คนทำงานในฮ่องกง 3 ใน 10 คน จะถูกหักค่าจ้าง-โบนัส-วันลา หากพวกเขาขาดงานหลังพายุมังคุดถล่มเมือง

แปลและเรียบเรียงโดย พัชณีย์ คำหนัก 22 ก.ย. 2561

คนทำงานในฮ่องกง 3 ใน 10 คน จะถูกหักค่าจ้าง-โบนัส-วันลา หากพวกเขาขาดงานหลังพายุมังคุดถล่มเมือง

คนทำงานในฮ่องกง 3 ใน 10 คน ตอบแบบสำรวจว่านายจ้างจะตัดค่าจ้าง โบนัส แม้แต่วันลาพักผ่อน ถ้าพวกเขาขาดงานในช่วงระหว่างหรือหลังประสบภัยจากพายุไต้ฝุ่น จากผลการสำรวจที่ออกมาหลังพายุไต้ฝุ่นมังคุดถล่มเกาะ ที่มาภาพ: scmp.com

รัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกงเรียกร้องให้นายจ้างพิจารณาผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นกระหน่ำ ที่ก่อให้เกิดความปั่นป่วนในการเดินทางไปทำงานของลูกจ้าง แต่ลูกจ้างหลายคนกล่าวว่า หากพวกเขาขาดงานจะทำให้เสียรายได้

สหพันธ์แรงงานฮ่องกงและสภาพแรงงานเกาลูน ได้ออกสำรวจคนทำงาน 600 คนในช่วงเดือนมีนาคมและพฤษภาคมปีนี้ และพบว่ากว่าครึ่งหนึ่งของคนทำงานไม่ได้รับเงินพิเศษให้มาทำงานภายใต้สภาพภูมิอากาศที่โหดร้าย

ผลสำรวจได้ออกมาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (19 ก.ย. 61) หลังจากที่รัฐบาลปฏิเสธเรื่องการไม่ประกาศวันหยุดในวันจันทร์ ด้วยลมพัดกรรโชกอย่างรุนแรงและฝนตกอย่างหนักทำให้ต้นไม้หักโค่น และเต็มไปด้วยกองซากสลักหักพังเมื่อวันอาทิตย์นั้นเป็นเหตุให้การขนส่งมวลชนวุ่นวายในเช้าวันจันทร์

นางแคร์รี่ แลม ผู้ว่าการเกาะฮ่องกง กระตุ้นนายจ้างให้เห็นอกเห็นใจและยืดหยุ่นกับลูกจ้างที่มาทำงานสาย แต่ก็กล่าวว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนายจ้างแต่ละคนที่จะตัดสินใจ ในขณะที่รัฐบาลประกาศสั่งหยุดเรียนในวันจันทร์และวันอังคารเพื่อให้โรงเรียนเก็บกวาดซากสลักหักพัง

ผลสำรวจ ยังพบว่า 4 ใน 10 ของผู้ตอบแบบสอบถาม ตอบว่า พวกเขาต้องไปทำงาน ทั้งๆ ที่อยู่ในสภาพอากาศที่โหดร้ายที่สุด โดยเฉพาะคนทำงานในภาคจัดการอสังหาริมทรัพย์ การรักษาความปลอดภัย การท่องเที่ยว อาหาร ขนส่งโลจิสติกส์และยา

ผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่าครึ่งหนึ่ง ตอบว่า นายจ้างไม่ได้จัดหารถให้ และ 3 ใน 4 กล่าวว่า นายจ้างไม่ได้จัดหาอาหาร และ 65% ของผู้ตอบแบบสอบถามไม่ได้รับเงินช่วยเหลือพิเศษ ส่วน 28% อ้างว่า จะถูกตัดค่าจ้างหรือโบนัส หากไม่ไปทำงานหรือไปทำงานสาย ในขณะที่ 32% ตอบว่า นายจ้างของพวกเขาจะหักวันลาพักผ่อน 1 วันหากไม่ไปทำงานแม้จะมีสัญญาณเตือนภัยจากพายุ ระดับ 8 ก็ตาม

ผู้ตอบแบบสอบถามคนหนึ่งเป็นยามรักษาความปลอดภัย เล่าให้สหพันธ์แรงงานว่า เขาต้องไปทำงานแม้จะมีสัญญาณเตือนภัยจากไต้ฝุ่น ระดับ 10 ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ยามรักษาความปลอดภัยอาศัยในย่าน Mongkok และข้ามฝั่งไปทำงานในย่าน Wan Chai

"ผมไม่มีทางเลือก จึงต้องนั่งแท็กซี่ แต่คุณรู้ไหมผมถูกเรียกค่าแท็กซี่ 800 ดอลลาร์ฮ่องกง (102 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อ 1 เที่ยว ซึ่งปกติแล้วจะราคาเพียง 100 ดอลลาร์ บริษัทให้ค่าเดินทางผมเพียง 100 ดอลลาร์เท่านั้น ซึ่งมันไม่ยุติธรรม ทำไมผมได้รับเพียงแค่นี้"

นายหว่อง เล่าว่า เขาได้ค่าจ้าง 650 ดอลลาร์ต่อกะ (12 ชั่วโมง)

กรมแรงงานมีกฎระเบียบปฏิบัติสำหรับนายจ้างและลูกจ้างในช่วงระหว่างที่มีพายุใต้ฝุ่นและฝนตกกระหน่ำ จากระเบียบปฏิบัตินั้น นายจ้างและลูกจ้างจะต้องมีข้อตกลงพิเศษร่วมกันและนายจ้างควรจะจัดหาระบบขนส่งให้แก่ลูกจ้าง "ถ้าเป็นไปได้" และแนะให้นายจ้างพิจารณาจ่ายค่าชดเชยพิเศษจากสภาพดังกล่าว รวมทั้งจัดหาอาหารและน้ำให้ลูกจ้าง

แต่นาย Chu Hon-chung โฆษกของสหพันธ์แรงงาน กล่าวว่า กฎระเบียบปฏิบัติที่ว่านั้นเป็นแค่เสือกระดาษ

"นายจ้างไม่ต้องปฏิบัติตามก็ได้ รัฐบาลจึงควรทำเป็นกฎหมายบังคับนายจ้างสนับสนุนและชดเชยลูกจ้างที่มาทำงานภายใต้สภาพอากาศที่โหดร้าย"

ในขณะที่สหภาพแรงงานวิชาชีพครูกระตุ้นรัฐบาลให้จัดหากองทุนบรรเทาความเดือดร้อนจากพายุไต้ฝุ่นให้แก่โรงเรียนเพื่อใช้จ่ายค่าทำความสะอาดซากสลักหักพัง

สหภาพแรงงานวิชาชีพครู เล่าว่า พวกเขาได้รับการร้องเรียนจากโรงเรียน 164 แห่งเมื่อวันพุธและพฤหัสที่ผ่านมา ซึ่งรายงานถึงความเสียหายต่ออาคารสถานที่ รวมถึงปัญหาใหญ่อย่างต้นไม้หักโค่น น้ำรั่วซึม และหน้าต่างพัง

10% ของโรงเรียนประเมินค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดกว่า 200,000 ดอลลาร์ฮ่องกง ในขณะที่ 55% ประเมินไว้ที่ 20,000-200,000 ดอลลาร์ฮ่องกง

สำนักการศึกษา แถลงว่า ได้ติดต่อกับโรงเรียนเพื่อรับทราบความต้องการ "เรามีวงเงินช่วยเหลือพิเศษ (ที่โรงเรียนสามารถขอความช่วยเหลือเป็นค่าใช้จ่ายทำความสะอาด) ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ และรายละเอียดจะประกาศในสัปดาห์ถัดไป"

 

แปลและเรียบเรียงจาก
https://www.scmp.com/news/hong-kong/society/article/2165082/typhoon-mangkhut-aftermath-three-10-hong-kong-workers-would

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ