7 วันอันตรายปีใหม่ 2563 วันแรก อุบัติเหตุ 464 ครั้ง เสียชีวิต 43 ราย บาดเจ็บ 466 ราย

กองบรรณาธิการ TCIJ 28 ธ.ค. 2562 | อ่านแล้ว 724 ครั้ง

7 วันอันตรายปีใหม่ 2563 วันแรก อุบัติเหตุ 464 ครั้ง เสียชีวิต 43 ราย บาดเจ็บ 466 ราย

ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 แถลง 7 วันอันตรายปีใหม่ 2563 วันแรก (27 ธ.ค. 2562) เกิดอุบัติเหตุ 464 ครั้ง เสียชีวิต 43 ราย บาดเจ็บ 466 ราย ด้านโฆษกศาลเผยคดีจราจร 7 วันอันตราย วันเเรกทั่วประเทศคดีจราจร 1,865 คดี ข้อหายอดนิยมยังเป็นเมาเเล้วขับ 1,369 คน กรุงเทพฯ ยังเเชมป์คดีขึ้นพิจารณาสูงสุด

28 ธ.ค. 2562 เว็บไซต์เดลินิวส์ รายงานว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 27 ธ.ค. 2562 ซึ่งเป็นวันที่แรกของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 464 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 43 ราย ผู้บาดเจ็บ 466 คน

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 30.39 ขับรถเร็ว ร้อยละ 24.78ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 80.08 ส่วนใหญ่เกิดบนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 39.22 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 30.60 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 30.39 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 29.27 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,026 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 63,961 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 731,933 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 158,453 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 42,912 ราย ไม่มีใบขับขี่ 39,584 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี (20 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ เชียงราย ประจวบคีรีขันธ์ (จังหวัดละ 4 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี (22 คน)

นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวต่อไปว่า วันนี้เป็นวันแรกของช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2563 ประชาชนส่วนใหญ่เดินทาง ถึงที่หมายแล้ว ขณะที่บางส่วนยังอยู่ระหว่างการเดินทาง ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนได้เน้นย้ำจังหวัด ให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนทั้งถนนสายหลักและสายรอง โดยเปิดช่องทางพิเศษ ปิดจุดกลับรถ ประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยง ทางลัด เพื่อให้การสัญจรเป็นไปด้วยความคล่องตัว มุ่งเฝ้าระวังจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ ทั้งจุดตัดทางรถไฟ ทางลักผ่าน ทางแยก ทางร่วม และบริเวณที่มีการก่อสร้างถนน

พร้อมดูแลเส้นทางตรงที่มีระยะทางยาว เพื่อคุมเข้มพฤติกรรมเสี่ยงขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด อีกทั้งเพิ่มความถี่ในการเรียกตรวจความพร้อมของผู้ขับขี่ยานพาหนะทุกประเภท โดยกำชับให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เน้นการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์และคุมเข้มการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกลุ่มเยาวชนที่มีอายุไม่เกิน 20 ปี และตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์กรณีเกิดอุบัติเหตุแล้วมีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บรุนแรงทุกราย ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขประสานให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เตรียมพร้อมช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ

จัดเตรียมบุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัครกู้ชีพกู้ภัย รวมถึงยานพาหนะให้พร้อมเข้าถึงจุดเกิดเหตุทันที หากประชาชนพบเห็นหรือประสบอุบัติเหตุ สามารถแจ้งเหตุ ได้ทางสายด่วน 1669 ซึ่งมีทีมแพทย์ พยาบาล และเครื่องมือฉุกเฉินพร้อมให้บริการอย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนนอำนวยความสะดวกแก่รถพยาบาลและรถฉุกเฉิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงจุดเกิดเหตุ และนำส่งผู้ประสบเหตุได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน

นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง เปิดเผยว่า ศปถ.ได้เน้นย้ำให้จังหวัดและอำเภอบูรณาการตามแผนปฏิบัติการอย่างเข้มข้น ใช้กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน จิตอาสาในการป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนน โดยเพิ่มความเข้มข้นในการจัดตั้งด่านชุมชน ด่านครอบครัว ในการเรียกตรวจยานพาหนะ และความพร้อมของผู้ขับขี่ รวมถึงประสานเคลื่อนย้ายรถที่เกิดอุบัติเหตุออกจากจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน และให้การจราจรมีความคล่องตัว นอกจากนี้ ให้ดูแลความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะ พนักงานต้องมีสภาพร่างกาย ที่พร้อมขับรถอย่างปลอดภัยและมีระดับแอลกอฮอล์เป็นศูนย์ เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง

นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้บูรณาการจังหวัดและหน่วยงานภาคีเครือข่ายสร้างความปลอดภัยทางถนนในลักษณะยึดพื้นที่เป็นตัวตั้ง (Area Approach) โดยจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกบนเส้นทางสายต่างๆ เน้นถนนสายรองที่เป็นทางเลี่ยง ทางลัด รวมถึงเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัด กวดขันการใช้ความเร็ว และการใช้อุปกรณ์นิรภัย

ทั้งนี้ ขอฝากเตือนประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนยึดหลัก 3 ร. “รักตัวเอง รักครอบครัว และรักผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น” เป็นปฏิญญาร่วมกันในการสร้างความปลอดภัยทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ สำหรับประชาชนที่ประสบหรือพบเห็นอุบัติเหตุสามารถแจ้งได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 หรือสายด่วน 1669 เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป

โฆษกศาลเผยคดีจราจร 7 วันอันตราย วันเเรกทั่วประเทศคดีจราจร 1,865 คดี ข้อหายอดนิยมยังเป็นเมาเเล้วขับ 1,369 คน

ด้าน สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น รายงานว่านายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยปริมาณคดีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ที่เข้าสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นทั่วราชอาณาจักร ในช่วง 7 วันอันตราย เทศกาลปีใหม่ในวันเเรก (27 ธ.ค.) ที่ผ่านมาว่ามีสถิติความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก ของกลุ่มศาลอาญา, กลุ่มศาลจังหวัด, กลุ่มศาลแขวง พบว่า

1. จำนวนคดีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 โดยแบ่งเป็น จำนวนคดีที่ขึ้นสู่การพิจารณา รวมทั้งสิ้น 1,865คดี และคดีที่พิพากษาแล้วเสร็จ รวมทั้งสิ้น 1,528คดี หรือ คิดเป็นร้อยละ 81.93

2. จังหวัดที่มีปริมาณคดีขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จำนวน 159 คดี,ชลบุรี จำนวน 158 คดี,เชียงใหม่จำนวน 112 คดี,ระยอง จำนวน 111 คดี,นครราชสีมา จำนวน 86 คดี

3. ศาลที่มีปริมาณคดีขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ศาลแขวงเชียงใหม่ จำนวน 104 คดี,ศาลแขวงพัทยา จำนวน 79 คดี,ศาลแขวงนนทบุรี จำนวน 74 คดี,ศาลจังหวัดระยอง จำนวน 64 คดี,ศาลแขวงชลบุรี จำนวน 62 คดี

4. ข้อหาที่มีการกระทำความผิดสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ขับรถขณะเมาสุราจำนวน 1,369 คน , ขับรถขณะเสพยาเสพติดจำนวน 257 คน , ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต จำนวน 224 คน

ส่วนสถิติความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก ของกลุ่มศาลเยาวชนและครอบครัว พบว่า 1. จำนวนคำร้องที่เข้าสู่การตรวจสอบการจับ รวมทั้งสิ้น 14 คำร้อง 2. ข้อหาที่เข้าสู่การตรวจสอบการจับขับรถขณะเมาสุรา 9 คน, ขับรถขณะเสพยาเสพติด 5 คน และ3. ผลการตรวจสอบการจับ แบ่งเป็น ชอบด้วยกฎหมาย 14 คน ไม่ชอบด้วยกฎหมาย 0 คน

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ