ปรับลดงบกองทุนอนุรักษ์พลังงาน 5 ปี เหลือ 5 หมื่นล้านบาท ไม่เปิดช่องให้ กอ.รมน. เสนอโครงการอีกแล้ว

กองบรรณาธิการ TCIJ 16 ต.ค. 2562 | อ่านแล้ว 1345 ครั้ง

ปรับลดงบกองทุนอนุรักษ์พลังงาน 5 ปี เหลือ 5 หมื่นล้านบาท ไม่เปิดช่องให้ กอ.รมน. เสนอโครงการอีกแล้ว

คณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เห็นชอบปรับลดกรอบการใช้เงินจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน 5 ปี ลงเหลือ 5 หมื่นล้านบาท จากเดิมกำหนดไว้ 6 หมื่นล้านบาท เหตุจัดเก็บเงินเข้ากองทุนฯ ได้น้อยลง งบประมาณสำหรับปี 2563-2567 จะไม่เปิดช่องให้มีการขอใช้งบผ่าน 'กอ.รมน.' เหมือนปีที่ผ่านมา

Energy News Center รายงานเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2562 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่าที่ประชุมเห็นชอบปรับลดกรอบวงเงินกองทุนฯ ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2563-2567) เหลือ 50,000 ล้านบาท แบ่งการใช้จ่ายเป็นปีละ 10,000 ล้านบาท จากเดิมกรอบวงเงินกองทุนฯ กำหนดไว้ในช่วงปี 2560-2564 อยู่ที่ 60,000 ล้านบาท หรือแบ่งการใช้เป็น 12,000 ล้านบาทต่อปี ลดลงจากแผนเดิม 10,000 ล้านบาท

ทั้งนี้การปรับลดกรอบเงินกองทุนฯลง เนื่องจากการเก็บเงินจากผู้ใช้น้ำมันได้น้อยลง เพราะตั้งแต่ปี 2561-2563 รัฐบาลปรับลดการเก็บเงินผู้ใช้น้ำมันเพื่อส่งเข้ากองทุนฯ ลดลงจาก 25 สตางค์ต่อลิตร เหลือ 10 สตางค์ต่อลิตร ทำให้คาดการณ์ว่าหากตั้งกรอบการใช้เงินไว้เท่าเดิมที่ 60,000 ล้านบาท จะทำให้กองทุนฯ ติดลบได้จึงต้องปรับลดลง โดยรายรับของกองทุนอนุรักษ์ลดลงจาก 600-800 ล้านบาทต่อเดือน เหลือ 100-300 ล้านบาทต่อเดือน นอกจากนี้คณะกรรมการยังเห็นชอบให้ปรับลดสัดส่วนเงินสำหรับโครงการที่เกี่ยวกับแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานลงจาก 67% เหลือ 50% และไปเพิ่มวงเงินสำหรับโครงการที่เกี่ยวกับแผนพลังงานทดแทนจากเดิม 30% เป็น 47% ส่วนสัดส่วนวงเงินด้านแผนบริหารจัดการกองทุนฯ ยังอยู่เท่าเดิม 3%

พร้อมกันนี้ยังได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุด ได้แก่ 1.คณะอนุกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน 2.คณะอนุกรรมการกลั่นกรองงบประมาณของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งมีปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธาน 3.คณะอนุกรรมการประเมินผลโครงการภายใต้กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และ 4.คณะอนุกรรมการบริหารสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน โดยคณะอนุกรรมการชุดที่ 3-4 อยู่ระหว่างการแต่งตั้งบุคคลที่จะมาเป็นประธาน

อย่างไรก็ตาม มติดังกล่าวจะต้องนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ซึ่งเบื้องต้นมีกำหนดประชุมในสิ้นเดือน ต.ค. 2562 นี้ หาก กพช.เห็นชอบได้เร็ว ก็สามารถเปิดรับข้อเสนอโครงการ ในส่วนของกองทุนฯประจำปี 2563 ได้ประมาณเดือน ธ.ค. 2562 นี้ หลังจากล่าช้ามาจากเดือน ต.ค. 2562 ที่ผ่านมา เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและมีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการกองทุนฯ

นายสนธิรัตน์กล่าวว่า สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนขนาดเล็กมากที่ชุมชนผลิตเพื่อใช้เอง จะสนับสนุนผ่านเงินกองทุนอนุรักษ์ฯได้ โดยจัดอยู่ในประเภทการส่งเสริมพลังงานทดแทน ซึ่งจะมีการกำหนดหลักเกณฑ์การขอใช้เงินอีกครั้ง ในส่วนของงบค้างจ่ายของกองทุนอนุรักษ์ฯที่ยังมีปัญหาสะสมอยู่นั้น คณะกรรมการได้มอบให้ทางสำนักงานกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานไปเร่งแก้ไขปัญหาให้มีการเบิกจ่ายได้โดยเร็ว

ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงานกล่าวว่างบการเบิกจ่ายจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน มียอดค้างสะสมตั้งแต่ปีงบประมาณ 2557 ถึงปัจจุบันรวมประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากโครงการส่วนหนึ่งมีการดำเนินการที่ผิดระเบียบ หลักเกณฑ์ จึงไม่สามารถอนุมัติได้ รวมทั้งยังมีส่วนที่มีการตั้งเบิกล่าช้าด้วย โดยที่ผ่านมาปัญหาส่วนหนึ่งของการขอเบิกจ่ายงบกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เนื่องจากมีการเปิดช่องให้มีการนำเสนอโครงการโดยของบผ่านหน่วยงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) แทนช่องทางพลังงานจังหวัด ซึ่งหน่วยงานที่ยื่นขออาจขาดความเข้าใจเรื่องระเบียบ กฏเกณฑ์ จึงมีการดำเนินการไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ ทำให้สำนักงานกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานไม่สามารถอนุมัติการจ่ายเงินได้ ทั้งนี้ในงบประมาณสำหรับปี 2563-2567 คณะอนุกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธานจะไม่เปิดช่องให้มีการขอใช้งบผ่านหน่วยงาน กอ.รมน.เหมือนปีที่ผ่านมา

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ