ส่องบรรษัท: 5 ยักษ์ใหญ่ 'ประกันชีวิต' รายได้รวม 4 แสนล้านบาท

ทีมข่าว TCIJ: 5 เม.ย. 2562

ปี 2560 รายได้รวมกลุ่มธุรกิจประกันชีวิตทั้งหมด 46 แห่งมี 555,292,154,959.55 บาท พบ 5 ยักษ์ใหญ่บริษัทประกันชีวิต ‘เมืองไทยประกันชีวิต-ไทยประกันชีวิต-กรุงไทยแอกซ่า-ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต-กรุงเทพประกันชีวิต’ มีรายได้รวม 402,455,819,225 บาท คิดเป็น 72.48% ของรายได้รวมทั้งอุตสาหกรรม

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (สืบค้นข้อมูลเมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2562) พบว่าประเภทธุรกิจ ‘การประกันชีวิต’ (รหัสประเภทธุรกิจ 65110) มีนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ 46 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 98,823,361,979.28 บาท รายได้รวมในปี 2560 (ทั้ง 46 ราย) 555,292,154,959.55 บาท โดยนิติบุคคลประเภทการประกันชีวิตที่มีรายได้สูงสุด 5 อันดับแรก 1. บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) 116,716,955,000 บาท 2.บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) 97,696,308,225 บาท 3.บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) 71,671,441,000 บาท 4. บริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) 60,005,852,000 บาท และ 5. บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) 56,365,263,000 บาท รายได้รวมทั้ง 5 บริษัท 402,455,819,225 บาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 72.48 ของรายได้ทั้งอุตสาหกรรม

อุตสาหกรรมประกันภัยทั้งระบบมีเบี้ยประกันภัยรวมทั้งปีประมาณ 862,068 ล้านบาท คาดปี 2562 พุ่ง 904,550 ล้านบาท

ข้อมูลจากคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่าเมื่อสิ้นปี 2561 อุตสาหกรรมประกันภัยทั้งระบบจะมีเบี้ยประกันภัยรวมทั้งปีประมาณ 862,068 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 5.30 แบ่งเป็นเบี้ยประกัน ชีวิตจำนวน 632,567 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 5.38 และเบี้ยประกันวินาศภัย จำนวน 229,500 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 5.07 โดยสามารถวิเคราะห์ได้จาก อัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมประกันภัยตั้งแต่เดือนมกราคม - กันยายน ปี 2561 มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง จำนวน 630,422 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 5.22 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นธุรกิจประกันชีวิต จำนวน 460,898 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 4.92 โดยเป็นเบี้ยประกันชีวิตปีแรกจำนวน 77,348 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 2.3 เบี้ยประกันชีวิตปีต่อไปจำนวน 327,773 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 3.47 และเบี้ยประกันชีวิตจ่ายครั้งเดียวจำนวน 50,720 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 8.14 และสำหรับธุรกิจประกันวินาศภัยมีเบี้ย ประกันภัยรับโดยตรง จำนวน 169,524 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 6.05 จากการประกันอัคคีภัยจำนวน 7,850 ล้านบาท การประกันภัยทางทะเลและขนส่ง จำนวน 4,192 ล้านบาท การประกันภัยรถจำนวน 99,802 ล้านบาท และการประกันภัยเบ็ดเตล็ดจำนวน 57,680 ล้านบาท

ทั้งนี้ธุรกิจประกันภัยมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้นจำนวน 3,904,948 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 3.39 สินทรัพย์ลงทุนจำนวน 3,560,583 ล้านบาท ขยายตัว ร้อยละ 2.99 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแบ่งเป็นสินทรัพย์ของธุรกิจประกันชีวิตจำนวน 3,439,578 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 3.72 สินทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์ลงทุนจำนวน 3,233,813 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 94.02 ของสินทรัพย์รวม สำหรับอัตราส่วนสินทรัพย์ลงทุนต่อเงินสำรอง ของธุรกิจประกันชีวิต ณ สิ้นเดือนกันยายน 2561 มีค่าร้อยละ 123.76 แสดงให้เห็นว่าธุรกิจประกันชีวิตมีสินทรัพย์ลงทุนเพียงพอต่อหนี้สินผู้เอาประกันภัย สำหรับสินทรัพย์ของธุรกิจประกันวินาศภัยจำนวน 465,369 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 1.04 สินทรัพย์ ส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์ลงทุนจำนวน 326,770 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 70.22 ของสินทรัพย์รวม

ทั้งนี้สำนักงาน คปภ. คาดการณ์ว่าจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ยังคงมีปัจจัยสนับสนุนทางด้านบวก ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงทิศทางการค้าการผลิตและการลงทุนระหว่างประเทศ ที่จะส่งผลให้การส่งออกยังคงมีแนวโน้มขยายตัว อยู่ในเกณฑ์ดีและการปรับตัวดีขึ้นของการลงทุนตามแนวโน้มการเร่งตัวขึ้นของการลงทุนภาครัฐ และการลงทุนภาคเอกชนที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งค่าใช้จ่ายภาคครัวเรือนยังมีแนวโน้มการขยายตัวที่อยู่ในเกณฑ์ดี พร้อมทั้งแรงขับเคลื่อนจากภาคการท่องเที่ยวที่มีทิศทางเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้คาดการณ์แนวโน้มสิ้นปี 2562 จะมีเบี้ยประกันภัยรวมทั้งปีประมาณ 904,550 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 4.9-5.9 ประมาณการเบี้ยประกันชีวิตจำนวน 664,354 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 5-6 และประมาณการเบี้ยประกันวินาศภัย จำนวน 240,197 ล้านบาท เติบโต ร้อยละ 4.7-5.7

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ