คลังเดินหน้าจัดเก็บภาษีลาภลอยริมทางด่วน-รถไฟฟ้า

กองบรรณาธิการ TCIJ 21 ก.พ. 2561 | อ่านแล้ว 1112 ครั้ง

คลังเดินหน้าจัดเก็บภาษีลาภลอยริมทางด่วน-รถไฟฟ้า

เตรียมเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาจัดเก็บภาษีลาภลอย (Windfall Gain Tax) บริเวณโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ เพื่อเสนอ  ครม.พิจารณาในขั้นต่อไป ที่มาภาพประกอบ: geralt (CC0)

เว็บไซต์ moneychannel.co.th รายงานเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2561 ว่านายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. บอกว่า เตรียมเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาจัดเก็บภาษีลาภลอย (Windfall Gain Tax) บริเวณโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ เพื่อเสนอ คณะรัฐมนตรี หรือ ครม.พิจารณาในขั้นต่อไป เนื่องจากเห็นว่าหลายประเทศ เช่น ยุโรป สหรัฐ ฮ่องกง มีการจัดเก็บภาษีดังกล่าวแล้ว แต่ยืนยันว่าจัดเก็บเฉพาะทรัพย์สินบริเวณโครงการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยไม่มีผลย้อนหลังไปยังโครงการลงทุนที่ผ่านมา 

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน พ.ค. 2560 เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ รายงานว่านายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าขณะนี้ทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ยกร่างกฎหมายจัดเก็บภาษีจากผู้ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ หรือที่เรียกกันว่าภาษีลาภลอย เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้ เพราะจะต้องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบก่อน ซึ่งคาดว่าจะเสนอได้ในเร็ว ๆ นี้

"เรื่องนี้เป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังจะทำอยู่แล้ว แนวคิดคือจะจัดเก็บภาษีจากผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ เช่น ทางด่วน รถไฟฟ้า เป็นต้น หลักง่าย ๆ คือจะเก็บเมื่อมีการซื้อขายเปลี่ยนมือ รัฐจะมีรายได้เพิ่มขึ้นระดับหนึ่ง"

ทั้งนี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะอนุกรรมาธิการด้านการจัดเก็บรายได้ของแผ่นดิน ในคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ เป็นประธาน ได้เสนอให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีหลายประเภท หนึ่งในนั้นคือภาษีลาภลอย เนื่องจากเห็นว่าปัจจุบันรัฐลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ รถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง ฯลฯ ทำให้มูลค่าที่ดินเพิ่มสูงขึ้น แต่รัฐยังไม่สามารถจัดเก็บรายได้จากที่เจ้าของหรือผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นได้

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผย"ประชาชาติธุรกิจ"ว่า แนวคิดการจัดเก็บภาษีจากผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ หรือภาษีลาภลอย (Windfall Gain Tax) นั้น สศค.ศึกษามาหลายปีแล้ว โดยมีตัวอย่างประเทศ ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส โปแลนด์ ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา มาปรับใช้ ขณะนี้อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.ภาษีการได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ พ.ศ. .... ที่ยกร่างขึ้น ขั้นตอนนี้จะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 1 มิ.ย. 2560 นี้

"คลังเห็นว่าจำเป็นต้องเก็บภาษีลาภลอยนี้ เพื่อลดภาระงบประมาณการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก โดยจัดเก็บภาษีจากผู้ที่ได้รับประโยชน์จากมูลค่าที่ดินและห้องชุดที่เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาโครงการของรัฐ เนื่องจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินหรือห้องชุดจะได้รับประโยชน์จากส่วนต่างมูลค่าที่ดินหรือห้องชุดที่เพิ่มขึ้นจึงควรเสียภาษีให้รัฐดังนั้นการเก็บภาษีลาภลอยยังช่วยสร้างความเป็นธรรมอีกทางหนึ่ง"

สาระสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าว กำหนดจัดเก็บภาษีจาก 2 ส่วน คือ 1.ผู้ขายที่ดินหรือห้องชุด ที่ใช้ประโยชน์ในที่ดินเชิงพาณิชย์ ที่มีมูลค่าสูงกว่า 50 ล้านบาท 2.ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นเจ้าของห้องชุดรอจำหน่าย ซึ่งอยู่รอบพื้นที่ที่มีโครงการพัฒนาของรัฐ

การจัดเก็บภาษีมี 2 กรณี คือ 1.เก็บระหว่างดำเนินโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเก็บจากการขายหรือเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ที่ดินหรือห้องชุดทุกครั้ง ส่วนนี้ให้กรมที่ดินเป็นผู้จัดเก็บ 2.เก็บเมื่อดำเนินโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแล้วเสร็จแล้ว ซึ่งจะเก็บจากที่ดินหรือห้องชุดที่ใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ที่มีมูลค่าสูงกว่า 50 ล้านบาท โดยจัดเก็บจากห้องชุดของดีเวลอปเปอร์ที่รอการจำหน่าย จะจัดเก็บในปีถัดจากปีที่โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแล้วเสร็จ และจะจัดเก็บเพียงครั้งเดียว กรณีนี้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เจ้าของพื้นที่จัดเก็บ

ประเภทโครงการพัฒนาของรัฐที่อยู่ในข่ายต้องเก็บภาษีคือ1.โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง รถไฟรางคู่ และรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ซึ่งกำหนดพื้นที่จัดเก็บภาษีในรัศมี 2.5 กิโลเมตร รอบสถานี 2.โครงการท่าเรือ พื้นที่จัดเก็บรัศมี 5 กิโลเมตร จากแนวเขตที่ดินของท่าเรือ 3.ทางด่วนพิเศษ รัศมี 2.5 กิโลเมตร รอบทางขึ้นและทางลง และ 2.สนามบิน รัศมี 5 กิโลเมตร จากแนวเขตห้ามก่อสร้างของสนามบิน

อย่างไรก็ดี การจัดเก็บภาษีจากเจ้าของที่ดิน ห้องชุด ที่ได้รับประโยชน์จากการที่ภาครัฐเข้าไปพัฒนาโครงการสาธารณูปโภคสาธารณูปการประเภทอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ เมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับจะกำหนดในกฎกระทรวงภายหลัง

แหล่งข่าวกล่าวว่า เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนจำนวนมาก แม้อาจได้รับประโยชน์จากการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ บทบัญญัติในร่างกฎหมายภาษีลาภลอยจึงกำหนดจะยกเว้นจัดเก็บภาษี กรณีที่ดินที่ใช้สำหรับเป็นที่อยู่อาศัย และที่ดินทำเกษตรกรรม

สำหรับอัตราจัดเก็บภาษีจะมีการกำหนดอัตราที่เหมาะสมอีกครั้ง โดยเสนอให้ ครม.เห็นชอบแล้วออกเป็นพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) แต่ในร่าง พ.ร.บ.จะกำหนดเพดานอัตราภาษีสูงสุดเอาไว้ที่ ไม่เกิน 5% ของฐานภาษี ซึ่งฐานภาษี คือส่วนต่างของมูลค่าที่ดินหรือห้องชุดที่เพิ่มขึ้น ระหว่างมูลค่าก่อสร้างวันที่รัฐเริ่มดำเนินโครงการพัฒนา กับมูลค่าในวันที่โครงการพัฒนาแล้วเสร็จ แล้วแต่กรณี

อย่างไรก็ดีในส่วนของห้องชุดนั้น จะยกเว้นห้องชุดที่ดีเวลอปเปอร์เป็นผู้จำหน่าย หรือห้องชุดที่ยังไม่ได้จำหน่ายหลังโครงการพัฒนาของรัฐแล้วเสร็จ โดยให้คำนวณส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นของมูลค่าห้องชุด และจัดเก็บภาษีเพียง 20% ของส่วนต่างมูลค่าที่เพิ่มขึ้นจริงหลังการพัฒนาโครงการของรัฐแล้วเสร็จ ซึ่งมูลค่าที่ดินและห้องชุดจะใช้ราคาประเมินแบบเดียวกับที่กรมที่ดินใช้อยู่

เงินภาษีที่จัดเก็บได้จากภาษีลาภลอยนี้จะนำส่งเข้า"กองทุนพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ" ซึ่งจะอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) และเงินกองทุนจะนำไปใช้ในโครงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐอื่น ๆ ต่อไป

โดยการอนุมัติให้พื้นที่ใดเป็นพื้นที่จัดเก็บภาษี และวินิจฉัยปัญหาต่าง ๆ ตลอดจนให้คำปรึกษาหรือแนะนำการจัดเก็บภาษีเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน จะมีคณะกรรมการพิจารณากำหนดพื้นที่จัดเก็บภาษี ที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน เป็นผู้พิจารณา

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ