เตรียมให้ธุรกิจรถยนต์มือสองเป็นธุรกิจควบคุมสัญญา

กองบรรณาธิการ TCIJ 12 พ.ย. 2561

เตรียมให้ธุรกิจรถยนต์มือสองเป็นธุรกิจควบคุมสัญญา

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ระบุปี 2558-2560 ได้รับร้องเรียนจากผู้บริโภคเกี่ยวกับการซื้อรถยนต์มือ 2 รวมมากกว่า 500 ราย ได้รับรถยนต์ไม่ตรงกับที่ตกลงไว้ เกือบทั้งหมดเป็นการตกลงด้วยปากเปล่า ทั้งนี้ตาม '(ร่าง) ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจขายรถยนต์ใช้แล้วเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. ...' ที่กำลังผลักดันเป็นกฎหมายใหม่ ผู้ประกอบการเต็นท์รถยนต์มือ 2 ต้องแสดงรายละเอียดสินค้าเป็นรายลักษณ์อักษรเพื่อประกอบการตัดสินใจให้แก่ผู้ซื้อ และผู้บริโภคสามารถเรียกเงินคืนได้กรณีไม่เป็นไปตามข้อตกลง ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท ที่มาภาพประกอบ: สถาบันยานยนต์

สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ รายงานเมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2561 ว่านายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทธิพันธ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ.เป็นประธานเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับ (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจขายรถยนต์ใช้แล้วเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. ... โดยมีผู้ประกอบธุรกิจเต็นท์รถยนต์มือ 2 และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมประมาณ 70 ราย

รองเลขาธิการ สคบ. กล่าวว่า ในช่วงปี 2558-2560 สคบ.ได้รับร้องเรียนจากผู้บริโภคเกี่ยวกับการซื้อรถยนต์มือ 2 รวมมากกว่า 500 ราย ซึ่งได้รับรถยนต์ไม่ตรงกับที่ตกลงไว้ เกือบทั้งหมดเป็นการตกลงด้วยปากเปล่า ซึ่งผู้บริโภคให้ความเชื่อใจ แต่เมื่อส่งมอบรถยนต์แล้วกลับได้รับการปฏิเสธจากผู้ประกอบการว่าไม่เคยตกลงกัน

พร้อมทั้งยังเอาเปรียบผู้บริโภค เช่น มีการแก้ไขตัวเลขไมล์ ส่งมอบรถยนต์ชำรุดบกพร่อง รถยนต์มีการดัดแปลงสภาพตัวถัง หรือเครื่องยนต์ มีผลทำให้ไม่สามารถโอนทะเบียนได้ และริบเงินกรณีผู้บริโภคไม่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อ
รองเลขาธิการ สคบ. กล่าวด้วยว่า หากกฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้ จะมีผลให้ผู้ประกอบการเต็นท์รถยนต์มือ 2 ต้องแสดงรายละเอียดสินค้าเป็นรายลักษณ์อักษรเพื่อประกอบการตัดสินใจให้แก่ผู้ซื้อ และผู้บริโภคสามารถเรียกเงินคืนได้กรณีไม่เป็นไปตามข้อตกลง และหากผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายด้งกล่าวอาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ