เผย 'กำไรหุ้น' โรงพยาบาลเอกชนโตน้อยลง เหตุผู้ป่วยลด

กองบรรณาธิการ TCIJ 29 เม.ย. 2560

เผย 'กำไรหุ้น' โรงพยาบาลเอกชนโตน้อยลง เหตุผู้ป่วยลด

โบรกเกอร์ได้ประเมินภาพรวมกำไรกลุ่มโรงพยาบาลไตรมาสแรกน่าจะยังเติบโตได้แต่อาจจะไม่คึกคัก โดยเฉพาะโรงพยาบาลรายใหญ่ เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยลดลง ที่มาภาพประกอบ: DarkoStojanovic (CC0)

เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ รายงานเมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2560 ว่าหลังจากกลุ่มธนาคารรายงานผลประกอบการงวดไตรมาสแรกจบไปแล้ว ต่อไปจะเป็นกลุ่มอื่น ๆ ที่ทยอยประกาศกำไร ซึ่งกลุ่มโรงพยาบาลเป็นอีกกลุ่มที่น่าสนใจ ล่าสุดโบรกเกอร์ได้ประเมินภาพรวมกำไรกลุ่มโรงพยาบาลไตรมาสแรกน่าจะยังเติบโตได้แต่อาจจะไม่คึกคัก โดยเฉพาะ รพ.รายใหญ่ 

บล.เอเซียพลัส ประเมินว่ากลุ่มโรงพยาบาล ได้แก่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) BDMS คาดกำไรสุทธิไตรมาสแรกปีนี้จะเติบโตเล็กน้อย 4%จากงวดเดียวกันปีก่อน เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยลดลง แม้จะมีการรับรู้รายได้จาก ร.พ. ในเครือเพิ่มขึ้น แต่ถูกหักลบไปด้วยดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม มองว่าในช่วงที่เหลือของปีแนวโน้มกำไรจะค่อยๆ ดีขึ้น จากการทยอยปรับเพิ่มค่ารักษา รวมทั้งการเปิดให้บริการศูนย์บริการต่างๆ และรายได้จากการขายยาที่มีอัตรากำไรสูง จึงคาดว่ากำไรทั้งปี 2560 จะเติบโตได้ที่ 12%จากงวดเดียวกันปีก่อน จากนั้นในช่วงปี 2561-2562 เติบโตเฉลี่ย 9% ต่อปี เนื่องจากอยู่ในช่วงการลงทุน แต่จะเริ่มดีขึ้นอีกครั้ง หลังปี 2563 เป็นต้นไป หลังหยุดลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ และเริ่มหันมาเก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากการลงทุนอย่างเต็มที่

บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) BH คาดกำไรสุทธิไตรมาสแรก เติบโตเพียง 1.5%จากงวดเดียวกันปีก่อน จากการลดลงของผู้ป่วยตะวันออกกลาง แต่ยังได้ผู้ป่วยชาติอื่นเพิ่มขึ้น และมีการปรับเพิ่มค่ารักษา ช่วยหนุนให้เติบโต 21%qoq อย่างไรก็ตามคาดว่าไตรมาส 2ปีนี้ ยังไม่สดใสเนื่องจากจำนวนวันรอมฎอนที่มาตกในงวดไตรมาส 2/2560 เพิ่มขึ้น ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยชาวตะวันออกกลางน่าจะลดลงจากงวดเดียวกันปีก่อน แต่เชื่อว่าครึ่งปีหลังจะกลับมาเติบโตได้ดีโดยเน้นเพิ่มจำนวนผู้ป่วยชาวไทยด้วยการขยายเครือข่ายรพ.เพื่อรับส่งต่อผู้ป่วย และหันมาโฟกัสตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ จึงทำให้กำไรทั้งปีน่าจะยังเติบโตได้ 7%จากงวดเดียวกันปีก่อน แต่ในช่วงปี 2561-2564 การเติบโตของกำไรน่าจะยังไม่โดดเด่น โดยคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยเพียง 10% ต่อปี ซึ่งไม่เด่นนัก อีกทั้งค่าพีอีเรโชล่วงหน้า(Forward PEG) ปี 2560 สูงที่สุดในกลุ่มที่ 5.2 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ 2.9 เท่า จึงแนะนำ Switch ไปโรงพยาบาลขนาดเล็กที่มีภาพการเติบโตที่ชัดเจนกว่า

บริษัท โรงพยาบาลราชธานี จำกัด (มหาชน) RJH คาดกำไรสุทธิไตรมาสแรกเติบโต 15% จากงวดเดียวกันปีก่อน และจากการปรับขึ้นค่ารักษา จำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น และไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษเหมือนงวดที่ผ่านมา สำหรับแนวโน้มครึ่งปีหลังทางโรงพยาบาลมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนเตียงอีก ทั้งยังมีแผนที่จะเพิ่มการรักษาในแต่ละศูนย์ให้ซับซ้อนและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น หนุนให้รายได้และกำไรทั้งปีเพิ่มขึ้น 11%จากงวดเดียวกันปีก่อน และ 27%สำหรับปี 2561-65 มีแผนการลงทุนต่อเนื่องและจะมีศูนย์เฉพาะทางมากขึ้น หนุนการเติบโตระยะยาว เฉลี่ย 9 % ต่อปี

บริษัท โรงพยาบาล ลาดพร้าว จำกัด (มหาชน) LPH คาดกำไรสุทธิไตรมาส1/2560 ทรงตัวจากงวดเดียวกันปีก่อน จากการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษการตั้งสำรองรายได้ประกันสังคมที่ค้างรับ แต่เพิ่มขึ้น 30%จากงวดไตรมาส 4/2559 จากการเปิดศูนย์ความเป็นเลิศส่วนหนึ่งในปี 2559 และจากจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้น ส่วนงวดไตรมาส 2/2560 จะมีการเปิดศูนย์ความเป็นเลิศเพิ่มอีก 7 ศูนย์ หนุนให้รายได้จากผู้ป่วยเงินสดเติบโตเด่นชัดต่อเนื่องตลอดครึ่งปีหลัง หนุนให้กำไรทั้งปีน่าจะเติบโตได้ถึง 48%

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ