กสทช.ปรับเงื่อนไขเสรีดาวเทียม ต่างชาติต้องตั้งบริษัท-มีโครงข่ายเกตเวย์ในไทยด้วย

กองบรรณาธิการ TCIJ 23 ธ.ค. 2562 | อ่านแล้ว 906 ครั้ง

กสทช.ปรับเงื่อนไขเสรีดาวเทียม ต่างชาติต้องตั้งบริษัท-มีโครงข่ายเกตเวย์ในไทยด้วย

กสทช.เร่งปรับเงื่อนไขเปิดเสรีดาวเทียม ผ่อนเงื่อนไขยกเว้นเก็บเงินหลักประกันให้หน่วยงานรัฐที่ ลดข้อกังวลด้านความมั่นคง ชี้บริษัทต่างชาติต้องตั้งบริษัทในไทยและมีโครงข่ายเกตเวย์ในประเทศไทยด้วย | ที่มาภาพประกอบ: SpaceNews

สำนักข่าวไทย รายงานเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2562 ว่า พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า (ร่าง) แผนการบริหารสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม รวมทั้งประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการใช้สิทธิวงโคจรดาวเทียม และหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติ ได้ผ่านเวทีประชาพิจารณ์เรียบร้อยแล้วในช่วงเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา คาดว่าจะนำข้อสรุปจากผลการประชาพิจารณ์พร้อมทั้งการปรับร่างดังกล่าวเข้าที่ประชุมกสทช.ภายในวันที่ 24 ธ.ค. 2562 หากไม่มีการปรับแก้ ก็สามารถนำไปลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อมีผลบังคับใช้ภายในต้นปี 2563

สำหรับ (ร่าง) แผนการบริหารสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม ส่วนใหญ่ไม่ได้มีการปรับเนื้อหาหลักมากนัก มีเพียงการปรับข้อความเล็กน้อย จากเดิมที่กสทช.จะดำเนินการตามสอดคล้องตามนโยบายที่คณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติกำหนด แต่เวทีประชาพิจารณ์เห็นว่า กสทช.เป็นองค์กรอิสระต้องปฏิบัติตามกฎหมายอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงได้ตัดข้อความดังกล่าวออก

ขณะที่ ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการใช้สิทธิวงโคจรดาวเทียม ได้มีการยกเว้นการวางเงินหลักประกันก่อนสร้างดาวเทียมในกรณีเป็นหน่วยงานรัฐ หากมีการสร้างดาวเทียมเพื่อการวิจัยและการศึกษา รวมถึง การใช้งานที่แสวงหาผลกำไร จากเดิมที่กำหนดเก็บเงินหลักประกันอยู่ที่ร้อยละ 2.5 ส่วนเงินหลักประกันของเอกชนกำหนดไว้ที่ร้อยละ 5 ตามเดิม รวมถึงเรื่องเงื่อนไขการยึดเงินประกัน ที่กสทช.กำหนดให้ยึดเงินประกันหากไม่สามารถดำเนินกิจการได้ภายใน 7 ปี กสทช.จะผ่อนปรนให้หากดูแล้วเป็นเหตุผลที่ไม่สามารถดำเนินการได้จริง รวมถึงการกำหนดเงื่อนไขเรื่องสิทธิขั้นสมบูรณ์ของดาวเทียมให้ยึดตามประกาศของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) จากเดิมที่ยึดตามที่กสทช.กำหนด และเนื่องจากคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติยังไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง กสทช.จึงได้มีการกำหนดเพิ่มเติมให้ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องรับผิดชอบวัตถุในอวกาศด้วย

พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าวว่า ค่าธรรมเนียมการอนุญาตขอใช้สิทธิวงโคจรดาวเทียม หากเป็นดาวเทียมไทย เก็บค่าไฟล์ลิ่ง 2 ล้านบาท ต่อ 1 สิทธิ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีอยู่ที่ร้อยละ 0.25 ของรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายจากการประกอบกิจการดาวเทียม ส่วนดาวเทียมต่างชาติเก็บค่าไฟล์ลิ่งเท่ากับดาวเทียมไทย แต่ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีแพงกว่า อยู่ที่ร้อยละ 3.2 ของรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายจากการประกอบกิจการดาวเทียม

ส่วนเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติ เป็นเรื่องที่เวทีประชาพิจารณ์มีความเห็นมากที่สุด เพราะกังวลเรื่องความมั่นคง และการเข้ามาแข่งขันของต่างชาติมากเกินไป กสทช.จึงได้ปรับแก้รายละเอียด เพื่อลดปัญหาความกังวลด้านความมั่นคง จึงกำหนดดาวเทียมต่างชาติ ต้องมีการตั้งบริษัทในไทย และ มีโครงข่ายเกตเวย์ หรือ อัพลิงค์ สเตชั่น ในประเทศไทย เมื่อเกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับความมั่นคงภายในประเทศ ประเทศไทยจะสามารถปิดระบบได้ แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับสถานทูตที่กำหนดให้ใช้ดาวเทียมต่างชาติที่ไม่มีบริษัทในประเทศไทยได้

นอกจากนี้ยังปรับเงื่อนไขกิจการเรือที่แต่เดิมใช้ดาวเทียมต่างชาติได้เสรี เปลี่ยนเป็นกำหนดให้บริษัทดาวเทียมต่างชาติต้องมีสำนักงานในประเทศไทยด้วย ส่วนกิจการเพื่อให้บริการยูโซ่ กำหนดให้ใช้ดาวเทียมต่างชาติที่ไม่มีบริษัทในประเทศไทยได้ในกรณีให้บริการยูโซ่ไม่เกิน 1 ปี หากเกิน 1 ปี จำเป็นต้องเข้าตามระบบของกสทช.เพื่อปิดช่องว่างไม่ให้ต่างชาติเข้ามาด้วยการอ้างการให้บริการยูโซ่

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ