ตั้งเป้าตรวจสุขภาพคนขับแท็กซี่ 3,000 คน สกัดรับ-แพร่เชื้อโรคทางเดินหายใจ

กองบรรณาธิการ TCIJ 6 ก.พ. 2563 | อ่านแล้ว 306 ครั้ง

ตั้งเป้าตรวจสุขภาพคนขับแท็กซี่ 3,000 คน สกัดรับ-แพร่เชื้อโรคทางเดินหายใจ

สธ.-คมนาคม-ก.ท่องเที่ยวฯ จับมือเครือข่ายแท็กซี่ พัฒนาคุณภาพบริการขนส่งสาธารณะ ตรวจสุขภาพคัดกรองโรคและภัยสุขภาพคนขับแท็กซี่ ตั้งเป้า 3,000 คน ในปี 2563 นี้ เพิ่มการเข้าถึงบริการสาธารณสุข สร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้ผู้โดยสาร ลดการแพร่กระจายเชื้อโรค | ที่มาภาพ: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้จัดการออนไลน์ รายงานเมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2563 ว่าที่โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต จังหวัดสมุทรปราการ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดโครงการบูรณาการความร่วมมือในการป้องกันควบคุมโรค กลุ่มผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถแท็กซี่ ปี 2563 พร้อมร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือเพื่อตรวจสุขภาพผู้ขับขี่รถแท็กซี่ เพื่อเฝ้าระวังป้องกันโรคและภัยสุขภาพ และอุบัติเหตุบนท้องถนน สร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

นพ.สุวรรณชัยให้สัมภาษณ์ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)ได้ให้ความสำคัญในสุขภาพกลุ่มผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถแท็กซี่ โดยกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และบริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกันตรวจสุขภาพและประเมินความพร้อมด้านร่างกายของผู้ขับขี่รถแท็กซี่ ก่อนการขับขี่ (Fitness to Drive) ภายใต้แนวคิด “ตรวจสุขภาพแท็กซี่ ท่องเที่ยวมั่นใจ ปลอดภัย ปลอดโรค” สร้างความตระหนักในการป้องกันควบคุมโรคและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพ โดยมีความเสี่ยง 2 ด้าน คือ โรคระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากรถแท็กซี่ติดตั้งระบบปรับอากาศ มีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่และรับโรคติดต่อทางเดินหายใจได้ง่าย และความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เนื่องจากมีกิจกรรมทางกายน้อย จึงได้จัดโครงการบูรณาการความร่วมมือในการป้องกันควบคุมโรค กลุ่มผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถแท็กซี่ ปี 2563 ขึ้น

โดยในปี 2563 นี้จะให้บริการตรวจสุขภาพแก่ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวนกว่า 3,000 คน ประกอบด้วย การตรวจสุขภาพเบื้องต้น การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ เอกซเรย์ปอด ทดสอบการมองเห็นระยะไกล หากพบเจ็บป่วยจะได้ส่งดูแลรักษาต่อเนื่อง ทำให้ผู้ป่วยมีความรู้ดูแลสุขภาพ ทราบสถานะสุขภาพของตน โดยมีบริการทั้งเชิงรับ ที่สถาบันของกรมควบคุมโรค ได้แก่ สถาบันบำราศนราดูร, สถาบันราชประชาสมาสัย และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง และบริการเชิงรุกตรวจสุขภาพเคลื่อนที่แก่ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ/ดอนเมือง, TOT Academy โดย บริษัทแกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด, สำนักงานขนส่งทางบก กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 5

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะ มากกว่า 350,000 ราย ร้อยละ 34 ขับขี่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ผลการตรวจคัดกรองภาวะสุขภาพของกลุ่มผู้ขับรถโดยสารสาธารณะของกรุงเทพมหานคร ในปี 2559 พบผู้ป่วยวัณโรค ร้อยละ 2 และเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

“การตรวจสุขภาพผู้ขับขี่ในครั้งนี้ นอกจากผู้ขับขี่ได้รับการประเมินสุขภาพ สร้างภูมิคุ้มกันให้มีสุขภาพที่ดี ยังสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสารว่าจะไม่ได้รับเชื้อโรคจากการใช้บริการรถสาธารณะ เกิดความมั่นใจทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร” นพ.สุวรรณชัยกล่าว

กรมการขนส่งทางบกตรวจสุขภาพแท็กซี่ฟรี 12-13 ก.พ.นี้

สำนักข่าวไทย รายงานเมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2563 ว่านายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เพื่อสร้างความตระหนักในการป้องกัน ควบคุมโรค ลดความเสี่ยงจากโรคติดต่อทางเดินหายใจ สร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้ผู้ขับรถแท็กซี่และผู้โดยสาร เฝ้าระวังป้องกันโรคและภัยสุขภาพและอุบัติเหตุบนท้องถนน กรมการขนส่งทางบกขอความร่วมมือให้กลุ่มผู้ประกอบอาชีพเดินรถสาธารณะป้องกันตัวเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ทำหน้าที่ส่งผู้โดยสาร

ทั้งนี้ ได้ประสานบุคลากรทางการแพทย์ให้บริการตรวจสุขภาพและประเมินความพร้อมด้านร่างกายของผู้ขับรถแท็กซี่ก่อนการขับขี่ (Fitness to Drive) ภายใต้แนวคิด “ตรวจสุขภาพแท็กซี่ ท่องเที่ยวมั่นใจ ปลอดภัย ปลอดโรค” ให้บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ เอ็กซเรย์ปอด ทดสอบการมองเห็นระยะไกล โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ 2563 ณ บริเวณอาคาร 4 ชั้น 1 กรมการขนส่งทางบก จึงขอเชิญชวนผู้ขับรถแท็กซี่เข้ารับการตรวจร่างกายเพื่อสุขภาพที่ดี และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้โดยสารว่าจะไม่ได้รับเชื้อโรคจากการใช้บริการรถสาธารณะ นอกจากนี้ ผลการตรวจสุขภาพ และใบรับรองแพทย์ที่ได้รับสามารถนำไปประกอบการขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะได้อีกด้วย

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า การตรวจสุขภาพและประเมินความพร้อมด้านร่างกายของผู้ขับรถแท็กซี่ดังกล่าว เป็นความห่วงใยและความร่วมมือของกรมการขนส่งทางบกกับกรมควบคุมโรคและกรมการท่องเที่ยวเล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพผู้ขับรถแท็กซี่ที่อาจขาดโอกาสดูแลสุขภาพด้วยความจำเป็นในการประกอบอาชีพ แต่มีความเสี่ยงเป็นโรคระบบทางเดินหายใจจากมลพิษบนท้องถนน โรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ วัณโรค ไข้หวัดใหญ่ รวมถึงอาการผิดปกติของร่างกายต่าง ๆ ที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุทางถนน ดังนั้น การดูแลสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ จึงเพิ่มคุณภาพและความปลอดภัยในการให้บริการรับส่งผู้โดยสาร อีกทั้งยังเป็นการลดความเสี่ยงการเกิดโรคด้วยการให้ความรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพ และลดความเสี่ยงการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจควบคู่กันด้วย

ทั้งนี้ ปี 2563 ตั้งเป้าให้บริการตรวจสุขภาพแก่ผู้ขับรถแท็กซี่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลกว่า 3,000 คน โดยผู้ขับรถแท็กซี่สามารถใช้บริการได้ ณ สถาบันของกรมควบคุมโรค ได้แก่ สถาบันบำราศนราดูร, สถาบันราชประชาสมาสัย สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง , ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง, TOT Academy, โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต ตามกำหนดการที่ให้บริการ สอบถามเพิ่มเติม โทร.1584

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ