คืนรังกับความหลังสีเทา

ไอโกะ ฮามาซากิ TCIJ School รุ่นที่ 5: 24 ส.ค. 2561 | อ่านแล้ว 2558 ครั้ง

ความทรงจำทำงานอย่างเงียบๆเสมอมา ไม่ว่ารอยประทับนั้นจะเกิดขึ้นในช่วงวัยใด แม้กับเรื่องราวที่จิตสำนึกของเราบอกตัวเองว่าอยากจะลืม ในบางวันคืนของชีวิต ความทรงจำอาจมาเยี่ยมเยือนเราได้ ไม่ว่าจะเป็น 'คล้ายว่าเคยเห็น' หรือ 'เหมือนว่าเคยรู้จัก' และผุดโผล่มาใน 'ความฝัน'

เช้าวันหนึ่งแม่บอกว่า “แม่ฝันถึงบ้านเก่าเราที่ราชเทวี พ่อก็อยู่ในบ้านนั้นด้วยนะ ถึงพ่อจะตายแล้ว แม่ก็ฝัน ว่าเราอยู่ด้วยกันในบ้านนั้น ประหลาดดีเหมือนกัน คงจะผูกพันกับบ้านที่ตรงนั้นมาก” ประหลาดกว่านี้คือ ฉันเองก็ฝันถึงบ้านเดิมหลังนั้นอยู่บ่อย

ความฝันจึงพาให้ฉันเดินทางกลับมาบ้านที่ราชเทวี ที่ที่ฉันเกิดและเติบโต ฉันอาศัยอยู่ที่นี่ตลอดระยะเวลา 21 ปี เป็นเวลาเกือบทั้งชีวิต ฉันรักและผูกพันกับพื้นที่ตรงนี้มาก จิตใต้สำนึกของฉันยืนยันกับฉันเช่นนั้น ผ่านทางความฝัน ฉันรักแม้กระทั่งกำแพงคอนกรีตเก่าๆ กำแพงที่ถูกพ่นสี พ่นตัวอักษรซ้อนทับกันไปมา ห่างไกลจากคำว่าศิลปะ แต่สำหรับฉันมันสวยงามเสมอ กำแพงคอนกรีตเก่าๆ ที่บรรจุความทรงจำของฉันเอาไว้ ชวนให้ฉันระลึกได้ว่า ที่ตรงนี้ ที่ฉันเล่นกระโดดยางกับเพื่อน ที่ตรงนี้เราเคยยืนคุยกันถึงจินตนาการแบบเด็กๆ ที่ตรงช่องว่างระหว่างบ้าน ทางไหลผ่านของท่อปล่อยน้ำเสีย ที่ๆ พวกเราในวัยเด็กคิดว่า หากเดินผ่านเข้าช่องนั้นไป มันจะนำทางเราเดินไปสู่โลกอีกใบ โลกที่พวกเราไม่เคยเห็น

ป้ายติดประกาศจากมูลนิธิพุทธธรรมเพื่อการสงเคราะห์ ที่ยังคงอยู่ที่เดิมเป็นเวลา 20 กว่าปี

ย่างก้าวแรกที่ฉันเดินกลับเข้ามาในชุมชน ทุกอย่างยังคงดูคุ้นตา ความรู้สึกยังคงคุ้นเคย ราวกับว่าฉันกำลังจะเดินกลับบ้านอย่างเมื่อครั้งอดีต เส้นทางที่ฉันเดินเข้าออกเป็นประจำนับครั้งไม่ถ้วน เส้นทางที่ได้กลาย เป็นส่วนหนึ่งในกิจวัตรประจำวันของฉัน ฉันอาศัยอยู่ในชุมชมหอพักจรัสวัฒน์ หน้าทางเข้าซอยเป็นตึกแถวมูลนิธิพุทธธรรมเพื่อการสงเคราะห์ ที่ดูประหนึ่งกำลังต้อนรับการกลับมาบ้านของฉันอย่างเคย “หนึ่ง...สอง…สาม… หลังนั้นแหละ บ้านของฉัน บ้านที่มีประตูเหล็กสีเทาถัดไปจากมูลนิธิพุทธธรรม เยื้องๆ ด้านตรงข้ามกันนั่นแหละ”

ในชุมชนซอยบ้านของฉัน ผู้คนที่อาศัยอยู่ส่วนใหญ่เป็นลูกหลานชาวจีน ทำให้ฉันได้รับวัฒนธรรมจากคนจีนมาอยู่มาก ฉันได้ยินบทสวดเจ้าแม่กวนอิมในทุกๆ เช้า ได้กินขนมไหว้พระจันทร์ ได้กินบ๊ะจ่างในเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง ได้กินเป็ดกินไก่ ได้กินผลไม้ ในเทศกาลวันสารทจีน ตรุษจีน จากการแบ่งปันของเพื่อนบ้าน และสิ่งที่ฉันรอคอยมากที่สุด คือการชมงิ้ว ฉันได้ชมงิ้ว ในทุกปี เพราะมูลนิธิพุทธธรรมเพื่อการสงเคราะห์เป็นผู้จัดงาน วันนี้มูลนิธิฯ สร้างความประหลาดใจให้ฉัน เพราะความแปลกใหม่ที่ได้เห็น ทุกวันนี้มูลนิธิพุทธธรรมเพื่อการสงเคราะห์ ได้เปิดรับดูดวงแบบจีนในวันเสาร์และวันอาทิตย์  

มูลนิธิพุทธธรรมเพื่อการสงเคราะห์

ฉันเดินตรงเข้าไปเรื่อยๆ เลี้ยวซ้ายซอยแรกแล้วหยุดยืน พยายามมองหาหอพักจรัสวัฒน์ที่คุ้นเคย ใต้หอพักมีร้านขายอาหารตามสั่งโดยคุณยาย 2 พี่น้อง ฉันชอบกินข้าวผัดกะเพราฝีมือยาย เป็นกะเพราแบบแห้งๆ ที่รสมือไม่เหมือนใคร ยายยังเลี้ยงแมวไว้หลายตัว ฉันชอบแมว และฉันเป็นเพื่อนกับหลานสาวของยาย ที่แวะเวียนมาเยี่ยมทุกช่วงปิดเทอม และด้วยเหตุผลทั้ง 3 ข้อ จึงทำให้ฉันผูกพันกับยายมากเป็นพิเศษ ฉันใช้เวลาอยู่ที่ร้านยายไม่น้อยไปกว่าอยู่ที่บ้านของตัวเอง เมื่อครั้งก่อนที่ฉันจะจากไป ฉันทราบข่าวว่าคุณยายกำลังป่วยหนัก หวังว่าการกลับมาของฉันในครั้งนี้ ฉันจะยังเจอคุณยาย

ด้านซ้ายมือของซอย เคยเป็นที่ตั้งของหอพักจรัสวัฒน์อันเก่าแก่ เป็นที่นิยมของนักเรียน นิสิต นักศึกษาชาย ที่มาจากต่างจังหวัด และต้องการที่พักที่สะดวกสำหรับการเดินทางไปร่ำเรียนหนังสือในตัวเมือง ดูแลโดยคุณตาสมศักดิ์ สุขวัฒน์ บัดนี้ หอพักจรัสวัฒน์อาคารไม้เก่าๆ 2 ชั้น ยกใต้ถุนสูง ถูกแทนที่ด้วยตึกสูงที่เรียก ว่าคอนโด ร้านกับข้าวเพิงไม้ของยาย ที่ปิดร้านตอนหัวค่ำโดยการเอาท่อนไม้มาเรียงต่อกันในแนวตรงตามราง ถูกแทนที่ด้วยกำแพงที่กั้นอาณาเขต ไม่ให้เดินเข้าไป

สถานที่ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของหอพักจรัสวัฒน์

ซ้ายมือของฉันเป็นตั้งของตรอกสุเหร่า(เกาะกอย) เมื่อเดินต่อไปจนสุดซอย ขวามือของฉันยังคงเห็นตึกคอนโด ตึกนี้เพิ่งสร้างก่อนที่ฉันจะย้ายออกไป เพื่อแทนที่โรงเรียนดาราพิม ซึ่งปิดร้างไปหลายปีก่อนฉันจะเกิด กลายเป็นเพียงบ้านไม้ที่ใช้เพื่อการอยู่อาศัย ต้นชบาที่เคยเบ่งบานถูกแทนที่ด้วยเสาเข็ม

 

สถานที่ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของโรงเรียนดาราพิม

ส่วนโรงเจยังคงตั้งอยู่ที่เดิม และยังคงเป็นที่จอดรถสำหรับคนในชุมชน ถัดจากโรงเจ เป็นที่ตั้งของมัสยิดดารุลฟะละฮ์ ศูนย์รวมจิตใจของชุมชนบ้านครัวเหนือ

โรงเจ

มัสยิดดารุลฟะละฮ์

 

เลี้ยวขวาเพื่อเข้าสู่ ชุมชนหอพักจรัสวัฒน์  - เลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าสู่ ชุมชนบ้านครัวเหนือ

ฉันก้าวเท้าเข้าสู่ชุมชนบ้านครัวเหนือ ชุมชนที่ฉันเคยหวาดกลัวเมื่อตอนเป็นเด็ก ชุมชนที่ใครหลายๆ คน บอกให้ฉันระมัดระวังตัวยามเดินผ่าน เหตุที่ฉันกลัว ไม่ใช่เพียงแค่คำขู่ของผู้อื่น แต่เกิดจากเหตุการณ์ที่ฉันได้พบเจออยู่เป็นประจำ บ้านของฉันเป็นบ้านอีกหนึ่งหลัง ที่ถูกเรียกเก็บค่าคุ้มครองนอกระบบ จากคนๆ หนึ่งที่มาจากชุมชนบ้านครัวเหนือ ฉันเฝ้าแต่สงสัยและตั้งคำถาม ทำไมครอบครัวของฉันจึงต้องให้เงินทุกครั้ง เมื่อเขาเดินมาเก็บค่าคุ้มครอง ในเมื่อเขาไม่ใช่ยามประจำชุมชน ไม่ได้มีหน้าที่หรืออาชีพที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เป็นการแต่งตั้งอ้างอิงตัวเองว่าเป็นผู้คุ้มครอง เขาคนนั้น คือ พ่อของเพื่อนในโรงเรียนของฉันเอง  ทำให้ฉันค่อยๆทำความเข้าใจบทบาทอันสลับซับซ้อน ทว่ายืดหยุ่นในความสัมพันธ์ และการพยายามอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข คนเชื้อสายจีนในชุมชนจรัสวัฒน์และคนเชื้อสายมุสลิมในชุมชนบ้านครัวเหนือ ที่แทบจะเป็นร่างกายซีกซ้ายและซีกขวาของชีวิตเดียว สัมพันธ์กันเฉพาะบทบาทใดบทบาทหนึ่ง มิติใดมิติหนึ่ง ฉันได้เข้าใจว่า บุคคลผู้อ้างตัวเก็บค่าคุ้มครอง มีอีกบทบาทหนึ่งคือการเป็นพ่อ ฉันจึงต้องตัดอคติที่เกิดขึ้นในใจ และปฏิบัติต่อเขาอย่างเท่าเทียมเฉกเช่นเดียวกับเพื่อนๆ คนอื่นๆ แม่ของเขาก็สร้างสัมพันธ์เป็นเพื่อนกับแม่ของฉัน ความโยงใยของ 2 ชุมชน ที่มักบรรจบให้ต้องเกื้อกูลกัน ภายใต้โรงเรียนประจำเขต ทำให้เราต้องถ้อยทีถ้อยอาศัย และอยู่กันอย่างน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าเรื่อยมา

แม้ในอดีต จะเคยมีเหตุการณ์ที่เพื่อนบ้านของฉันถูกขโมยขึ้น ทรัพย์สินภายในบ้านสูญหายโดยมีเพียงร่องรอยงัดแงะทางหน้าต่าง แต่ตำรวจก็ไม่สามารถจับคนร้ายได้ เราได้แต่คาดเดาร่วมกันว่าอาจเป็นคนจากชุมชนข้างเคียง บ้านหลังนั้นจึงสร้างกรงเหล็กขึ้นมาเพื่อกักขังบ้านตนเองจากผู้อื่น เราอยู่อย่างระแวดระวังหวาดกลัวกันไปสักพัก แต่แล้วระยะเวลาก็ทำให้เราผ่อนปรนจากความหวาดกลัว และอาศัยอยู่ตามปกติธรรมชาติอย่างที่เคยเป็น  

เสียงลือเสียงเล่าอ้าง มีมาเป็นระลอก เป็นชุมชนที่มียาเสพติด เป็นชุมชนที่มีโจรชุกชุม บางคนก็แนะนำให้ฉันลองสังเกตดู ว่าในทุกๆ เช้า คนจากชุมชนบ้านครัวเหนือจะวิ่งกลับเข้ามาในชุมชุน พร้อมด้วยของของคนอื่นติดมือมาจากการฉกชิงวิ่งราว แต่ข่าวลือนั้นก็ไม่เคยได้รับการตรวจสอบ ฉันเองก็ไม่เคยตรวจสอบข่าวลือนั้นด้วยตัวเองเช่นกัน

วันนี้ ฉันจึงกลับมาเพื่อพูดคุยกับคนในชุมชนบ้านครัวเหนือถึงสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจ

ฉันพบเจอกับคุณตาชาวมุสลิมวัย 80 ปี คุณตาเล่าให้ฟังว่า คุณตาอยู่ที่นี่ ชุมชนบ้านครัวเหนือมาตั้งแต่เกิด บรรพบุรุษของคุณตาเป็นชาวกัมพูชา สืบเชื้อสายมุสลิมจาม มีประวัติศาสตร์มาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยชาวมุสลิมจาม มีความรักใคร่สามัคคีกันภายในหมู่เชื้อสายและครอบครัวเป็นอย่างมาก จึงมักตั้งถิ่นฐาน อาศัยอยู่รวมกันอย่างเป็นครอบครัวใหญ่ เมื่อครั้งอดีตนั้น เนื่องจากชาวมุสลิมจามได้ช่วยเหลืออาสาร่วมรบในสงครามเก้าทัพ จนได้รับชัยชนะ ทำให้พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ พระราชทานที่ดินนอกคูเมืองบริเวณคลองแสนแสบ เป็นคลองที่ขุดขึ้นไปจนสุดเขต ณ วัดบรมนิวาส ให้ชาวมุสลิมจามได้ย้ายถิ่นฐานเข้ามาตั้งรกราก โดยกล่าวเรียกชุมชนนั้นว่า ชุมชนอาสาจาม[1] ซึ่งต่อมาคือ ชุมชนบ้านครัว

คุณตายังเล่าให้ฟังว่า พื้นที่ที่คุณตากำลังใช้ออกกำลังกายนี้ เป็นที่ดินส่วนบุคคลของ นางยูใบดา ยามาลี (ฮัจยะห์ ยูใบดา ยามาลี) โดยพรรคเพื่อไทย[2]เป็นคนทำสวนสาธารณะออกกำลังกายแห่งนี้ให้ คุณตามาออกกำลังกายที่นี้เป็นประจำ และอาศัยอยู่ในชุมชนนี้อย่างสงบสุขดี ส่วนปัญหาเรื่องการลักขโมยหรือโจรกรรม คุณตาว่า ก็เกิดขึ้นจริง เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ คุณตาคาดว่าเป็นการกระทำของคนรุ่นหลานเหลน จับมือใครดมไม่ได้ ทั้งยังมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามาอยู่อาศัยของคนนอกชุมชน เช่น คนพม่า ทำให้การระบุตัวขโมยขโจร ทำได้ยากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ใช่เพียงแต่คนนอกชุมชน หรือชุมชนข้างเคียงที่เดือดร้อน การลักขโมยก็เกิดขึ้นกับคนในชุมชนบ้านครัวเหนือเช่นกัน

คุณตาวัย 80 ปี ที่อาศัยอยู่ในชุมชนบ้านครัวเหนือมาตลอดชีวิต

คุณยายวัย 71 ปี อดีตชาวพุทธที่แต่งงานกับชาวมุสลิม จึงย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่ในชุมชนบ้านครัวเหนือกับสามี สามีคุณยายอาศัยอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด บรรพบุรุษเป็นคนเข้ามาตั้งรกรากในที่แห่งนี้ บ้านของคุณยายวัย 71 ปี เป็นศูนย์สุขภาพชุมชน บ้านของคุณยายเคยโดนไฟไหม้เมื่อในอดีต ทำให้บ้านไม้ใต้ถุนสูง ทรงปั้นหยา เปลี่ยนมาเป็นบ้านปูนตามยุคสมัย คุณยายเล่าให้ฟังว่า สามีของคุณยายนั้น อดีตเคยทำงานทอผ้าไหมร่วมกับนายจิม ทอมป์สัน คนในชุมชนบ้านครัวเหนือก็เช่นกัน ทุกคนในชุมชน ทอผ้าไหมและขายผ้าไหมให้กับนายจิม ทอมป์สัน เมื่อนายจิม ทอมป์สันหายตัวไป การทำงานค้าผ้าไหม ทอผ้าไหมร่วมกันระหว่างชุมชนบ้านครัวเหนือและนายจิม ทอมป์สัน จึงค่อยๆ ซบเซาลง คุณยายบอกกับฉันว่าปัจจุบัน จิม ทอมป์สัน ยังคงให้เงินช่วยเหลือชุมชนบ้านครัวเหนือปีละ 50,000 บาท จึงทำให้คนในพื้นที่นี้รักและเคารพนายจิม ทอมป์สันมาก

คุณยายรำพึงว่า กาลเวลาที่ผ่านมา มีสิ่งต่างๆ รอบตัวเปลี่ยนแปลงไปมากมาย มีตึกสูงบดบังทิวทัศน์ แต่ชุมชนนี้ก็ยังคงพยายามรักษาเอกลักษณ์และความเป็นอยู่แบบเดิมเอาไว้ หากเป็นชาวมุสลิมที่มีฐานะ ก็จะซื้อบ้านที่อยู่ในเขตอื่น และปล่อยบ้านในชุมชนบ้านครัวเหนือให้เช่า ทำให้มีผู้คนจากนอกพื้นที่เข้ามาอาศัยอยู่เพิ่มมากขึ้น ที่เห็นได้ชัดคือชาวพม่า คุณยายยืนยันกับฉันว่า จะยังคงอยู่ในพื้นที่นี้ จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต คุณยายผูกพันกับความเป็นชุมชน สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ในพื้นที่นี้

คุณยายวัย 71 ปี

การกลับมาเยือนถิ่นเก่าในวันนี้ ฉันได้กลายเป็นคนนอกชุมชนที่ตลอดทางได้รับสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ความสงสัย ฉันพยายามเข้าไปพูดคุยตั้งคำถามกับกลุ่มเด็กวัยรุ่น หรือชาวมุสลิมคนอื่นๆ ภายในชุมชนบ้านครัวเหนือ แต่ก็พบว่าการตอบคำถามของชุมชนบ้านครัวเหนือนั้น ถูกทำให้เป็นระบบ โดยฉันต้องติดต่อกับศูนย์ของชุมชนบ้านครัวเหนืออย่างเป็นทางการเท่านั้น การค้นหาคำตอบเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด[3] และปัญหาอื่นๆ ตามข่าวลือที่ฉันได้ยินมา จึงยังคงไม่กระจ่าง เนื่องจากช่วงที่ฉันเข้าไปพูดคุยกับคนในชุมชนเป็นช่วงถือศีลอดเดือนรอมฎอน

ป้ายบ้านสีขาวปลอดยาเสพติดสามารถพบเห็นได้ตามบ้านทั่วไป ภายในชุมชนบ้านครัว

เสียงอาซานที่ดังขึ้นยามพระอาทิตย์ตกดิน และภาพเรือที่แล่นไปตามลำคลองสีขุ่น ยังคงเป็นภาพและเสียงที่ฉันคุ้นเคย แม้จะเคยอยู่ในพื้นที่บริเวณนี้มา 20 กว่าปี ฉันก็ยังคงหาคำตอบอันน่าพึงพอใจมอบให้แก่ตนเองไม่ได้ ว่าคนในชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับฉัน และในชุมชนข้างเคียง เป็นคนอย่างไร การอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์ คือ สิ่งที่ฉันสนใจมาตลอด และในพื้นที่ที่มีความแตกต่างทางศาสนา เชื้อชาติและวิถีชีวิต ได้ทำให้ฉันเห็นว่าความแตกต่างผสานกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ เป็นวิถีชีวิตที่ปกติธรรมดา แม้จะมีการปะทะกันในบางปัญหา ฉันตระหนักว่าเราได้พยายามหันด้านที่กลมมนเข้าหากัน หากไม่ได้ เราก็เพียง แต่แยกตัวออกจากกันอย่างเงียบเชียบ เพื่อไม่ให้ด้านที่แข็งกระทบต่อกัน

ฉันมีความสุขในชุมชนหอพักจรัสวัฒน์ ที่อยู่ข้างเคียงชุมชนบ้านครัวเหนือ ความสุขอันน่าจดจำนั้นได้ตอกย้ำและบอกฉันเสมอ ผ่านทางความฝันและความรู้สึกในยามนี้

 

 


 

[1] หาข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์เพิ่มเติมได้ที่วิทยานิพนธ์ ยูลัด ดำริห์เลิศ, อิสลามกับความเป็นธรรมในสังคม ศึกษากรณีความเคลื่อนไหวของชุมชนมุสลิมบ้านครัวในประเด็นการสร้างทางด่วน, กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยมหิดล, 2546.

[2] อ่านเรื่องการเมืองภายนอกเพิ่มเติมได้ที่วิทยานิพนธ์ ยูลัด ดำริห์เลิศ, อิสลามกับความเป็นธรรมในสังคม ศึกษากรณีความเคลื่อนไหวของชุมชนมุสลิมบ้านครัวในประเด็นการสร้างทางด่วน, กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยมหิดล, 2546.

[3]หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่วิทยานิพนธ์ อรนัสส์ บินมะฮมุด, การรับสารสนเทศเกี่ยวกับการป้องกันยาเสพย์ติดของเยาวชนมุสลิมในชุมชนบ้านครัว, กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2549.

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ