2 จะมีมาตรการอย่าง ไรสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ขณะนี้คนไทยต้องเข้าสู่ชีวิตวิถีใหม่ หรือ New Normal เพราะยังไม่มียารักษาและวัคซีน ซึ่งการติดตามและวางแนวทางต่างๆ เป็นเรื่องใหญ่ และเกี่ยวกับคน ขณะนี้ศบค.ชุดเล็ก มีการทำแฟลตฟอร์มระบบติดตามแล้วเสร็จ เมื่อวานนี้ (13 พ.ค.)โดยการใช้แอปพลิเคชัน "ไทยชนะ" ได้พัฒนาแล้วเสร็จ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการลงทะเบียนออนไลน์ และรับคิวอาร์โค้ดมาติดไว้ที่หน้าร้าน จากนั้นให้ผู้ใช้บริการสแกนเมื่อเข้ารับบริการในสถานที่

“คนที่จะเข้าไปใช้บริการในร้าน หรือพื้นที่ แค่สแกนคิวอาร์โค้ดที่ติดหน้าร้าน เพื่อให้รับรู้ว่าร้านแห่งนั้นมีใครเข้าใช้บริการบ้าง เพื่อให้สะดวกต่อการสอบสวนโรค และไม่ต้องกังวลความเป็นส่วนตัว แค่สแกนจากมือถือก็ถือเป็นการเช็กอิน”

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า การทำแฟลตฟอร์มที่กำลังจะออกมา จะสอดคล้องกับการรองรับกิจกรรมต่างๆ ที่กำลังจะผ่อนปรนในระยะที่ 2 ระยะที่ 3 และ 4 ถ้าหากมีระบบติดตามจะช่วยให้ระบบการสอบค้นโรคทำได้รวดเร็วขึ้น

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ