จัดแข่งขัน 'สเก็ตบอร์ด' หวังขยายพื้นที่การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมจังหวัดชายแดนใต้

กองบรรณาธิการ TCIJ 21 พ.ค. 2560

จัดแข่งขัน 'สเก็ตบอร์ด' หวังขยายพื้นที่การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมจังหวัดชายแดนใต้

กลุ่มริสก์สเก็ตบอร์ด (RISK Skateboard) และสายบุรีลุคเกอร์จัดการแข่งขันสเก็ตบอร์ดขึ้นในพื้นที่ โดยมีนักกีฬาระดับชาติเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อยกระดับความสามารถของนักสเก็ตบอร์ดในพื้นที่และขยายพื้นที่แลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างเยาวชนมลายูมุสลิมและพุทธในพื้นที่

21 พ.ค. 2560 แม้ความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้จะยังคงดำเนินอยู่และไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงในเร็ววัน ล่าสุดกับเหตุการณ์คาร์บอมบ์ ณ ห้างสรรพสินค้าไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียวในพื้นที่ที่ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายสิบชีวิต แต่ผู้คนกลับยังคงพยายามจะรักษาพื้นที่ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ให้ยังคงเกิดขึ้น กลุ่มริสก์สเก็ตบอร์ด (RISK Skateboard) อันเป็นกลุ่มเยาวชนที่รวมตัวกันเล่นสเก็ตบอร์ดมามากกว่าสิบปี กลุ่มสายบุรีลุคเกอร์ และเครือข่ายนักสเก็ตบอร์ดจากส่วนกลางได้ร่วมกันจัดกิจกรรมการแข่งขันสเก็ตบอร์ดโดยใช้ชื่องานว่า “Slip on Way of RISK” อันหมายถึงการไถสเก็ตบอร์ดออกไปจากพื้นที่ปลอดภัยในจิตใจของตัวเอง ซึ่งเป็นการจัดงานที่ต่อยอดมาจากกิจกรรมที่พวกเขาระดมทุนด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2558 (โปรดดูลิงค์ข่าวการจัดกิจกรรมในปี 2558 จากสำนักข่าวประชาไท https://prachatai.com/english/node/5663 และจากสำนักข่าวบีบีซีไทย https://www.facebook.com/BBCThai/posts/1716123411942025)

กิจกรรมจัดขึ้น ณ ลานศิลปวัฒนธรรม เทศบาลเมืองปัตตานีเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2560 ซึ่งภายในงานประกอบไปด้วยการแข่งขันสเก็ตบอร์ดทั้งในรุ่นสมัครเล่นและรุ่นกึ่งอาชีพ โดยนักกีฬาระดับเยาวชนจากทั้งห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้คือ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา สตูล รวมถึงจากจังหวัดภูเก็ต หลายสิบชีวิตเข้าร่วมการแข่งขัน ในงานยังมีการจัดสาธิตการเล่นสเก็ตบอร์ดแก่เยาวชนที่สนใจโดยนักกีฬาสเก็ตบอร์ดระดับชาติที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ รวมไปถึงกิจกรรมสตรีทอาร์ตที่ศิลปินในพื้นที่ได้ร่วมกันวาดลวดลายบนกำแพงจำลองเพื่อสื่อให้เห็นถึงพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่ความแตกต่างหลากหลายสามารถอยู่ด้วยกันได้

อับดุลการิม ดาโอ๊ะ ประธานกลุ่มริสก์สเก็ตบอร์ด (RISK Skateboard) พูดถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ว่าคือการสร้างพื้นที่การแข่งขันและพัฒนาฝีมือของน้องๆที่ชอบกีฬาสเก็ตบอร์ดในพื้นที่ซึ่งการมีการแข่งขันบ่อย ๆ จะทำให้พวกเขาเก่งมากขึ้น ขณะที่อีกวัตถุประสงค์ที่สำคัญคือการเปิดพื้นที่ให้นักสเก็ตบอร์ดที่มาจากหลายๆพื้นที่และมีที่มาอันหลากหลายนั้นได้รู้จักกัน “ในส่วนนักกีฬาที่มาแข่งก็มีทั้งมุสลิม พุทธ คริสต์ ซึ่งการเล่นกีฬา และสนใจเรื่องเดียวกันทำให้พวกเขาทลายข้อจำกัดต่างๆได้ เวลามาเจอกันเขาจะลืมเรื่องเหตุการณ์ในสามจังหวัดไปเลย เขาจะคุยแต่การซ้อมและการแข่งของพวกเขาไปเลย”
ส่วนอานัส พงค์ประเสริฐ ประธานกลุ่มสายบุรีลุคเกอร์ในฐานะพันธมิตรของการจัดกิจกรรมดังบอกว่า หากมีกิจกรรมลักษณะอยู่บ่อย ๆ จะทำให้น้อง ๆ เยาวชนนักสเก็ตบอร์ดเพิ่มทักษะการเล่นได้มากกว่านี้ และจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนในพื้นที่กล้าเดินออกไปเจอกับผู้คนข้างนอกมากขึ้น

ในรอบสองสามปีที่ผ่านมามีความพยายามจากกลุ่มองค์กรต่างๆจัดกิจกรรมที่แปลกแหวกแนวออกไปจากขนบเดิมๆของพื้นที่ และก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากคนที่อยู่ข้างนอก สุทัศน์ ศิริวัฒน์ นักกีฬาสเก็ตบอร์ดอาชีพจากสระบุรีและเป็นที่รู้จักของวงการสเก็ตบอร์ดในระดับประเทศว่า “เอส สระบุรี” ได้เฝ้าสังเกตุพัฒนาการของน้องๆในพื้นที่หลังจากที่ได้ร่วมลงมาคลุกคลีในรอบสองสามปีมานี้ว่า “น้องๆเก่งขึ้นมาก พอมีกิจกรรมทำให้ศักยภาพมันก้าวกระโดดเท่าๆกับเด็กที่อื่น ๆ” ล่าสุดสมาชิกของทีมริสก์ปัตตานีไปร่วมซ้อมและแข่งกีฬาในกิจกรรมสเก็ตแคมป์ ที่จัดโดยสมาคมกีฬาเอ็กสตรีมแห่งประเทศไทยที่จังหวัดสุพรรณบุรี กิจกรรมในลักษณะนี้มันจะทำให้เด็กๆมีประสบการณ์มากขึ้น ต่างจากสมัยก่อนที่ฝีมือไม่พัฒนาเพราะเล่นแต่กับพวกเดียวกัน เด็กๆที่ออกไปไปเจอกับกลุ่มข้างนอกไม่ค่อยมีปัญหากับการเข้ากับเด็กอื่น ๆ แม้ว่าในช่วงแรกๆอาจจะจะอาการตื่น ๆ อยู่บ้าง แต่หลังจากที่ได้คลุกคลีกับเพื่อนต่างถิ่นมากขึ้นทำให้พวกเขาผ่อนคลายกับบรรยากาศที่แวดล้อมไปด้วยผู้คนที่แตกต่างไปจากที่ที่ตัวเองจากมา เมื่อเขามีปฏสัมพันธ์กับคนข้างนอกเวลาเจอคนแปลกหน้าเขาจะไม่ตื่นอีกต่อไป พวกเขาจะแสดงออกทั้งฝีมือและตัวตนออกมาอย่างมั่นใจ ในส่วนของความกังวลในเรื่องความปลอดภัยเวลาเดินทางและมาร่วมกิจกรรมในพื้นที่นั้น สุทัศน์กล่าวว่า “ไม่กลัว มากี่ทีก็ไม่กลัว เรามาบ่อย เรามีเพื่อนมีพี่น้องอยู่ที่นี่ มันแค่เหตุการณ์หนึ่ง ระเบิดล่าสุดที่บิ๊กซีล่าสุดมันไม่ทำให้เรากลัว เรารู้ว่าเหตุการณ์ทางใต้มันเกิดจากอะไร ที่หลายคนกลัวเพราะไม่เข้าใจ แม้แต่ญาติตัวเองก็รั้งไม่ให้มา แต่ใจเราไม่กลัว ไม่รู้จะอธิบายเขายังไง เลยต้องชักชวนเขามาดู”

กีฬาสเก็ตบอร์ดนับได้ว่าเป็นกีฬาที่ค่อนข้างจะโลดโผน มีภาพลักษณ์ว่าเป็นกีฬาของผู้ชาย และ เป็นกีฬาของแบดบอย แต่กิจกรรม Slip on Way of RISK ในครั้งนี้พยายามจะเปิดโอกาสให้น้องผู้หญิงได้เข้าร่วมการแข่งขันแม้จะเป็นเพียงการแข่งไถสเก็ตบอร์ดจับเวลา แต่ก็ถือว่าเป็นความพยายามที่จะเปิดพื้นที่ให้น้องๆผู้หญิงที่สนใจในกีฬาสเก็ตบอร์ดเข้ามามีส่วนร่วม น้องตา (สงวนนามจริง) สมาชิกก่อตั้งของทีมสเก็ตบอร์ดและเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มบอกว่า “ไม่รู้สึกประหลาดกับการเป็นสมาชิกผู้หญิงคนเดียวในกลุ่ม เพราะเป็นเพื่อนกับสมาชิกก่อตั้งของกลุ่มกันมาก่อนที่จะมาจัดกลุ่มริสก์สเก็ตบอร์ด เมื่อก่อนก็เล่นบ้างแต่ก็เลิกราไป กีฬาแบบนี้ค่อนข้างอันตรายแต่มันมีวิธีการเซฟ การป้องกันตัวเองจากอาการบาดเจ็บ หลายคนเจ็บเพราะฝืนเล่นทั้งที่รู้ว่าตัวเองหมดแรงแล้ว การเป็นสมาชิกผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มเมื่อก่อนจะถูกมองว่าแปลกแต่เดี๋ยวนี้ผู้คนดูเหมือนจะชินแต่การรวมกลุ่มในกีฬาแบบนี้มันทำให้ได้เพื่อน มีสังคมที่เหนียวแน่น และ ค่อนข้างกว้าง เพราะคนเล่นสเก็ตมันมาจากพื้นฐานของคนหลายแบบ แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือกีฬาแบบนี้ถูกมองว่ามีภาพลักษณ์ที่เป็นลบ เพราะมีแต่วัยรุ่นผู้ชาย เคยมีความพยายามตั้งกฎของกลุ่มเพื่อประณีประนอมกับสายตาของคนนอกด้วยการตั้งกฎเกณฑ์ว่าเวลาอยู่ในสนามซ้อมห้ามสูบบุหรี่ให้คนเห็นเด็ดขาด

แม้จะเป็นกีฬาที่ดูเท่ห์ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าอุปกรณ์สำหรับการเล่นสเก็ตนั้นราคาไม่ถูกเลย ซานูซี ยูโซะ นักกีฬาสเก็ตบอร์ดจากทีมริสก์ปัตตานี ซึ่งกำลังเรียนช่างยนต์ ปวช.3 เล่าว่า “มาเล่นสเก็ตบอร์ดเพราะว่าเป็นกีฬาที่ท้าทายและดูเท่ห์มาก และแต่งตัวได้อย่างฟรีสไตล์ ตอนแรกเริ่มจากมาดูเพื่อนเล่นก่อน และก็เริ่มเล่นโดยการยืมอุปกรณ์ของเพื่อน” เนื่องจากอุปกรณ์การเล่นสเก็ตบอร์ดมีราคาที่ค่อนข้างสูงสำหรับเด็กๆซานูซีจึงต้องดิ้นรนเพื่อซื้ออุปกรณ์สเก็ตบอร์ด “ตอนแรกเพื่อนให้ยืมอุปกรณ์มาเล่น จากนั้นก็เริ่มเก็บเงินทำงานแล้วซื้อ ส่วนหนึ่งก็ขอจากพ่อแม่” กีฬาสเก็ตทำให้วัยรุ่นแบบซานูซีได้มีโอกาสเจอเพื่อนใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา “ตั้งแต่เล่นสเก็ตมาผมได้รู้จักเพื่อนใหม่เยอะ รวมทั้งเพื่อนที่เป็นคนพุทธจากทีมอื่นๆเช่นทีมบอมบ์สเก็ตจากยะลาเป็นต้น และก็คิดว่าจะเล่นสเก็ตจนกว่าจะแต่งงานเพื่อเอาเวลาไปดูแลครอบครัว”

แม้การจัดกิจกรรมดังกล่าวจะไม่ใช่การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมกระแสกระบวนการสร้างสันติภาพที่กำลังถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในพื้นที่ แต่การเปิดพื้นที่ให้ผู้คนในระดับเยาวชนที่มีความแตกต่างหลากหลายได้มีโอกาสปฏิสัมพันธ์ผ่านกิจกรรมที่แหวกแนวจะเป็นฐานรากที่สำคัญแก่กลุ่มเยาวชนในพื้นที่ให้เติบโตไปพร้อมกับความคิดที่เปิดกว้างและเปิดรับความหลากหลายที่ต้องเผชิญในชีวิตจริง

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ