บทสัมภาษณ์จาก Socialist Worker: ‘การต่อต้านของแรงงานในวิกฤตเวเนซุเอลา’

แปลและเรียบเรียงโดย พัชณีย์ คำหนัก 2 ก.พ. 2562

บทสัมภาษณ์จาก Socialist Worker: ‘การต่อต้านของแรงงานในวิกฤตเวเนซุเอลา’

ชวนอ่านบทสัมภาษณ์จากสื่อ ‘Socialist Worker’ คุยกับ ‘กอนซาโล่ โกเมซ’ นักปฏิวัติชาวเวเนซุเอลา สมาชิกขององค์กรสังคมนิยม Marea Socialista ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ aporrea.org ฝ่ายซ้ายอิสระ และเป็นนักสหภาพแรงงานที่ต่อสู้มานานกว่า 40 ปี ต่อสถานการณ์การต่อต้านของแรงงานในวิกฤตการณ์เวเนซุเอลา ที่มาภาพ: La Razón

รัฐบาลเวเนซุเอลาประกาศขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำล่าสุด 150% เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2018 จาก 1,800 โบลิวาร์เวเนซุเอลา/เดือน เป็น 4,500 โบลิวาร์เวเนซุเอลา (sovereign bolivar) ในขณะที่มีการประท้วงของประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะรัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาวิกฤตได้  อัตราเงินเฟ้อเกือบแตะ 1,00,000% (ปลายปี 2561) ซึ่งวิกฤตเศรษฐกิจอันเลวร้ายนี้ นักสังคมนิยมแรงงานวิเคราะห์ว่า เกิดขึ้นจากการล่มสลายของราคาน้ำมันที่เริ่มเมื่อปี 2557 วิกฤตินี้นำไปสู่การเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ การขาดแคลนสิ่งจำเป็นพื้นฐาน และกระทบชีวิตของคนจนและคนทำงานในเวเนซุเอลา นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ทั้งโครงสร้างการเมืองการปกครองภายในประเทศที่มีปัญหา มีการคอรัปชั่น และอิทธิพลของฝ่ายขวาในประเทศกอปรกับมหาอำนาจสหรัฐอเมริกาที่พยายามต่อต้านนโยบายการบริหารงานตั้งแต่ยุคอดีตประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ จนเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2562 นาย Juan Guaidó ผู้นำฝ่ายค้านซึ่งเป็นฝ่ายขวาประกาศตั้งตัวเองเป็นประธานาธิบดีชั่วคราวของเวเนซุเอลา โค่นล้มประธานาธิบดี นายนิโกลัส มาดูโร และเขาได้รับการยอมรับจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและผู้นำประเทศอำนาจนิยมในละตินอเมริกาทันที  แต่มาดูโรไม่ยินยอม

บทสัมภาษณ์นี้เมื่อเดือนสิงหาคม 2018 ก่อนการขึ้นค่าจ้างล่าสุด เป็นเรื่องของการต่อสู้ของแรงงานภาคส่วนต่างๆ และข้อเสนอทางออกวิกฤตที่รัฐบาลต้องทำตาม ไม่ใช่แก้ปัญหาด้วยแนวทางเสรีนิยม-ทุนนิยม  แต่ควรทำตามข้อเสนอของฝ่ายแรงงานและประชาชน

สัมภาษณ์: กอนซาโล่ โกเมซ
การต่อต้านของแรงงานต่อวิกฤตการณ์เวเนซุเอลา

ประเทศเวเนซุเอลาภายใต้การบริหารงานของประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร เข้าสู่วิกฤติและความโกลาหลมากยิ่งขึ้น นับตั้งแต่นายมาดูโรได้รับการเลือกตั้งอีกครั้งเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้คะแนนเสียงต่ำแต่ไม่มีตัวเลือกอื่น และนับจากการเลือกตั้งดังกล่าว ก็มีการต่อสู้ของแรงงานใหม่ๆ เกิดขึ้นและแพร่กระจายมากขึ้น แต่สื่อในประเทศและต่างประเทศไม่สนใจลงข่าว การต่อต้านของแรงงานเป็นโอกาสให้ทั้งรัฐบาลมาดูโรที่ทุจริตและควบคุมปราบปรามประชาชน และฝ่ายค้านซึ่งเป็นฝ่ายขวาที่ได้รับการสนับสนุนจากมหาอำนาจสหรัฐอเมริกา ที่พยายามต่อต้านนโยบายการปฏิรูปและอำนาจประชาชนนับตั้งแต่ยุคอดีตประธานาธิบดีฮูโก้ ชาเวซแล้ว

กอนซาโล่ โกเมซ นักปฏิวัติชาวเวเนซุเอลา สมาชิกขององค์กรสังคมนิยม Marea Socialista ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ aporrea.org ฝ่ายซ้ายอิสระ และเป็นนักสหภาพแรงงานที่ต่อสู้มานานกว่า 40 ปี ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2018 เขาได้ให้สัมภาษณ์แก่คาร์ลอส คาร์โยเน่ อธิบายสถานการณ์ในเวเนซุเอลาและการต่อสู้ขั้นต่อไปของนักสังคมนิยมในประเทศ ซึ่งได้แปลเป็นภาษาอังกฤษโดยอีวา มาเรีย ดังนี้

“จากข้อมูลที่เรามี  การต่อสู้ดิ้นรนของคนงานได้เริ่มขึ้นแล้วในประเทศนี้ เพราะต้องการปรับปรุงค่าจ้างและสภาพการทำงาน การประท้วงขนาดใหญ่อื่น ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นนี้มาจากสาเหตุที่การบริการสาธารณะ เช่น ไฟฟ้า น้ำ และโทรคมนาคมล่มสลาย รวมถึงบริการขนส่งสาธารณะและถนน และ CLAPs [กล่องอาหารที่รัฐบาลแจกจ่ายให้แก่ครอบครัวที่มีรายได้น้อย ] ที่มาไม่ถึงมือประชาชน  คุณช่วยอธิบายสถานการณ์เหล่านี้ให้เราฟังได้ไหม”

หลังจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2018 (นิโกลัส มาดูโร ชนะ) มีความขัดแย้งและการเรียกร้องจากแรงงานและภาคสังคมหลายแห่งในประเทศสูงขึ้น   ขบวนการนี้ไม่หยุด ในทางตรงกันข้ามมีภาคส่วนใหม่ๆ เข้ามาร่วมประท้วงทุกวัน

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือ การระดมพยาบาลของโรงพยาบาลของรัฐ และนำการต่อสู้มากว่าสองสัปดาห์แล้ว พวกเขาเรียกร้องการขึ้นเงินเดือนที่ยุติธรรม เพียงพอกับความต้องการพื้นฐานสำหรับครัวเรือนที่รัฐธรรมนูญระบุ [ปี 1999 ซึ่งมาดูโรพยายามที่จะร่างใหม่]

โปรดทราบด้วยว่า เงินเดือนปัจจุบันน้อยกว่าค่าใช้จ่ายในการทำงาน  และสิ่งนี้ยังนำไปสู่การเรียกร้องให้ปรับปรุงการบริการด้านสุขภาพ: ไม่มีเวชภัณฑ์, ไม่มียา, อุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่เพียงพอ – และที่แย่ที่สุดคือ บรรดาหมอกำลังย้ายออกจากประเทศ

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า รัฐบาลเพิ่มเงินเดือนให้ทหารให้ใกล้เคียงอัตราที่ระบุใน Canasta Básica   พยาบาลเหล่านี้พูดว่า “เราก็ต้องการเงินเดือนขึ้นเหมือนทหาร”

พยาบาลเดินขบวนตามท้องถนนและได้รับการสนับสนุนจากผู้ป่วยและครอบครัว  พวกเขาเลือกที่จะประท้วงบนท้องถนน เพราะรัฐบาลกำลังปิดบริการสาธารณสุข เนื่องจากขาดแคลนทรัพยากรและเงินจ้าง

สถานการณ์วิกฤตและการทอดทิ้งประชาชน ทำให้คนส่วนใหญ่ได้รับความเดือดร้อน ได้แก่ แรงงานภาครัฐ ตลอดจนคนงานทั่วประเทศ ตัวอย่างเช่น พนักงานในมหาวิทยาลัยกำลังออกไปประท้วงค่าจ้างด้วย

ผู้นำของสหภาพแรงงานแบบข้าราชการพยายามแอบทำข้อตกลงกับนายจ้าง โดยเพิ่มค่าจ้างเพียงเล็กน้อยและไม่เป็นที่ยอมรับ พนักงานไม่สนใจ “ข้อตกลง” และออกมาต่อสู้บนท้องถนน

พนักงานในกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและสถาบันดาวเทียมหลายแห่งในกระทรวงนี้ได้ร่วมประท้วงเช่นเดียวกับพนักงานภาคบริการสุขภาพ ข้อเรียกร้องขึ้นค่าจ้างถูกรวมเข้ากับข้อเรียกร้องปรับปรุงเงื่อนไขของการบริการสาธารณะ

พนักงานไฟฟ้า โทรศัพท์ที่ทำงานให้แก่ CANTV ในบางภูมิภาค พนักงานไปรษณีย์บางคนออกมาประท้วง  ส่วนบางคนที่ยังไม่ออกมา ก็ออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาล

และยังมีแนวโน้มที่แรงงานในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะออกมาต่อต้าน  นี่จึงเป็นโอกาสของการต่อสู้เพื่อค่าจ้างและปรับปรุงการบริการสาธารณะ

เพื่อให้แรงงานในประเทศอื่น ๆ เข้าใจสถานการณ์แรงงานในเวเนซุเอลาและครอบครัวของพวกเขา ค่าจ้างขณะนี้ ซื้อไข่ได้หนึ่งหรือสองฟองต่อวันหรือปลาทูน่าหนึ่งกระป๋องต่อวันต่อครอบครัวเท่านั้น

รัฐบาลจัดหาอาหารบางประเภท ที่เรียกว่า กล่อง CLAP ให้ประชากรส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าของรัฐบาล แต่ไม่ขึ้นเงินเดือนให้ประชาชน ระบบจัดหาอาหารก็ไม่เพียงพอ คนไม่สามารถตัดสินใจได้อย่างอิสระว่าจะเลือกซื้ออาหารอะไร มาตรการดังกล่าวเป็นวิธีการของรัฐบาลแนวเสรีนิยมใหม่เพื่อควบคุมคนจน

สถานการณ์ที่กำลังล่มสลาย คุณไม่สามารถนั่งรถไปทำงานหรือมีเงินสดใช้จ่าย ซึ่งจากนั้นทำให้คุณต้องเข้ากะหรือทำงานพาร์ทไทม์ คนงานจึงถูกกำหนดให้ทำงาน 2-3 วันต่อสัปดาห์เพราะไม่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง เศรษฐกิจ สังคมเวเนซุเอลาและรัฐกำลังพังทลายไปพร้อมกัน

พวกเรา กลุ่มสังคมนิยม Marea Socialista ร่วมต่อสู้ในขบวนการนี้ และสร้างความสมานฉันท์ สนับสนุนและเสนอทางออก และช่วยขยายการต่อสู้ออกไป

เราเชื่อว่าการต่อสู้แต่ละครั้งต้องบรรลุเป้าหมาย เราต้องไม่ยอมให้มีการกดขี่แรงงานและเราควรผลักดันให้แรงงานประสานการต่อสู้เรื่องค่าจ้างไปสู่ระดับชาติ

การต่อสู้ขณะนี้มุ่งประเด็นการขึ้นค่าจ้าง แต่ชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียงออกมาเรียกร้องให้รัฐจัดบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานเช่นเดิม เพราะการบริการสาธารณะอยู่ในสภาพที่ระส่ำระสาย คือ น้ำไม่ไหล ไฟดับ โทรศัพท์ติดๆ ขัดๆ เก็บขยะไม่ต่อเนื่อง เป็นต้น

คุณคิดว่าสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศปัจจุบันเป็นอย่างไร?

รัฐบาลไม่รับประกันว่า ประเทศนี้จะดำเนินต่อไปตามปกติ สภาพความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่ของผู้คน รวมทั้งการบริหารควบคุมประเทศ อัตราเงินเฟ้อสูงรุนแรง (hyperinflation) ไม่ยอมหยุด ซึ่งมันมีส่วนทำให้สังคมเกิดความวุ่นวายสับสน

รัฐทำตัวเหมือนรัฐบาลเผด็จการกับประชาชน แต่ก็ไม่มีอำนาจที่จะสั่งการให้เศรษฐกิจทำงานปกติหรือหยุดยั้งการทุจริตคอร์รัปชั่นได้

สถานการณ์รุนแรงมาก แม้กระทั่งบางส่วนของพรรค PSUV [พรรคสังคมนิยมแห่งเวเนซุเอลา] ก็ตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลนิโกลัส มาดูโรรุนแรงยิ่งขึ้น เพราะสิ่งที่รัฐบาลทำนั้นเทียบเท่ากับเป็นรัฐบาลเสรีนิยมใหม่ เพราะเกิดความไม่แน่นอนของค่าจ้าง การจ้างงานไร้ความหมาย และมีการอพยพพวกสายอาชีพและแรงงาน

รัฐกำลังลดการทำงานของกลไกรัฐให้ทำงานน้อยที่สุด แต่ยังมีการคอร์รัปชั่น  สภาพความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่ดังกรณีของแรงงานภาคบริการสุขภาพ

รัฐบาลอธิบายว่านี่คือ ลักษณะของ “สงครามทางเศรษฐกิจ” แต่เราทุกคนต่างรู้ว่า นายทุนแสวงหากำไรจากการใช้จ่ายของผู้อื่นเสมอ และเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะใช้อำนาจควบคุมตัวแปรต่างๆ รัฐบาลต้องขึ้นค่าจ้าง และจัดบริการขั้นพื้นฐานให้ประชาชน

นอกจากจะพูดถึงคณะผู้บริหารระดับสูงของชาติแล้ว สภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งชาติ (ANC) ที่ผลักดันโดยมาดูโร -เรามองว่ามันขาดความชอบธรรม

สิ่งที่พวกเขากำลังพยายามทำคือ ปรับเปลี่ยนระบอบการปกครองให้เป็นไปตามข้อกำหนดของการสะสมทุน  ใช้ระบบราชการควบคุมสังคมและใช้กำลังปราบปราม และพร้อมยกโทษให้พวกชนชั้นนำ

อีกตัวอย่างหนึ่งของความเสื่อมทรามของระบบราชการคือ บริษัท PDVSA [บริษัท น้ำมันของรัฐ] ผลิตน้ำมันลดลงสู่ระดับต่ำสุดในประวัติศาสตร์ รัฐบาลมาดูโรกำลังทำให้บริษัทล้มละลาย  

อุตสาหกรรมพื้นฐานรวมถึงภาคการผลิตเหล็กกล้ากำลังลดการผลิตด้วย

รัฐบาลอยู่เพียงแค่รักษาอำนาจไว้ ในขณะที่เต็มไปด้วยการทุจริตที่น่ากลัว มันไม่ทำอะไรเพื่อกอบกู้ทรัพยากรที่ถูกยักยอกอย่างมหาศาล เพราะรัฐบาลเองก็มีปัญหาคอร์รัปชั่นภายในอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเทียบเท่ากับการขโมยสินค้านำเข้าสิบปี

อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลให้ความสำคัญกับการชำระหนี้ต่างประเทศที่ไม่ชอบธรรม และให้คำมั่นว่าจะผลิตน้ำมันเล็กน้อยเพื่อแลกกับความช่วยเหลือทางการเงินของรัสเซียและจีน ซึ่งสุ่มเสี่ยงกับการสูญเสียอำนาจควบคุมบริษัทผลิตน้ำมัน

นี่แสดงให้เห็นว่าแผนเดียวที่พวกเขามีอยู่ คือ ยกวิกฤตให้ประชาชนแบกเพียงฝ่ายเดียว ฝ่ายรัฐบาลพยายามที่จะเบี่ยงเบนความสนใจไปเรื่องการให้มีกระบวนการเลือกตั้งภายใต้เงื่อนไขที่น่าสงสัยมาก แต่รัฐบาลไม่ได้ทำหน้าที่แก้ไขปัญหาของชาติและปัญหาแรงงานเลย

โดยสรุปแล้ว เรามีปัจจัยหลายอย่างรวมกัน: อำนาจนิยมและการทำลายประชาธิปไตย การล่มสลายของการกลไกรัฐด้านสังคมและเศรษฐกิจ  มาตรฐานการครองชีพของผู้คนที่ถดถอยจนน่ากลัว ซึ่งตรงข้ามกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในช่วงการปฏิวัติโบลิเวีย เช่นเดียวกับการทุจริตคอรัปชั่นที่เชื่อมโยงกับพวกมาเฟียสะสมทุน ทั้งหมดนี้ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยรัฐบาลชุดนี้หรือด้วยรัฐบาลรูปแบบคณาธิปไตย

ผู้คนก่อจลาจลในเวเนซุเอลาเพราะดำเนินชีวิตประจำวันไม่ได้ และพวกเขามีปฏิกิริยาต่อต้านทุกอย่าง สิ่งที่จะถ่วงสถานการณ์ปัจจุบันได้นั้น เราต้องขอบอกว่า ประเทศนี้จะต้องสังคายนากันใหม่

คุณจะเสนอทางออกอะไรบ้าง?

เราต้องเริ่มต้นจากการต่อสู้ของแรงงานเหล่านี้เพราะการต่อสู้มุ่งเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ระดับชาติ

แรงงานและภาคประชาชนเริ่มตอบสนองต่อวิกฤต พวกเขาเริ่มหลุดออกจากสถานการณ์ที่ทำให้เขาอยากจะหนีออกนอกประเทศนี้ไปสู่สนามการต่อสู้ ผู้คนกำลังออกไปต่อสู้บนท้องถนน เพราะพวกเขาจนตรอกจากการที่รัฐบาลไม่ต้องการแก้ปัญหาและไม่สามารถเสนอทางเลือกอื่นได้เลย

การต่อสู้นี้ต้องได้รับการจัดตั้งและขยายออกไปทั่วประเทศ แต่การแก้ปัญหาจะไม่เกิดขึ้นตราบใดที่เรายังคงทำเรื่องเดิมๆ ที่เราเคยทำมาจนถึงจุดนี้ เราต้องมีแผนฉุกเฉินที่อยู่ข้างผลประโยชน์ของแรงงานและประชาชน ไม่ใช่ของระบบราชการ พวกทุจริตและผู้ที่ฉวยโอกาสจากวิกฤติ

แผนฉุกเฉินนี้จะต้องประกันเงินเดือนในระดับราคาสินค้า ณ ปัจจุบัน เพื่อให้ทันกับภาวะเงินเฟ้อขั้นรุนแรง เพื่อที่ค่าจ้างจะไม่ดิ่งลง โดยบังคับใช้มาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ [ฉบับยุคชาเวซ ปี 1999 ซึ่งตรงกันข้ามกับฉบับของมาดูโรที่พยายามร่างใหม่)

ในขั้นต้น อย่างน้อยที่สุด ควรเริ่มจากสิ่งที่กลุ่มพยาบาลกำลังเรียกร้อง ตัวอย่างเช่น ต้องเพิ่มเงินเดือนให้อยู่ในระดับเดียวกับพวกทหาร

เหนือสิ่งอื่นใด เราจำเป็นต้องกอบกู้เงินของประเทศที่ถูกยักยอก ซึ่งมีมูลค่าเป็นพันๆ ล้านดอลลาร์ ต้องยึด ทรัพย์สินและเงินบัญชีของพวกทุจริต นอกจากนี้ เราต้องยืนกรานยุติการชำระหนี้ต่างประเทศและเริ่มตรวจสอบหนี้สินต่างๆ เนื่องจากมันขาดความชอบธรรมและเป็นผลผลิตจากการตกลงทางการค้าที่มีการทุจริตคอร์รัปชั่น

สำหรับวิธีอื่น เราควรได้รับการแจกจ่ายทรัพยากรที่จำเป็น อันดับแรก เราสามารถหาได้จากการผลิตของรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหาร ที่รัฐบาลไม่ทำ แต่สินค้ากลับถูกลักลอบเอาไปขายในตลาดอื่น

การกอบกู้นี้ไม่รับรองว่าจะแก้ปัญหาการคอร์รัปชั่นในระบบราชการได้ แต่เป็นการให้แรงงาน ชาวนาและชุมชนมีส่วนร่วมและควบคุมเองให้มีประสิทธิภาพ

สำหรับการดำเนินการตามแผนที่เสนอนี้ จำเป็นต้องมีรัฐบาลชุดใหม่ที่ตั้งใจผลักดันแผนนี้  พวกฝ่ายค้าน/ฝ่ายขวาซึ่งเป็นตัวแทนของทุนขนาดใหญ่จะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากแผนนี้  และเราต้องเปลี่ยนทิศทางการเมืองด้วย

ด้วยเหตุนี้ เราจึงมีกลุ่ม Marea Socialista ขณะเดียวกันเราอยากบอกว่า คนงานที่กำลังต่อสู้และผู้ที่วิจารณ์รัฐบาลจะต้องสร้างทางเลือกการเมืองใหม่แก่ประเทศ โดยไม่เอาระบบราชการและทุน!

ในบริบทสากลและภูมิภาค ประชาชนได้ออกมาต่อสู้และตั้งคำถามกับรัฐบาลในประเทศต่างๆ อย่างมาก รัฐบาลบางประเทศใช้วาทกรรมฝ่ายซ้าย แต่ไม่มีเนื้อหาสาระ รัฐบาลมาดูโรท้ายสุดตกเป็นเครื่องมือพวกต่อต้านการปฏิวัติของประชาชน และในวันนี้พวกเขากำลังดำเนินการต่อต้านการปฏิวัติในประเทศของเรา

ในท่ามกลางการต่อสู้ดิ้นรน เราพบว่า เราจำเป็นต้องสร้างองค์กรทางการเมืองเพื่อต่อต้านผู้นำและพรรคของพวกเขา พร้อมกับยังคงต่อสู้กับพวกฝ่ายขวา

นั่นคือเหตุผลที่เราพยายามสร้างทางเลือกและการเมืองใหม่ในระดับชาติ แต่เราก็ต้องการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับผู้ที่เราสามารถแบ่งปันมุมมองเชิงกลยุทธ์และผู้ที่ต้องการต่อสู้เคียงข้างกับเรา

ดังนั้น ในการสร้างพื้นที่ระหว่างประเทศใหม่เพื่อต่อต้านระบบทุนนิยม (Anti-capitalist as en Red) จะนำองค์กรปฏิวัติ องค์กรประชาธิปไตย ต่อต้านทุนนิยมและต่อต้านระบบราชการในละตินอเมริกาและส่วนอื่น ๆ ของโลกมารวมกันให้เกิดพลัง

 

ที่มา
https://socialistworker.org/2018/08/08/a-workers-resistance-to-the-crisis-in-venezuela

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ