'การนิคมอุตสาหกรรม' ยอมรับเงินลงทุนจากต่างชาติปี 2562 น้อยกว่าปี 2561

กองบรรณาธิการ TCIJ 29 ธ.ค. 2562 | อ่านแล้ว 1143 ครั้ง

'การนิคมอุตสาหกรรม' ยอมรับเงินลงทุนจากต่างชาติปี 2562 น้อยกว่าปี 2561

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เผยผลงานปีงบประมาณ 2562 ดึงเม็ดเงินต่างชาติลงทุนได้รวม 30,527 ล้านบาท ยอมรับ ลดลงจากปีงบประมาณ 2561 ที่มียอดรวมสูงกว่าด้วยเม็ดเงินรวม 39,731 ล้านบาท แต่เชื่อปีงบประมาณ 2563 ยังขยายตัวได้ร้อยละ 5 โดยเฉพาะกลุ่ม S-Curve ที่จะมีการลงทุนมากขึ้นใน EEC | ที่มาภาพประกอบ: psrc.org

สำนักข่าวไทย รายงานเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2562 ที่ผ่านมาว่านางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) แถลงผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2562 ว่าผลการดำเนินงานน่าพอใจโดย กนอ.ช่วยให้เกิดการลงทุนในภาพรวมของประเทศ 30,527.54 ล้านบาท แม้ว่ามูลค่าการลงทุนที่เกิดขึ้นจะลดจากปี 2561 ร้อยละ 23 ที่มียอดการลงทุนรวม 39,731 ล้านบาท แต่สำหรับ กนอ. ถือว่าเป็นตัวเลขที่ดีมาก เนื่องจากปีนี้มีปัญหาผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวและสงครามการค้า

สำหรับนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนมากเป็นอันดับ 1 ยังเป็นสัญชาติญี่ปุ่น ลงทุนจำนวน 35 แห่ง จีนลงทุนเพิ่มขึ้นมากและเป็นอันดับที่ 2 ลงทุนรวม 18 แห่ง อันดับ 3 คือ นักลงทุนจากฮ่องกง เข้ามาลงทุนรวม 10 แห่งและอันดับที่ 4 คือ นักลงทุนสัญชาติ มาเลเซีย ตามด้วยอันดับ 5 คือ นักลงทุนจากสหรัฐ

ส่วนแนวโน้มในปี 2563 ตั้งเป้าหมายว่าการลงทุนจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 โดยปัจจัยที่จะส่งผลต่อการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมได้แก่ความกังวลปัญหาเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศที่ตกต่ำ ผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐที่มีผลทั้งด้านบวกและลบต่อประเทศไทย การแข็งค่าของเงินบาท แต่ กนอ.ยังเชื่อมั่นว่า แนวโน้มการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศ มีความต่อเนื่องและจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหลัก 5 โครงการในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) มีการลงนามสัญญาครบทั้งหมด การลงทุนจะเน้นกลุ่มอุตสาหกรรม S-Curve ได้แก่ ยานยนต์สมัยใหม่ ปิโตรเคมี ซึ่งทาง กนอ.จะปรับเปลี่ยนการอนุมัติ อนุญาต สู่ระบบดิจิทัล และกนอ.ยังลงนามกับบริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) ลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและสมาร์ทปาร์ค ที่มีการลงทุน 5G จะเปิดได้ในปี 2565 แล้ว และเพื่อรองรับเทคโนโลยีอนาคต ยังเตรียมความพร้อมขยายและพัฒนาอีกขั้นไปสู่ ระบบ 6G ไว้รองรับแล้ว

ด้านการปิดโรงงานพบว่าในช่วงต้นปี 2562 มีโรงงานปิดลงจริง แต่ถือว่า เป็นสถานการณ์ปกติและเป็นโรงงานขนาดเล็กที่เข้ามาทดลองตลาดและเห็นว่าไปต่อไม่ได้ โดยมีการปิดตัวลงรวม 41 แห่ง จำนวนคนงาน ตกงานประมาณ 2,000 คนเท่านั้น

สำหรับโครงการลงทุนปิโตรเคมีที่เป็นแอดวานซ์เทคโนโลยี การจะลงทุนเฉพาะในพื้นที่อีอีซี อาจไม่เหมาะสม พื้นที่จำกัดไม่สามารถหาพื้นที่แปลงใหญ่ที่จะรองรับโครงการขนาดใหญ่ๆ ได้เพิ่มขึ้น กนอ. จึงว่าจ้างสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ศึกษาการขยายพื้นที่รองรับโครงการลงทุนปิโตรเคมีควรจะเป็นพื้นที่บนดินหรือการถมทะเล ซึ่งเบื้องต้นทาง กนอ.เห็นว่า ถ้าหากขยายพื้นที่โดยวิธีการถมทะเลรองรับการลงทุนได้จะช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นดิน อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลสรุปการศึกษาให้แล้วเสร็จก่อน โดยการศึกษาจะแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2563 ยอมรับว่า มีความล่าช้าจากเดิมเล็กน้อย

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ