พบธุรกิจสินเชื่อ 'Car For Cash' กลางปี 2560 มีมูลค่า 200,000 ล้านบาท

กองบรรณาธิการ TCIJ 3 ก.ย. 2561

พบธุรกิจสินเชื่อ 'Car For Cash' กลางปี 2560 มีมูลค่า 200,000 ล้านบาท

ก.คลัง ออกประกาศให้พิโคไฟแนนซ์รับจำนำทะเบียนรถยนต์ จักรยานยนต์ 5 หมื่นบาทต่อราย หวังเพิ่มสภาพคล่องรายย่อย จับมือ ธปท.ศึกษาออกใบอนุญาตให้เอกชนบริการ 'สินเชื่อรายย่อย' นำรถยนต์ เครื่องมือ อุปกรณ์ตีทะเบียนค้ำประกันเงินกู้ พบสินเชื่อ 'Car For Cash' ของภาคเอกชนรับจำนำทะเบียนรถยนต์กลางปี 2560 มียอดประมาณ 200,000 ล้านบาท ให้บริการประมาณ 1,000 ราย

สำนักข่าวไทย รายงานเมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2561 ว่านายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่าได้ออกประกาศกระทรวงการคลังแห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ในการให้สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์เอกชนรายย่อยระดับจังหวัด เพื่อให้สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จากเดิมให้บริการดังกล่าวไม่ได้ เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์สามารถให้บริการสินเชื่อได้ครอบคลุมมากขึ้น

นอกจากนี้ เพิ่มโอกาสให้รายย่อยใช้ทรัพย์สินตนเองเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ โดยคิดดอกเบี้ยเงินกู้ไม่เกินร้อยละ 36 ปล่อยกู้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย ปัจจุบันมีผู้ประกอบธุรกิจพิโคไฟแนนซ์ได้รับอนุญาตและเปิดดำเนินการ 287 ราย ใน 60 จังหวัด ปล่อยสินเชื่อให้รายย่อย 26,800 ราย ยอดสินเชื่อ 680 ล้านบาท มียอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ร้อยละ 2.69 นับว่าสัดส่วนน้อยมาก ขณะที่สินเชื่อ Car For Cash ของภาคเอกชนรับจำนำทะเบียนรถยนต์กลางปี 2560 มียอดประมาณ 200,000 ล้านบาท ให้บริการประมาณ 1,000 ราย

นายพรชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า สศค.ยังร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ศึกษาแนวทางการให้สินเชื่อกับรายย่อยเพิ่มเติม “สินเชื่อรายย่อย” เพื่อปล่อยกู้ให้กับบุคคลทั่วไปเป็นการให้ใบอนุญาตกับนิติบุคคลรายใหม่มีทุนจดทะเบียน เพื่อหาช่องทางให้รายย่อยเข้าถึงสินเชื่อมากขึ้น ด้วยการนำทะเบียนรถยนต์ จักรยานยนต์ เครื่องมือ อุปกรณ์อื่นที่มีการจดทะเบียน คาดว่า ธปท.จะสรุปแนวทางได้เร็ว ๆ นี้ โดยมีความแตกต่างของนาโนไฟแนนซ์ , ไมโครไฟแนนซ์, พิโกไฟแนนซ์ ซึ่งได้ออกใบอนุญาตให้กับเอกชนแล้วในขณะนี้

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ