6 ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกไทยติดท็อป 10 อาเซียน มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงที่สุด CPALL รั้งที่ 1

กองบรรณาธิการ TCIJ 28 ก.ค. 2562 | อ่านแล้ว 829 ครั้ง

6 ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกไทยติดท็อป 10 อาเซียน มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงที่สุด CPALL รั้งที่ 1

งานวิจัยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) พบหุ้นในกลุ่มค้าปลีกของไทย 6 บริษัทติด 10 อันดับหุ้นค้าปลีกอาเซียน ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงที่สุด อันดับ 1 ได้แก่ 'ซีพี ออลล์' มีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียนทั้งด้านมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ 24,316 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และรายได้ 15,742 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

สำนักข่าวไทย รายงานเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2562 ว่านางสาวปฐมาภรณ์ นิธิชัย ฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เผยแพร่บทวิจัยเรื่อง “หุ้นค้าปลีกไทยอยู่อันดับไหนในอาเซียน ?” ผ่าน SET Note ฉบับที่ 6/2562 ระบุว่าเมื่อเมืองเติบโตขึ้นประชากรที่อยู่อาศัยหรือทำงานในเขตเมืองย่อมเพิ่มขึ้น ตลอดจนจำนวนนักท่องเที่ยวที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจค้าปลีก อย่างไรก็ตาม ชีวิตที่ต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจค้าปลีกต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการ ไม่เพียงการขายสินค้าอุปโภคบริโภคแบบเดิม แต่ต้องตอบโจทย์วิถีชีวิตแบบใหม่ของผู้บริโภคมากขึ้น เช่น บริการอาหารพร้อมรับประทาน บริการงานออกแบบและซ่อมแซม บริการด้านการชำระเงิน เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีกลยุทธ์การจัดการรูปแบบสาขาและสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการแต่ละพื้นที่ ตลอดจนการใช้เทคโนโลยี big data analytic เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้าแต่ละบุคคล รวมถึงการพัฒนา e-commerce และบริการขนส่งสินค้า ปัจจัยทั้งหมดส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนไทยในกลุ่มค้าปลีกเติบโตเฉลี่ย 8% ต่อปีในช่วงปี 2557-2561 และมีการจ้างงาน 170,000 คนในปี 2561 เพิ่มขึ้น 12.6% ต่อปีในช่วงปี 2557-2561

ทั้งนี้ ธุรกิจค้าปลีกไทยไม่ได้เติบโตเฉพาะในประเทศ ปัจจุบันบริษัทจดทะเบียนไทยในกลุ่มค้าปลีกขยายธุรกิจในต่างประเทศจำนวนมากทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน และมีแผนที่จะขยายธุรกิจในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง สำหรับในอาเซียน บริษัทมีรูปแบบการขยายธุรกิจทั้งการเปิดสาขาใหม่เอง และร่วมทุนกับบริษัทท้องถิ่น เช่น บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) เปิดสาขา BigC ในเวียดนาม และลาว บมจ.โรบินสัน (ROBINS) เปิดสาขาโรบินสันในเวียดนาม บมจ.สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) เปิดสาขาในกัมพูชา และร่วมทุนกับบริษัทท้องถิ่นขยายสาขาในลาว และเมียนมา บมจ.สยามแม็คโคร (MAKRO) เปิดสาขาแม็คโครในกัมพูชา และ บมจ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) เปิดสาขาโฮมโปรในมาเลเซีย นอกจากนี้ หลายบริษัทยังมีสาขาหรือมีแผนขยายสาขานอกภูมิภาคอาเซียน เช่น อินเดีย

จากศักยภาพในการเติบโตดังกล่าวส่งผลให้หุ้นในกลุ่มค้าปลีกของไทย 6 บริษัทติด 10 อันดับหุ้นค้าปลีกอาเซียน ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงที่สุด อันดับ 1. ได้แก่ บริษัท ซีพี ออลล์ จํากัด (มหาชน) มีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียนทั้งด้านมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ 24,316 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และรายได้ 15,742 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อันดับ 2. บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 7,394 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และรายได้ 1,906 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อันดับ 3. บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 6,369 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และรายได้ 4,833 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อันดับ 4. บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 5,282 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และรายได้ 5,943 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่วน บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จํากัด (มหาชน) อยู่อันดับ 7. มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 2,376 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และรายได้ 786 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และบริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) อยู่อันดับ 10. มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 1,989 ล้านเหรียญสหรัฐ และรายได้ 946 ล้านเหรียญ

สำหรับธุรกิจค้าปลีกเป็นตัวอย่างที่ดีของการปรับตัวตามความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และสามารถประยุกต์ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ จนสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ