เกร็ดประวัติศาสตร์การเมือง: ย้อนดูกระทู้ถาม ‘ป้องกันเด็กสูบบุหรี่’ ในสภาฯ ปี 2477

กองบรรณาธิการ TCIJ 13 ม.ค. 2561 | อ่านแล้ว 168 ครั้ง

เท่าที่สืบค้นได้ย้อนไปเมื่อกว่า 80 ปี ก่อน พบว่าประเด็น ‘การป้องกันไม่ให้เยาวชนสูบบุหรี่’ มีการพูดถึงในสาระบบการเมืองไทยในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 19 วันที่ 12 ก.พ. 2477  (ภาพประกอบเป็นการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม เมื่อปี 2483 ที่มาภาพประกอบ: wikiwand.com)

ในปัจจุบันวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้พิสูจน์และชี้ให้เห็นถึงอันตรายของบุหรี่ไว้อย่างชัดแจ้ง มีการรรณรงค์รวมทั้งกฎหมายห้ามการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ และเท่าที่สืบค้นได้ย้อนไปเมื่อกว่า 80 ปี ก่อน พบว่าประเด็นนี้เริ่มมีการพูดถึงในสาระบบการเมืองไทยอยู่เหมือนกัน

โดยนักการเมืองที่ชี้ให้เห็นพิษภัยของบุหรี่ในกลุ่มเยาวชนคนแรก ๆ น่าจะเป็น 'น.ท. พระศรการวิจิตร์' ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม ที่เคยยื่น กระทู้ถาม เรื่อง ป้องกันเด็กสูบบุหรี่ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 19/วันที่ 12 ก.พ. 2477  โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

(คงรูปแบบคำและภาษาตามต้นฉบับ)

ข้าพเจ้าขอตั้งกระทู้ถามต่อรัฐบาลว่า รัฐบาลคิดดำริจะป้องกันการสูบบุหรี่ของเด็กซึ่งอายุยังเยาว์ ในเขตต์เยาว์วัยนั้นอย่างไรบ้างหรือไม่

พระสารสาสน์ประพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงธรรมการ กล่าวว่า เรื่องนี้ในฉะเพาะปัญหาที่เกี่ยวกับเด็กที่อยู่ในโรงเรียนของรัฐบาล ๆ ได้ทำงานโดยมีกระทรวงธรรมการดำเนินธุระให้มีการควบคุมกันอยู่แล้ว

น.ท. พระศรการวิจิตร์ ร.น. ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม กล่าวว่า ในเรื่องนี้ข้าพเจ้าสงสัย ตามที่รัฐบาลตอบว่าได้จัดการควบคุมอยู่นั้น เวลานี้ถ้าจะเดินไปตามถนนหนทาง หรือบางแห่งในจังหวัดต่าง ๆ เราจะเห็นเด็กโดยมากสูบบุหรี่เป็นจำนวนไม่ใช่น้อย ข้ามเจ้ามีความสงสัยในเรื่องนี้มากว่า ควบคุมกันอย่างไร

พระสารสาสน์ประพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงธรรมการ กล่าวว่า เมื่อกี้ได้ตอบแล้วว่า เด็กซึ่งอยู่ในโรงเรียนของรัฐบาลได้รับการควบคุมอยู่แล้ว ถ้าท่านจะถามว่า ในระหว่างที่เด็กไปเที่ยวเพ่นพ่านอยู่ในถนนจะควบคุมกันอย่างไร นี่แหละ ถ้าท่านคิดถึงว่าเด็กมาอยู่ในโรงเรียนวันหนึ่งกี่ชั่วโมง ข้ามเจ้าก็ไม่ต้องตอบเพราะรู้เอง ถ้าท่านจะคิดต่อไปอีกสักหน่อยหนึ่งว่าการที่เด็กสูบบุหรี่นั้นความผิดของใคร ของบิดามารดาผู้ปกครองใช่หรือไม่ เด็กเอาอัฐมาแต่ไหน

น.ท. พระศรการวิจิตร์ ร.น. ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม กล่าวว่า ข้าพเจ้าขอถามอีกครั้งหนึ่งว่า การซึ่งเด็กของเราที่สูบบุหรี่อยู่ทุกวันนี้ รัฐบาลเห็นชอบดีอยู่แล้วหรือ เราไม่มีทางแก้ไขแล้วหรือที่จะให้การคุ้มครองอย่างบางประเทศที่เขาได้ทำอยู่นั้น

พระสารสาสน์ประพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงธรรมการ กล่าวว่า นั่นเป็นอีกปัญหาหนึ่ง ถ้าท่านถามว่าที่เป็นเดี๋ยวนี้ในเวลานี้แต่ถ้าท่านจะถามต่อไปว่า ต่อไปเราจะทำอะไรหรือไม่ที่ดีกว่านี้นั้นเป็นปัญหา ไม่ใช่แต่รัฐบาลเท่านั้นที่จะคิด ต้องร่วมมือกันให้หมด หรือมิฉะนั้นบังคับกัน ท่านเลือกเอา ท่านจะเลือกได้ว่าในการจะบังคับใครจะเป็นผู้บังคับ และใครเป็นผู้ถูกกระทำ ท่านจะต้องการให้เด็กเป็นนักโทษหรือไม่ เปล่า ไม่มีใครต้องการให้ลูกหลานของตัวปฏิบัติเป็นนักโทษ เพราะฉะนั้นทำโทษ ใครทำโทษ ผู้ปกครอง ท่านต้องนึกต่อไปว่าผู้ปกครองอดสูบบุหรี่ได้หรือไม่ ถ้าเขาอดไม่ได้ เขาทำอะไร เขาบอกว่าหนูเอ๋ย ไปซื้อเหล้า 10 สตางค์ หรือยาดอง 10 สตางค์ ซื้อบุหรี่ซองหนึ่งเถอะ เราจะต้องไปบังคับเขา ถ้าเราไปบังคับเขาเข้า ท่านจะช่วยกันหรือไม่เล่า ให้ออกกฎหมาย ถ้าบอกว่าดำเนินไปถึงขั้นออกกฎหมาย ท่านก็บอกว่าดูซิฉันมีลูกก็ใช้ไม่ได้ ทางที่ดีที่สุดรัฐบาลค่อยทำความเข้าใจทีละน้อย เริ่มขึ้นมาจากโรงเรียน ขอร้องให้ช่วยกัน และโดยฉะเพาะอย่างยิ่งท่านผู้แทนทั้งหลายนี่แหละจะช่วยรัฐบาล และช่วยตัวของท่านและลูกหลานของตัวท่านด้วย ถ้าท่านต้องการจะให้ถึงขั้นออกกฎหมาย ถ้าเป็นความเห็นพร้อมเพรียงกันแล้วเห็นจะออกได้ แต่ข้าพเจ้าขอบอกเสียก่อนว่าการออกกฎหมายบางทีไม่ใช่เป็นผลดี

น.ท. พระศรการวิจิตร์ ร.น. ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม กล่าวว่า ข้าพเจ้าขอถามต่อไปว่าในเรื่องนี้ต่อไปในโอกาสข้างหน้า รัฐบาลคิดจะดำริในเรื่องนี้หรือไม่ที่จะป้องกัน

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ