หวังระเบียบนักเรียนไว้ผมยาวได้ จะเปิดช่องการมีส่วนร่วม-เหมาะสมบริบทพื้นที่

กองบรรณาธิการ TCIJ 9 พ.ค. 2563 | อ่านแล้ว 451 ครั้ง

หวังระเบียบนักเรียนไว้ผมยาวได้ จะเปิดช่องการมีส่วนร่วม-เหมาะสมบริบทพื้นที่

ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เผยได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการกำหนดเรื่องการไว้ทรงผมจำนวนมาก เชื่อระเบียบฉบับใหม่จะแก้ปัญญาเรื่องการไว้ทรงผม เพราะได้มีการเปิดช่องให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและกำหนดในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเป็นไปตามบริบทของแต่ละพื้นที่ ด้าน รมว.ศธ. เชื่อผู้บริหารโรงเรียนจะจัดการได้ไม่มีข้อขัดแย้งอีก ย้ำโลกเปลี่ยนต้องให้อิสระเด็กมากขึ้น | ที่มาภาพประกอบ: สำนักข่าวอิศรา

เมื่อช่วงต้นเดือน พ.ค. 2563 ที่ผ่านมานายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ออกระเบียบ ศธ. ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 ว่าระเบียบดังกล่าวออกมา เพื่อเป็นหลักเกณฑ์กลางให้โรงเรียนปฏิบัติตาม โดยข้อที่กำหนดให้นักเรียนต้องปฏิบัติตนเกี่ยวกับการไว้ทรงผม ที่กำหนดให้นักเรียนชายจะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาวด้านข้าง ด้านหลังต้องยาว ไม่เลยตีนผม ด้านหน้าและกลางศีรษะให้เป็นไปตามความเหมาะสมและมีความเรียบร้อย ส่วนนักเรียนหญิงจะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาวให้เป็นไปตามความเหมาะสม และรวบให้เรียบร้อย มีการกำหนดไว้เดิมอยู่แล้ว แต่ระเบียบ ศธ.ฉบับนี้ได้เพิ่มในส่วนของข้อห้ามปฏิบัติ ได้แก่ การดัดผม การย้อมสีผมให้ผิดไปจากเดิม การไว้หนวดหรือเครา และการกระทำอื่นใดซึ่งไม่เหมาะสมกับสภาพการเป็นนักเรียน เช่น การตัดแต่งทรงผม เป็นรูปทรงสัญลักษณ์หรือเป็นลวดลาย เพื่อที่จะเป็นแนวทางให้ทุกโรงเรียนในสังกัด ศธ.ปฏิบัติตาม

อีกทั้งยังกำหนดให้อำนาจในการกำหนดทรงผมของนักเรียนนั้น เป็นไปตามที่ความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษา หรือคณะกรรมการบริหารโรงเรียน ซึ่งจะต้องไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ และการดำเนินการจะต้องยึดถือหลักความเหมาะสม และเปิดให้นักเรียน สถานศึกษา ผู้ปกครอง และชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดด้วย

“อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ศธ.ได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการกำหนดเรื่องการไว้ทรงผมจำนวนมาก ซึ่งผมเชื่อว่าระเบียบฉบับนี้จะสามารถแก้ปัญญาเรื่องการไว้ทรงผม เพราะได้มีการเปิดช่องให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและกำหนดในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเป็นไปตามบริบทของแต่ละพื้นที่ด้วย” ปลัด ศธ.กล่าว

ทั้งนี้มีรายงานว่ามีผู้ปกครองได้มาร้องเรียนกับ ศธ. เกี่ยวกับโรงเรียนมีข้อห้ามบังคับการไว้ทรงผมของนักเรียนที่ขัดต่อระเบียบกลางของศธ. โดยปีที่ผ่านมา มีผู้ปกครองรายหนึ่งร้องเรียนว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ห้ามไม่ให้นักเรียนไว้ผมหน้าม้า ถ้าฝ่าฝืน นักเรียนรายนี้ต้องลาออก ซึ่งถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิ์ของนักเรียน จนทำให้ศธ.ต้องออกประกาศย้ำเกี่ยวกับทรงผมของนักเรียน ว่าสามารถไว้ผมยาวได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบที่ประกาศกำหนด

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ออกระเบียบ ศธ. ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 ว่าตามที่นักวิชาการมีข้อกังวลว่าระเบียบดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้บริหารโรงเรียน กับ นักเรียน ในการกำหนดการไว้ทรงผมว่าจะให้ออกมาในรูปแบบใดนั้น ส่วนตัวไม่รู้สึกกังวลแต่อย่างใด เนื่องจากเชื่อมั่นว่าผู้บริหารสถานศึกษาแต่ละแห่งจะสามารถบริหารจัดการได้ ซึ่งทุกวันนี้ทุกฝ่ายต้องเข้าใจในบริบทของโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เช่น ในต่างประเทศหลายประเทศก็ได้ให้ความสำคัญในอิสระของความคิดและตนมองว่าระเบียบวินัยเป็นเรื่องที่สามารถบริหารจัดการได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับความเหมาะสมและบริบทของแต่ละโรงเรียน ที่สำคัญคือการหาจุดตรงกลางร่วมกันระหว่างครูอนุรักษ์นิยม ครูรุ่นใหม่ และ นักเรียน ในการหาแนวทางปฏิบัติร่วมกันต่อไป

“ขอยืนยันว่าส่วนตัวเห็นความสำคัญของระเบียบวินัยนี้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าต้องดูความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันด้วย เช่น โรงเรียนต้องช่วยลดภาระพ่อแม่ผู้ปกครองให้มากที่สุด เนื่องทุกคนต่างได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิค-19 อาจมีบางสิ่งบางอย่างที่ผิดกฎระเบียบบ้างแต่ก็ให้ยึดประโยชน์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ สิ่งในข้อนี้ผมเชื่อมั่นในตัวของผู้บริหารสถานศึกษาทุกคนที่จะบริหารจัดการกับสิ่งเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ” รมว.ศธ.กล่าว

ที่มาเรียบเรียงจาก: ไทยโพสต์ [1] [2]


ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ