หลายองค์กรออกแถลงการณ์ประณามการสลายชุมนุม 16 ต.ค. 2563

กองบรรณาธิการ TCIJ 17 ต.ค. 2563 | อ่านแล้ว 183 ครั้ง

หลายองค์กรออกแถลงการณ์ประณามการสลายชุมนุม 16 ต.ค. 2563

หลายองค์กรออกแถลงการณ์ประณามการสลายชุมนุม เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2563 เรียกร้องยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง - ปล่อยตัวผู้ถูกจับกุม

17 ต.ค. 2563 สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สภานักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล สภานิสิต องค์การนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สภานิสิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ และสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ ออกแถลงการณ์ เรื่อง ประณามการสลายการชุมนุมในวันที่ 16 ตุลาคม 2563 บริเวณแยกปทุมวันและบริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าสยาม ผู้แทนนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยทั้ง 7 แห่ง เห็นว่าการชุมนุมดังกล่าว แม้เป็นการชุมนุมภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ที่มีความร้ายแรง แต่การชุมนุมเป็นไปโดยสงบ สันติ และปราศจากอาวุธ และก็มิได้มีการใช้ความรุนแรงจากกลุ่มผู้ชุมนุมแต่อย่างใด อีกทั้งผู้ชุมนุมเป็น เยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา เป็นจำนวนมาก ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งในการควบคุมประชาชน ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักสากลและหลักมนุษยธรรมในการควบคุมฝูงชนและการปฏิบัติต่อกลุ่มผู้ชุมนุม

อย่างไรก็ตาม การสลายการชุมนุมที่เกิดขึ้นในเย็นวันที่ 16 ตุลาคม 2563 มิได้เป็นไปตามหลักสากลในการควบคุมฝูงชนแต่อย่างใด มีการใช้รถฉีดน้ำผสมสารเคมีแรงดันสูงเพื่อขอคืนพื้นที่ ส่งผลให้ผู้เข้าร่วมการชุมนุมในบริเวณดังกล่าวเป็นจำนวนมากเกิดอาการระคายเคืองผิวหนังและดวงตา เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า การสลายการชุมนุมโดยเจ้าหน้าที่ในวันและช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ไม่เป็นไปตามการควบคุมสถานการณ์ตามหลักสากล

ผู้แทนนิสิตมหาวิทยาลัยทั้ง 7 แห่ง จึงขอประณามการสลายการชุมนุมอันไร้มนุษยธรรมที่เกิดขึ้น การสลายการชุมนุมด้วยวิธีการดังกล่าว นอกจากจะส่งผลให้เกิดความแตกแยกในสังคมแล้ว ยังส่งผลทำให้เกิดความสูญเสียที่ไม่จำเป็นอีกจำนวนมาก จึงขอเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ให้ปฏิบัติตามหลักสากลและหลักมนุษยธรรมในการควบคุมฝูงชน ยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงเนื่องจากไม่มีเหตุจำเป็น และเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการชุมนุม เพื่อให้ประเทศไทยมีความสงบสันติตามระบอบประชาธิปไตยต่อไป

สภานิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย แถลงการณ์ไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบจากเจ้าหน้าที่รัฐต่อประชาชน

17 ต.ค. 2563 สภานิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (ส่วนกลาง) ออกแถลงการณ์เรื่อง การใช้ความรุนแรงแด่เยาวชน นิสิต นักศึกษาและประชาชน "นตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํ สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มีฯ" มีเนื้อหาดังนี้ พระพุทธศาสนาได้อุบัติขึ้นมาในช่วงที่มนุษย์ถูกกดขี่อิสรภาพ มีการถือชั้นวรรณะ เป็นการจำกัดสิทธิ และหน้าที่ของมนุษย์ ยังผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำต่ำสูงไม่เท่าเทียมกันในสังคม โดยเฉพาะสังคมชนชั้นของอินเดียในสมัยนั้น ได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของชนชาติอริยกะ ซึ่งเป็นผู้ผูกขาดอำนาจแต่เพียงเผ่าเดียว จนกระทั่งพระพุทธองค์ได้อุบัติขึ้นในโลก ทรงปฏิเสธการถือชั้นวรรณะทั้ง 4 คือ พราหมณ์ กษัตริย์ แพศย์ ศูทร

การเมืองและสันติภาพเป็นสิ่งที่พระพุทธองค์ให้ความสำคัญที่จะปลดปล่อยมนุษย์ให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ทรงต่อสู้กับแนวทางการปกครองที่ถือชั้นวรรณะ การเอาเปรียบซึ่งกันและกัน มาสู่ความเสมอภาคกันและมีเสรีภาพในการดำรงชีวิต

พระพุทธเจ้าทรงใช้หลักสันติวิธีในการปฏิเสธการมีขึ้นของชั้นวรรณะ เหมือนที่เยาวชน นิสิต นักศึกษาและประชาชนพยายามใช้ในการชุมนุมเพื่อร่วมกันหาทางออกได้ดีที่สุด แต่ทางฝ่ายรัฐกลับพยายามเลี่ยงที่จะใช้สันติวิธีกับกลุ่มเยาวชนฯ กลับสร้างสถานการณ์ ปิดกั้นสื่อ บิดเบือนข้อมูล จับกลุ่มแกนนำโดยใช้กฎหมายที่ไม่เป็นไปตามระบอบสากล

สภานิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบของเจ้าหน้าที่รัฐต่อประชาชน และขอให้เจ้าหน้าที่รัฐตระหนักว่าการกระทำความรุนแรงทุกรูปแบบไม่ควรเกิดขึ้น พร้อมทั้งขอให้ตระหนักถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขโดยปราศจากการเบียดเบียน ภายใต้การใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม

สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล เรียกร้องให้รัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาอย่างจริงใจและยึดมั่นในหลักการสิทธิมนุษยชน

16 ต.ค. 2563 สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล ออกแถลงการณ์ เรื่อง เรียกร้องให้รัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาอย่างจริงใจและยึดมั่นในหลักการสิทธิมนุษยชน

เหตุการณ์การใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งมีเยาวชนเป็นส่วนใหญ่ในค่ำวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2563 ณ บริเวณราชเทวี สยามและแยกปทุมวัน เป็นการละเมิดสิทธิในการชุมนุมอย่างสงบตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 และกติกาสากลว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองอย่างไม่อาจปฏิเสธได้

การบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2563 เป็นการเพิ่มอำนาจให้รัฐบาลที่มีอำนาจอยู่แล้วมาแก้ปัญหาทางการเมืองร่วมกับกำลังเจ้าหน้าที่และมาตรการที่เกินความจำเป็นต่อสถานการณ์ เป็นสิ่งที่น่าอับอาย การกระทำดังกล่าวไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาเพราะปิดทางการเจราจาและหาทางออกร่วมกันอย่างสันติวิธี สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ขอเรียกร้องให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้นำรัฐบาล ยุติการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบในการหยุดยั้งผู้เห็นต่างทางการเมืองทุกกลุ่ม

ในสถานการณ์ที่รัฐสภาไม่สามารถเป็นตัวแทนประชาชนได้ จำเป็นที่รัฐบาลจะต้องเปิดพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนได้แสดงออก รัฐบาลควรเผชิญหน้ากับความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ ใส่ใจในข้อเรียกร้องของขบวนการเยาวชนและนักกิจกรรมทางการเมือง ด้วยการเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมกันหาทางออกเพื่อให้สังคมไทยก้าวพ้นวิกฤติการเมืองครั้งนี้โดยไม่ก่อให้เกิดความสูญเสียแก่ทุกฝ่าย

6 พรรคร่วมฝ่ายค้านประณามรัฐบาลกระทำเกินกว่าเหตุในการสลายการชุมชน

16 ต.ค. 2563 พรรคร่วมฝ่ายค้าน 6 พรรค ออกแถลงการณ์ระบุว่าขอประณามการกระทำที่เกินกว่าเหตุของรัฐบาลในการสลายการชุมชนของนักเรียน นักศึกษาและประชาชน ที่บริเวณสี่แยกปทุมวัน

ทั้งที่กลุ่มผู้ชุมนุมคือลูกหลานที่เป็นอนาคตของชาติ มารวมตัวเพื่อแสดงความคิดเห็นต้องการเห็นบ้านเมืองพัฒนาไปในทางที่ดี และเป็นการแสดงออกตามสิทธิที่รัฐธรรมนูญให้ไว้

การชุมนุมเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่รัฐบาลใช้อำนาจ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อยู่เหนือรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุดแล้วเลือกใช้วีธีการสลายการชุมนุมโดยใช้กำลังปราบปราม เป็นการโหมไฟความชิงชัง และวิกฤติศรัทธาให้เพิ่มมากขึ้น วิธีการดังกล่าวเป็นการกระทำของประเทศที่ปกครองด้วยระบบเผด็จการ ซึ่งจะส่งผลซ้ำเติมเศรษฐกิจของประเทศทุกด้าน

ทั้งนี้หากประเทศเกิดความเสียหาย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้นำรัฐบาลต้องรับผิดชอบในผลพวงที่เกิดขึ้นในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

• ขอประณามการใช้ความรุนแรงของรัฐบาล
• ขอให้หยุดสร้างเงื่อนไขทุกประการที่จะนำประเทศไปสู่ความหายนะโดยทันที
• เร่งเปิดประชุมรัฐสภาฯ สมัยวิสามัญ โดยเร็วที่สุด

พรรคเพื่อไทย
พรรคก้าวไกล
พรรคเสรีรวมไทย
พรรคประชาชาติ
พรรคเพื่อชาติ
พรรคพลังปวงชนไทย

เครือข่ายทางการศึกษา ขอแสดงจุดยืนให้รัฐบาลยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง

16 ต.ค. 2563 เครือข่ายทางการศึกษา ขอแสดงจุดยืนให้รัฐบาลยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง หยุดคุกคามและทำร้ายนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนที่ใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบสันติปราศจากอาวุธ

ตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร และใช้อำนาจเข้าสลายการชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชน ด้วยความรุนแรง

เครือข่ายทางการศึกษา 20 องค์กร ขอแสดงจุดยืนต่อรัฐบาลดังนี้

1. ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2563ในทันที

2. หยุดคุกคาม และใช้ความรุนแรงทำร้ายนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนจากการใช้เสรีภาพในการแสดงออกเด็ดขาด

การชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชน เป็นการใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบสันติปราศจากอาวุธ ซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 และตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) เสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลและต่อสาธารณะ เพื่อให้มีการถกเถียงกันอย่างอารยะ อันเป็นการแสดงออกตามครรลองในระบอบประชาธิปไตย และการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงนั้นเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง

เราต้องการระบบสังคมที่ดีกว่าเดิม เราต้องการความเป็นประชาธิปไตย การเมืองสร้างสรรค์ การเคารพและยอมรับในความแตกต่าง มีสิทธิ เสรีภาพ เปิดกว้างทางความคิด ซึ่งสะท้อนผ่านความคิดเห็นของสังคมในการขับเคลื่อนที่ผ่านมาของเครือข่าย ทิศทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา จำเป็นต้องทำให้เป็นวาระร่วมของสังคมทุกภาคส่วนในการกำหนดร่วมกัน ให้ทุกคนได้วาดฝันและร่วมออกแบบอนาคตของประเทศ เราจึงขอคัดค้านการปิดกั้นสิทธิ และเสรีภาพ ตลอดจนการกระทำที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนโดยอำนาจรัฐ และขอสนับสนุนนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน รวมถึงครูเพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมให้เป็นสังคมของเราอย่างแท้จริง

ครูขอสอน
a-chieve
insKru
Thrive Venture Builder
Deschooling Game
Blackbox
why i why Foundation
SYSI : Society of Young Social Innovators
Influencer TH
Kid Hero
Go a Board
Thai Civic Education
Rise Impact
Leeway
Begin@Home
มูลนิธิสื่อชาวบ้าน (มะขามป้อม)
Critizen
พลเรียน
มหาลัยเถื่อน
อะไรอะไรก็ครู
Math Misconcept

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ