สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำ ‘คิงส์โรมัน’ พบมีธุรกิจนำเที่ยวในไทย ‘จ้าว เหวย’ เป็นกรรมการด้วย

ทีมข่าว TCIJ : 4 ก.พ. 2561 | อ่านแล้ว 2526 ครั้ง

สหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ขึ้นบัญชีดำกลุ่ม 'คิงส์โรมัน' ที่เปิดคาสิโนในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ชี้เป็นแหล่งรวมของกิจกรรมผิดกฎหมายไม่ว่าจะเป็นการค้ายาเสพติด ค้ามนุษย์ และค้าสัตว์ป่าป่คุ้มครอง ด้าน ป.ป.ส. คาดคนไทยถูกจ้างไปบริหารคาสิโน ไม่มีฐานะเป็นหุ้นส่วน ระบุสหรัฐฯ ก็ไม่มีหลักฐานเรื่องยาเสพติดชัดเจน จึงใช้วิธีบอยคอทการทำธุรกรรมการเงิน พบ 'คิงส์โรมัน' จดทะเบียนบริษัทนำเที่ยวในไทย ที่ จ.เชียงราย มีชื่อ 'จ้าว เหวย' เป็นกรรมการด้วย ที่มาภาพ: ณัฐกร วิทิตานนท์

จากรณีที่กระทรวงการคลังของสหรัฐอเมริกา ได้ออกแถลงการณ์ Treasury Sanctions the Zhao Wei Transnational Criminal Organization เมื่อปลายเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา โดยระบุให้กลุ่มบริษัท คิงส์โรมันส์ อินเตอร์เนชั่นแนล อินเวสต์เมนต์ (Kings Romans International Investment Co. Limited,) ซึ่งจดทะเบียนที่ฮ่องกงมีสถานะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ มีการขึ้นบัญชีดำบอยคอทการทำธุรกรรมการเงินบุคคล 4 ราย ที่สหรัฐฯ ระบุว่ามีความเกี่ยวข้องกับคิงส์โรมันส์ ได้แก่ นายจ้าว เหวย (Zhao Wei) นางกุ้ยฉิน ซู (Guiqin Su) ซึ่งเป็นภรรยานายจ้าว เหวย นายอับบาส อีบีราฮิม (Abbas Eberahim) ชาวออสเตรเลีย และนายนัท รุ่งตะวันคีรี (Nat Rungtawankhiri) ชาวไทย

ทางการสหรัฐฯ ระบุว่า ‘คิงส์โรมัน’ คาสิโนที่ตั้งอยู่ภายในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ (Golden Triangle Special Economic Zone) เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ซึ่งเป็นพรมแดนรอยต่อระหว่างลาวกับไทยและพม่า เป็นแหล่งรวมของกิจกรรมผิดกฎหมายหลายอย่างในเขตสามเหลี่ยมทองคำ ไม่ว่าจะเป็นการค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ การค้าสัตว์ป่าและอวัยวะสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยเจ้าหน้าที่สามารถสืบเส้นทางกิจกรรมผิดกฎหมายดังกล่าวย้อนไปได้ถึงปี 2557

ป.ป.ส. ระบุหรัฐฯ ไม่มีหลักฐานเรื่องยาเสพติด นักวิชาการชี้ยังไม่ชัดว่าฟอกเงิน

ภาพการก่อสร้างเพิ่มเติมของคาสิโนคิงส์โรมันฝั่ง สปป.ลาว ที่มาภาพ: ณัฐกร วิทิตานนท์

เว็บไซต์คมชัดลึก รายงานเมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2561 ว่านายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กล่าวถึงกรณีสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำแหล่งฟอกเงินคาสิโนคิงส์โรมัน ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ว่าสหรัฐฯ ได้ประสานมายัง ป.ป.ส.และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว เนื่องจากเชื่อว่าคิงส์โรมันเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ยังไม่มีหลักฐาน สหรัฐฯ จึงใช้วิธีบอยคอทยกเลิกการทำธุรกรรมการเงินกับกลุ่มบริษัทคิงส์โรมันที่ตั้งอยู่ในลาวและฮ่องกง จากการตรวจสอบเบื้องต้น ป.ป.ส.พบว่าผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ของคิงส์โรมันเป็นคนจีนที่เข้ามาใช้พื้นที่ สปป.ลาว เปิดเป็นบ่อนคาสิโน ส่วนจะเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินในคดียาเสพติดหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่พบข้อมูล

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวอีกว่าส่วนกรณีที่สหรัฐฯระบุว่ามีชื่อคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกับบคิงส์โรมันนั้น เชื่อว่าคนไทยคงถูกจ้างเข้าไปบริหารงาน แต่ไม่ได้มีฐานะเป็นหุ้นส่วนบริษัท

ด้าน ดร.ณัฐกร วิทิตานนท์ สำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ผู้ทำวิจัยเรื่อง 'ผลกระทบจากสถานการณ์การพนันตามแนวชายแดน: กรณีคิงส์โรมันคาสิโน เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำ สปป.ลาว (2558)' ที่เสนอต่อศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน ได้ระบุกับ TCIJ โดยตั้งข้อสังเกตต่อกรณีนี้ว่า "แม้จะยังบอกไม่ได้ชัดว่าคิงส์โรมันเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดหรือไม่ อย่างไร แต่ด้วยจำนวนคนเล่นการพนันในคาสิโนเพียงแค่นี้กับงบลงทุนที่ทุ่มลงไป ดูแล้วไม่สอดคล้องกันอย่างมาก จึงมีข้อกังขาถึงที่มาของเงินตามมา ถ้ามองโลกในแง่ดี อาจเป็นเรื่องของนักธุรกิจที่มองการณ์ไกล หวังผลระยะยาวก็ได้ เพราะสถานการณ์ของอุตสาหกรรมการพนันในมาเก๊าเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากนโยบายต่อต้านการทุจริตของจีนตลอดหลายปีมานี้"

คาสิโน 'คิงส์โรมัน' ในลาวของ 'จ้าวเหวย'

จ้าวเหว่ย ในนิตยสารตงเหมิงซางเจี้ย, อ้างในงานวิจัยเรื่อง 'ผลกระทบจากสถานการณ์การพนันตามแนวชายแดน: กรณีคิงส์โรมันคาสิโน เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำ สปป.ลาว (2558)', ดร.ณัฐกร วิทิตานนท์ ที่เสนอต่อศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน

ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งคาสิโนคิงส์โรมัน คือ ‘จ้าวเหวย’ (ชื่อตามหนังสือเดินทางคือ Chio Wai ส่วนสื่อต่างประเทศมักเรียกเขาว่า Zhao Wei) มหาเศรษฐีชาวจีนที่เคยทำคาสิโนที่เมืองลา ประเทศพม่า มาแล้ว  สำหรับการเปิดคิงส์โรมันในลาวนั้น จ้าวเหวยวางเป้าหมายไว้ที่คนจีนเป็นหลัก อีกทั้งประสบการณ์สอนเขาว่าอิทธิพลจากรัฐบาลจีนสามารถชี้เป็นชี้ตายทางธุรกิจได้ เช่น ห้ามข้าราชการไปมาเก๊าเด็ดขาด หรือใช้มาตรการปิดด่านและคุมเข้มที่เมืองลา ฯลฯ ทำให้เขาเลือกลงทุนที่ลาวบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ที่ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาพื้นที่ในรูปแบบเขตเศรษฐกิจพิเศษ มีทำเลเหมาะสมเพราะตั้งอยู่ในเขตติดต่อของสามประเทศ คือ ลาว พม่า และไทย

ในเดือน เม.ย. 2550 รัฐบาลลาวตอบตกลงในข้อเสนอสัมปทานพื้นที่ในเมืองต้นผึ้งจากกลุ่มทุน 'ดอกงิ้วคำ' ในเครือบริษัท จินมู่เหมียน (Jin Mu Mian) บริษัทจดทะเบียนในฮ่องกงของจ้าวเหวย เพื่อพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อการค้าและการท่องเที่ยว ขนาดพื้นที่แรกเริ่มอยู่ที่ 8.2 ตารางกิโลเมตร ในระยะเวลา 40 ปีก่อนจะได้รับการขยายพื้นที่และระยะเวลาเช่า โดยได้ขยายพื้นที่เป็น 30 ตารางกิโลเมตร ระยะเวลา 99 ปี เมื่อปี 2553

อาณาจักรของจ้าวเหวยในลาวนี้มีพื้นที่ขนาดพอ ๆ กับเกาะมาเก๊า สื่อหลายสำนักจึงขนานนามให้เป็น ‘มาเก๊าแห่งลุ่มน้ำโขง’ ทว่า เป้าหมายแท้จริงตามแผนการของจ้าวเหวย อยู่ที่การครอบครองพื้นที่ทั้งหมด 102 ตารางกิโลเมตร

แม้ในด้านความเป็นเจ้าของคาสิโนคิงส์โรมันจะรับรู้กันส่วนใหญ่ว่ารัฐบาลลาวถือหุ้นอยู่ด้วยร้อยละ 30 ขณะที่อีกร้อยละ 70 เป็นของกลุ่มดอกงิ้วคำ แต่คิงส์โรมันก็ไม่ต้องเสียค่าสัมปทานรายปี และได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี จึงเกิดข้อสงสัยว่ารัฐบาลจีนอยู่เบื้องหลังการลงทุนโครงการนี้ด้วยหรือไม่ ซึ่งจ้าวเหวยก็ออกมาย้ำเสมอว่าไม่เกี่ยวกับรัฐบาลจีนแต่อย่างใด มีเพียงความร่วมมือด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวกับทางมณฑลยูนนานเท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม: เอาไหม? 'เขตเศรษฐกิจพิเศษ+คาสิโน' ทุนจีนได้-เงินสีเทาโต-ไล่ที่ยกหมู่บ้าน

 

พบ 'คิงส์โรมัน' จดทะเบียนบริษัทนำเที่ยวในไทย มีชื่อ 'จ้าว เหวย' เป็นกรรมการด้วย

จากการสืบค้นในเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2561 พบว่ามีบริษัทชื่อ ‘คิงส์ โรมัน จำกัด’ จดทะเบียนธุรกิจจัดนำเที่ยวที่ จ.เชียงราย มีชื่อ 'จ้าว เหวย' เป็นกรรมการบริษัทฯ ด้วย

TCIJ ได้ทำการตรวจสอบในเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่าคิงส์โรมัน เคยมีธุรกิจในไทย 3 แห่ง และในปัจจุบันยังดำเนินการ 1 แห่ง โดย 2 แห่งที่เคยดำเนินกิจการแต่ปัจจุบันได้ยกเลิกสถานะนิติบุคคลไปแล้ว คือ 'บริษัทคิงส์ โรมัน ทราเวล แอนด์ ทัวร์ จำกัด' เลขทะเบียนนิติบุคคล 0575554000458 จดทะเบียนเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2554 ทุนจดทะเบียน 5,000,000 บาท ที่ตั้ง 292 หมู่ที่ 1 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จดทะเบียนในหมวดธุรกิจจัดนำเที่ยว มีกรรมการบริษัทคือนางหลี่ เหวิน เหม่ย ผู้ลงทุนไทย 2 ราย มูลค่าการลงทุน 2,550,000 บาท (ร้อยละ 51) จีน 1 ราย 2,450,000 บาท (ร้อยละ 49) โดยในเว็บกรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังระบุว่า “นิติบุคคลนี้ฝ่าฝืนคำสั่งสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี กรณีไม่จัดส่งบัญชี และ/หรือชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดทำบัญชี รอบปีบัญชี 2557 หรือ 2558 โปรดใช้ความระมัดระวังในการทำนิติกรรม”

อีกบริษัทฯ ที่เลิกกิจการไปแล้วคือ 'บริษท คิงส์ โรมัน อินดัสทรี จำกัด' เลขทะเบียนนิติบุคคล 0575553001264 จดทะเบียนเมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2553 ทุนจดทะเบียน 5,000,000 บาท ที่ตั้ง 292 หมู่ที่ 1 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จดทะเบียนในหมวดธุรกิจกิจกรรมของตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์โดยได้รับค่าตอบแทนหรือตามสัญญาจ้าง มีนางกุ้ยฉิน ซู (ภรรยาจ้าว เหวย) เป็นกรรมการบริษัทฯ ผู้ลงทุนไทย 2 ราย มูลค่าการลงทุน 2,550,000 บาท (ร้อยละ 51) จีน 1 ราย 2,450,000 บาท (ร้อยละ 49)

ส่วนบริษัทฯ ที่ยังดำเนินการอยู่คือ 'บริษัท คิงส์ โรมัน จำกัด' เลขทะเบียนนิติบุคคล 0575552000132 จดทะเบียนเมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2552 ทุนจดทะเบียน 2,000,000 บาท ที่ตั้ง 292 หมู่ที่ 1 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เชียงราย จดทะเบียนในหมวดธุรกิจจัดนำเที่ยว มีกรรมการบริษัทคือ 1.นายนัท รุ่งตะวันคีรี 2.นายชูเกียรติ ตุ้งจา และ 3.นายจ้าว เหวย ผู้ลงทุนไทย 2 ราย มูลค่าการลงทุน 1,800,000 บาท (ร้อยละ 90) จีน 1 ราย 200,000 บาท (ร้อยละ 10)

'นัท รุ่งตะวันคีรี' ร้องสื่อยันเคยทำงานจริง แต่ลาออกมาทำไร่เลี้ยงหมู

ไทยรัฐออนไลน์ ได้รายงานเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2561 ที่ผ่านมาว่านายนัท รุ่งตะวันคีรี อายุ 41 ปี ชาวเขาเผ่าลีซู อยู่บ้านเลขที่ 100 (20) หมู่ 2 บ.ห้วยผึ้ง ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ล่ามคนไทยที่มีชื่อถูกสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำพร้อมกับ 'คิงส์โรมัน' บ่อนคาสิโนในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ตรงข้าม อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ มีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการคิงส์โรมัน คอมปานี ลิมิเต็ด ร้องขอความเป็นธรรมว่า เคยไปทำงานที่ไต้หวัน พูดเขียนภาษาจีนได้ เมื่อกลับบ้านไปสมัครทำงานที่คิงส์โรมัน ตำแหน่งล่ามพูดต้อนรับลูกค้า เป็นพนักงานธรรมดา ต่อมาปี 2553 บริษัทจะเปิดทัวร์ที่ฝั่งไทย เพื่อรองรับลูกค้า จึงได้ให้เอกสารไป พอปี 2554 ได้ลาออกไปดูแลแม่ที่ป่วย กับลูกคนเล็กเพิ่งเกิด และไม่ได้กลับไปทำงานอีก ได้แต่ทำไร่เลี้ยงหมู ทำอาชีพเกษตรหาเช้ากินค่ำ อยู่กับบ้านเท่านั้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2561 กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประกาศขึ้นบัญชีคิงส์โรมันกาสิโน เมืองต้นผึ้ง แขวงล่อแก้ว สปป.ลาว ให้เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และขึ้นบัญชีดำ 1. นายจ้าว เหวย เจ้าของคิงส์โรมัน คาสิโน และผู้บริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ พร้อมกับพวกรวม 4 ราย โดย 1 ในนั้น คือ นายนัท รุ่งตะวันคีรี ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้อำนวยการคิงส์โรมัน คอมปานี ลิมิเต็ด ทำให้ชีวิต 7 ปี ที่มาอยู่บ้านเปลี่ยนไป ทุกวันนี้จะมีตำรวจ ทหาร ข้าราชการเข้ามาเฝ้าสังเกตเรียกไปสอบสวน จะไปไหนก็ลำบากถูกตราหน้าว่าเป็นคนร้ายเป็นอาชญากร ลูกไปโรงเรียนก็ถูกเพื่อนล้อเดือดร้อนกันไปหมดต้องตกเป็นแพะจากเหตุการณ์ดังกล่าวไม่รู้ว่าจะทำยังไร ต้องการขอความเป็นธรรมกับคนหาเช้ากินค่ำที่ต้องทำมาหากินเลี้ยงดูครอบครัว

 

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
จับตา: เหตุการณ์สำคัญปี 2535-2558 ที่เกี่ยวข้องกับ 'คิงส์โรมันคาสิโน'
เอาไหม? 'เขตเศรษฐกิจพิเศษ+คาสิโน' ทุนจีนได้-เงินสีเทาโต-ไล่ที่ยกหมู่บ้าน

 

หมายเหตุ: ได้เพิ่มเติมเนื้อหาเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2561 เวลา 19.20 น.

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ