เผยไทยผลิต 'น้ำผึ้ง' ได้ปีละ 1 หมื่นตัน อันดับ 2 อาเซียน รองจาก 'เวียดนาม'

กองบรรณาธิการ TCIJ 9 มิ.ย. 2563 | อ่านแล้ว 1007 ครั้ง

เผยไทยผลิต 'น้ำผึ้ง' ได้ปีละ 1 หมื่นตัน อันดับ 2 อาเซียน รองจาก 'เวียดนาม'

กรมส่งเสริมการเกษตร เผยอุตสาหกรรมเลี้ยงผึ้งไทยผลิตน้ำผึ้งได้ปีละ 10,110 ตัน อันดับผู้ส่งออกอันดับ 2 ของอาเซียนรองจากเวียดนาม และ 36 ของโลก สร้างเม็ดเงินถึง 616 ล้านบาท | ที่มาภาพประกอบ: Mike Eckel (อ้างใน The Isaan Record)

มติชนออนไลน์ รายงานเมื่อช่วงปลายเดือน พ.ค. 2563 ว่านายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ด้วยในวันที่ 20 พ.ค. 2563 ตรงกับวันผึ้งโลกหรือ World Bee Day ตามที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งชาติ (FAO) กำหนด กรมส่งเสริมการเกษตร ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมการเลี้ยงผึ้งและแมลงช่วยผสมเกสรได้ให้ความได้เห็นชอบและสนับสนุนวันผึ้งโลกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกษตรกรและบุคคลทั่วไปเห็นถึงความสำคัญของผึ้งและแมลงช่วยผสมเกสร ในการผลิตพืชผลทางการเกษตรที่ปลอดภัยจากสารเคมี และส่งเสริมการเลี้ยงผึ้งและแมลงอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ

“ผึ้ง เป็นแมลงที่มีความสำคัญต่อการสร้างความมั่นคงด้านอาหารโลก และก่อให้เกิดความสมบูรณ์แห่งห่วงโซ่อาหาร และยังเป็นสินค้าตลาดโลกต้องการ ดังนั้น กรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้มีนโยบายส่งเสริมการเลี้ยง ทั้งผึ้งพันธุ์ ผึ้งโพรง รวมถึงชันโรง ภายใต้โครงการที่สำคัญเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการเลี้ยงผึ้งของประเทศไทย ประกอบด้วย หนึ่ง โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาตั้งแต่ปี 2560-2563 โดยมีเป้าหมายจำนวน 54 แปลง และ สอง โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้ากลุ่มทางเลือกเพื่อสุขภาพ (แมลงเศรษฐกิจ) ที่มีเป้าหมายส่งเสริมใน 16 จังหวัดทั่วประเทศ”

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ อาชีพการเลี้ยงผึ้งยังให้ประโยชน์ทางอ้อมแก่เกษตรกร คือ ได้แมลงมาช่วยผสมเกสร เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในแปลงใหญ่ไม้ผลที่สำคัญ อาทิ การใช้ผึ้งพันธุ์ช่วยผสมเกสรในแปลงใหญ่สวนลำไยของภาคเหนือ และการใช้ผึ้งโพรงช่วยผสมเกสรในแปลงใหญ่ไม้ผลของภาคใต้ และการใช้ชันโรงช่วยผสมเกสรทุเรียนในแปลงใหญ่สวนผลไม้ภาคตะวันออก โดยพบว่ามีประสิทธิ ภาพช่วยผสมเกสรเพิ่มขึ้น เช่น ลำไย เพิ่มขึ้น 78.78 % เงาะโรงเรียน เพิ่มขึ้น 75.09 % ลิ้นจี่ เพิ่มขึ้น 42.05 % พืชตระกูลแตง เพิ่มขึ้น 39.00 % และ งา เพิ่มขึ้น 26.70%”

“ปัจจุบัน ไทยเป็นประเทศ ที่มีการเลี้ยงผึ้งในระดับอุตสาหกรรม ผลิตน้ำผึ้งมากเป็นอันดับที่ 36 ของโลก และเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน รองจากเวียดนาม โดยไทยผลิตน้ำผึ้ง ได้ 10,110 ตัน มีเกษตรกรผู้เลี้ยง 1,215 ราย ผึ้ง 353,724 รัง เก็บน้ำผึ้งจากดอกลำไย ลิ้นจี่ งา กาแฟ ทานตะวัน และสาบเสือ ได้มากกว่า 12,203 ตัน มีการส่งออกน้ำผึ้งไปยังประเทศต่างๆ เช่น ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย แคนาดา และจีน จำนวน 7,907.95 ตัน คิดเป็นมูลค่า 616.59 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีผลพลอยได้จากการผลิตไขผึ้ง เกสร และนมผึ้ง อีกด้วย”

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า แต่อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่ผ่านมา มีผึ้งจำนวนมากตายเพราะสารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืช ผนวกกับจำนวนสัตว์ป่า และพื้นที่ลดลง โดยมีงานวิจัยชี้ว่า ร้อยละ 40 ของแมลงผสมเกสรทั่วโลก เช่นผึ้ง และผีเสื้อ เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ทาง FAO ได้เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ร่วมกันปกป้องแมลงผสมเกสรพืช (pollinator) โดยเฉพาะ ผึ้ง เพื่อความร่วมมือดังกล่าว กรมส่งเสริมการเกษตร จึงมีนโยบายให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเกษตรที่ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การทําการเกษตรยั่งยืนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การใช้สารเคมีในการเกษตรอย่างถูกต้องและปลอดภัยต่อผู้ผลิต ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม ด้วยการส่งเสริมการป้องกันและกําจัดศัตรูแบบผสมผสาน (Integrated Pest Management: IPM) การกําจัดศัตรูพืชโดยชีววิธี (Biological Control) เป็นต้น

“การดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวของกรมส่งเสริมการเกษตร ล้วนแต่ก่อประโยชน์ต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ความมั่นคงทางด้านอาหาร และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งผลต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ตามกรอบสหประชาชาติ อันจะนำประโยชน์มาสู่พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งชาวไทยทั้งประเทศ” นายเข้มแข็ง กล่าวในที่สุด

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ