เผย กทม. เตรียมอนุญาตเปิดขาย 63 ตึกร้าง

กองบรรณาธิการ TCIJ 28 ม.ค. 2560 | อ่านแล้ว 2737 ครั้ง

เผย กทม. เตรียมอนุญาตเปิดขาย 63 ตึกร้าง

กทม.เตรียมประกาศเชิญชวนนักลงทุนซื้อตึกร้างหาก มท.1 ไฟเขียวขยายกฎกระทรวงต่อใบอนุญาตสร้าง-ดัดแปลงอาคารต่อให้จบ เบื้องต้นหวังดัน 63 อาคารร้างนับจากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 สร้างต่อให้เสร็จตามกฎหมายเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ที่มาภาพประกอบ: wikimedia.org

เว็บไซต์ฐานเศรษฐกิจ รายงานเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2560 ว่าแผนกู้ซากอาคารร้างในเขตกรุงเทพมหานคร 63 อาคารเริ่มมีความหวังนับจากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 เมื่อกลุ่มทุนเริ่มสนใจทาบซื้อหลังจาก กทม.และกรมโยธาธิการและผังเมือง ผลักดันให้อาคารเหล่านั้นสร้างให้เสร็จตามกฎหมายเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ต่อเรื่องนี้นายทวีศักดิ์ มหชวโชค ประธานกรรมการบริษัท เคเอสที เช็นทรัลซัพพลาย จำกัด เปิดเผยว่า สนใจซื้ออาคารร้างในเขต กทม.ประมาณ 2-3 อาคาร ความสูงประมาณ 20-30 ชั้นเพื่อนำไปพัฒนาให้เช่าต่อประเภทโรงแรม คอนโดมิเนียมและอาคารสำนักงาน โดยทำเลต้องมีศักยภาพ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ใกล้รถไฟฟ้าเดินทางสะดวก อาทิ อาคารในซอยโปโล อาคารย่านเพลินจิต เป็นต้น เบื้องต้นจะสำรวจก่อนคาดว่าเงินที่เตรียมไว้ไม่เกิน 1,000 ล้านบาท แต่จะเจรจาซื้อต่อจากเจ้าของอาคารหรือ เจ้าหนี้ในราคาถูกไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อ 1 อาคาร สำหรับบริษัท นอกจากจะเป็นผู้ผลิตเครื่องซักผ้าขนาดใหญ่ใช้ในโรงงาน โรงแรม โรงพยาบาล ขายทั้งในประเทศและส่งออกต่างประเทศแล้วยังขยายธุรกิจทำโรงงานที่พัทยา ซึ่งเมื่อ กทม. ต้องการแก้ปัญหาอาคารร้างบริษัทจึงสนใจ

ด้านนายนพดล ฉายปัญญา ผู้อำนวยการกองควบคุมอาคาร สำนักการโยธากรุงเทพมหานครย้ำว่าหาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) เห็นชอบตามที่ กทม.เสนอ ขยายอายุใบอนุญาตอาคารร้าง ให้สามารถก่อสร้างดันแปลงให้แล้วเสร็จก็จะออกประกาศเชิญชวน เจ้าของอาคาร และ นักลงทุนที่สนใจ นำอาคารดังกล่าวไปพัฒนาต่อ ก็จะช่วยให้อาคารร้างเหล่านั้นหมดไป และช่วยแก้ปัญหา แหล่งซ่องสุมอาชญากรรมได้เป็นอย่างดี สำหรับกฎกระทรวงที่หมดอายุ และขอขยายอายุโดยใช้ใบอนุญาตก่อสร้างเก่าเพื่อก่อสร้างอาคารร้างให้แล้วเสร็จออกไปอีก 7 ปีนับตั้งแต่ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาคือ กฎกระทรวงมหาดไทยกำหนดหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารหรือดัดแปลงอาคารสำหรับอาคารที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศซึ่งยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ พ.ศ.2552 ผ่อนผันเป็นเวลา 5 ปีและอายุลงเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2557

ด้านนายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ย้ำว่า กทม.แจ้งมาว่าเหลืออาคารร้าง 63 อาคาร อย่างไรก็ดีคงต้องสำรวจก่อน โดยจะยกร่างกฎกระทรวงขึ้นใหม่ และให้มีผลบังคับใช้เฉพาะกลุ่มที่เป็นอาคารร้างที่เหลือ โดยให้เจ้าของอาคารสามารถนำใบอนุญาตเก่ามาใช้ขออนุญาตก่อสร้างได้ แต่มีเงื่อนไขว่า แบบก่อสร้างเดิมเคยขออนุญาตอาคารไว้ 30 ชั้นแต่ สร้างค้างถึงชั้น ที่ 20 ก็จะอนุญาตให้สร้างให้จบแค่ชั้นที่ 20เท่านั้น โดยไม่ให้สร้างต่อ จนถึงชั้นที่ 30 ตามแบบหรือกรมจะยึดตามกฎกระทรวงฉบับ57 คือ สร้างค้างถึงชั้นไหนก็ให้ก่อสร้างให้จบแต่ชั้นที่ค้าง สำหรับอาคารสร้างค้างช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ส่วนใหญ่จะอยู่ใน กทม. กว่า 500 อาคาร ซึ่งเป็นอาคารสูงตั้งแต่ 3 ชั้นขึ้นไป ที่ผ่านกรมได้ผ่อนผันให้ใช้ใบอนุญาตเก่า มายื่นขออนุญาตสร้างต่อให้เสร็จ เป็นเวลา 5 ปี แต่ปรากฏว่ามีคนมายื่นขออนุญาตไม่มาก เพราะมองว่าหาคนซื้อไม่ได้

ขณะที่นายเลิศมงคล วราเวณุชย์ อุปนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ระบุว่าอาคารร้างเพลินจิตอาเขต คุณหญิงพจมาน ชินวัตร สมัยนั้นซื้อทำโรงแรม ซึ่งคาดว่าจะเปิดไม่นานนี้ ส่วนอาคารอื่น ๆ อย่างอาคารในซอยโปโล คาดว่าติดปัญหาเรื่องจำกัดความสูงที่ กทม.ออกข้อบัญญัติควบคุมความสูงบริเวณศูนย์การประชุมสิริกิติ์ ไม่เกิน 23 เมตร แต่หาก ผ่อนผันให้สร้างสูงได้ เอกชนก็สนใจ เพราะราคาที่ดินทำเลดังกล่าวสูงมากกว่า 4-7 แสนบาทต่อตารางวาขึ้นไป

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ