กฟผ.ตั้งเป้าลดพนักงานจาก 2.1 หมื่นคน เหลือ 1.5 หมื่นคน ภายใน 4 ปี

กองบรรณาธิการ TCIJ 7 พ.ค. 2561

กฟผ.ตั้งเป้าลดพนักงานจาก 2.1 หมื่นคน เหลือ 1.5 หมื่นคน ภายใน 4 ปี

กฟผ.ตั้งเป้าปรับลดพนักงานลงประมาณ 6-7 พัน คน จาก 2.1 หมื่นคน ในปัจจุบันเหลือ 1.5 หมื่นคน ภายใน 4 ปี โดยใน ปี 2561 นี้ จะมีผู้เกษียณอายุประมาณ 1,300 คน แต่จะไม่รับคนเพิ่ม ยกเว้นที่เกี่ยวข้องกับสายงานดิจิทัล ระบุต้องปรับปรุงองค์กร รองรับนโยบายรัฐ ที่ต้องการให้เอกชนมีส่วนในการผลิตไฟฟ้ามากขึ้น ที่มาภาพ: Energy News Center

Energy News Center รายงานเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2561 ว่าในปี 2561 นี้พนักงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะเกษียณอายุงานจำนวน 1,300 คน ซึ่ง กฟผ. ไม่มีนโยบายจะรับสมัครบุคลากรเพื่อเข้ามาทดแทนอัตราดังกล่าว โดย กฟผ.ตั้งเป้าที่จะปรับลดพนักงานลงให้ได้อีกประมาณ 6,000-7,000 คน คือจากที่มีอยู่ในปัจจุบัน 2.1 หมื่นคน ให้เหลือเพียงประมาณ 1.5 หมื่นคน ภายในระยะเวลา 4 ปี (พ.ศ. 2561-2565) ซึ่งแนวทางหลัก จะเป็นการลดคนจากการที่ต้องเกษียณอายุและการไม่เพิ่มอัตราใหม่ ยกเว้นในสายงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดิจิทัลและสอดคล้องกับนโยบาย Energy 4.0

นโยบายการลดจำนวนพนักงานของ กฟผ. มาจากนโยบายการผลิตไฟฟ้าในปัจจุบันเปลี่ยนไป และรัฐต้องการที่จะให้เอกชน มีสัดส่วนที่ผลิตไฟฟ้ามากขึ้น ในขณะที่ กฟผ.จะรับผิดชอบเฉพาะสัดส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความมั่นคงไฟฟ้าของประเทศ จึงจำเป็นต้องปรับโครงสร้างองค์กรให้รองรับทิศทางดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมา กฟผ.ก็ได้ทยอยลดบุคลากรมาระยะหนึ่งแล้ว จากเดิมที่เคยมีอยู่ถึง 3.6 หมื่นคน ตอนนี้เหลือ 2.1 หมื่นคนแล้ว

นอกจากนี้ ยังจะมีการปรับโครงสร้างองค์กรในระดับผู้บริหารใหม่ โดยจะมีการยุบสายงานที่เกี่ยวข้องกันให้มาอยู่รวมกัน เช่น สายงานด้านสายส่งและสายงานด้านการผลิต เป็นต้น ซึ่งจะมีผลให้ตำแหน่งรองผู้ว่าการ กฟผ. ลดเหลือ 7-8 คน จากปัจจุบันมีอยู่ 12 คน โดยจะมีรองผู้ว่าการด้านต่างๆ ได้แก่ 1.รองยุทธศาสตร์ 2. รองบริหาร 3. รองบัญชีและการเงิน 4.เชื้อเพลิง 5. ระบบส่ง 6. ผลิตไฟฟ้า 7.ธุรกิจ อย่างไรก็ตามจะต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง

นายศิริชัย ไม้งาม ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (สร.กฟผ.) กล่าวว่า ขณะนี้สร.กฟผ.ได้หารือกับฝ่ายบริหารใกล้ชิดที่จะดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กร กฟผ.ครั้งใหญ่เพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในปัจจุบันและอนาคตที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว หรือ Disruptive Technology ด้วยการลดขนาดองค์กรลง

“ในการปรับโครงสร้าง กฟผ.ได้ว่าจ้าง PricewaterhouseCoopers หรือ PWC ศึกษาเบื้องต้น โดย สร.กฟผ.ในฐานะทีเป็นตัวแทนกรรมการในคณะทำงานปรับโครงสร้างก็ต้องทำความเข้าใจพนักงานในการที่จะเปลี่ยนผ่านองค์กรจากวันนี้เพื่อให้ดีขึ้นในวันข้างหน้าที่จะยังคงเป็นรัฐวิสาหกิจทำหน้าที่ดูแลความมั่นคงและค่าไฟที่เป็นธรรมให้กับประชาชนต่อไป ซึ่งรายละเอียดเรายังต้องหารือกับฝ่ายบริหารอีกครั้งวันที่ 10 พ.ค.นี้ และคงต้องรอนโยบายจากนายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่า กฟผ.คนใหม่อีกด้วยว่าจะเริ่มแผนปรับโครงสร้างได้ทัน 1 ต.ค.นี้หรือไม่อย่างไร” นายศิริชัยกล่าว

ทั้งนี้คาดว่าผู้ที่จะเกษียณอายุในปี 2561 จะมีราว 1,300-1,700 คน ปี 2562 -2563 จะมีประมาณปีละ 1,700 คนและปี 2564 อีกประมาณกว่า 1,400 คนซึ่งทั้งหมดก็จะลดคนไปได้ประมาณ 6,800-7,000 คนที่จะทำให้องค์กรมีขนาด 1.5 หมื่นคนได้ทันที อย่างไรก็ตามเดิมนั้นได้หารือว่าจะทำการลดลงอย่างรวดเร็วโดยใช้วิธีเปิดรับสมัครใจการลาออก (เออร์รี่รีไทร์) ซึ่งจะทำให้การลดขนาดองค์กรเร็วกว่าเป้าหมาย 4 ปี แต่จากการศึกษาอย่างละเอียดแล้วเห็นว่าโครงการดังกล่าวจะก่อให้เกิดสมองไหลได้เนื่องจากโครงการดังกล่าวที่เคยดำเนินการมาพบว่าบุคคลที่เป็นแรงขับเคลื่นองค์กรหรือระดับมันสมองกลับยื่นเข้าโครงการมากกว่าบุคคลที่ควรจะเข้าโครงการ

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ