ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการขายหนังสือเรียนปี 2558

กองบรรณาธิการ TCIJ 25 พ.ค. 2560

ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการขายหนังสือเรียนปี 2558

โฆษก สกสค.เผยมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการขายหนังสือเรียนปี 2558 ซึ่งมีการฝากขายหนังสือแต่ไม่หักเงินชำระหนี้ฝากขาย ที่มาภาพประกอบ: thairath.co.th

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2560 เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ รายงานว่านายธำรงค์ น่วมศิริ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ในฐานะโฆษก สกสค. เปิดเผยว่า ตามที่ภาคีเครือข่ายต่อต้านทุจริตคอรัปชั่นของชาติ (ภตช.) ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้ตรวจสอบและดำเนินคดีทางอาญา เรียกความเสียหายทางแพ่ง กับ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะประธานกรรมการองค์การค้า ของ สกสค. และพวก 8 ราย อาจจะร่วมมือกันทุจริตหรือจงใจให้ยอดการขายหนังสือเรียนของ องค์การค้า ของ สกสค. มียอดขายตกต่ำเมื่อเทียบกับยอดขาย พ.ศ.2558 ที่มีถึง 3,681 ล้านบาทนั้น ขณะนี้ นพ.ธีระเกียรติ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบรายการขนส่งสินค้าและรายการสินค้าที่รับฝากขายจากบริษัท ล็อกซเล่ย์ ไวร์เลส จำกัด (มหาชน)

ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทดังกล่าวได้ฟ้องร้ององค์การค้าของ สกสค. ให้ชำระเงินค่าฝากขายหนังสือเรียน จำนวน 1,400 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้ทำสัญญาซื้อหนังสือและฝากขายตั้งแต่ปี 2558 แต่เมื่อขายได้แล้วก็ไม่ชำระเงินให้แก่ทางบริษัท ส่งผลให้ยอดขายหนังสือขององค์การค้าของ สกสค. ในปี 2558 สูงผิดปกติ เพราะได้จัดทำบัญชีเป็นรายได้ขององค์การค้าของ สกสค. ทั้งหมด

“ยอดขายหนังสือเรียนขององค์การค้าของสกสค.ปี 2558 มีการลงบัญชีไว้ 3,681 ล้านบาท แต่เป็นยอดขายให้กับบริษัท ล็อกซเล่ย์ ฯ จำนวน 1,372 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดเงินที่ไม่ได้ชำระคืนแก่บริษัท ล็อกเซเล่ย์ฯ ดังนั้น เมื่อหักลบยอดดังกล่าวออกไป ทำให้เห็นตัวเลขยอดขายจริงขององค์การค้าของ สกสค. มีมูลค่า 2,309 ล้านบาท ซึ่งการที่นำเงินที่ฝากขายมารวมในบัญชี เป็นการกระทำผิดข้อบังคับขององค์การค้าของ สกสค. ที่มิให้รับฝากขายจากคู่แข่งทางการค้า จึงเป็นสัญญาที่ผิดปกติ องค์การค้าฯจึงได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาผู้รับผิดทางละเมิด ส่วนการขายหนังสือเรียนขององค์การค้าสกสค. ในช่วงที่นพ.ธีระเกียรติ ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการ สกสค. ซึ่งขณะนี้ยังไม่ถึงสิ้นปีปรากฏมียอดขายหนังสือเรียน วงเงิน 1,700 ล้านบาทถือว่ายอดขายไม่ได้ตกต่ำหรือผิดปกติแต่อย่างใด”รองเลขาธิการ สกสค.กล่าว
นายธำรง กล่าวต่อไปว่า ส่วนความคืบหน้าการจ่ายเงินให้พนักงานองค์การค้าฯ ตามคำพิพากษาศาลฎีกา กว่า 1,200 ล้านบาทนั้น เวลานี้มีแหล่งเงินที่จะนำมาชำระหนี้แล้วแต่จำเป็นต้องตรวจสอบยอดเงินและสิทธิประโยชน์ที่พนักงานได้รับจริงให้ถูกต้องและรอบคอบก่อน เพื่อให้องค์การค้าฯ จ่ายเงินได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรมแก่พนักงานทุกคน

ส่วนการประกาศสรรหาเลขาธิการ สกสค. และเลขาธิการคุรุสภานั้น ยืนยันว่าการดำเนินการ เป็นไปตามคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่17/2560 ซึ่งเป็นการดำเนินการอย่างโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล โดย เปิดกว้างในการเสนอชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ไม่ปิดกั้นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ