การไล่ผีและเทววิทยาเกี่ยวกับร่างกาย

ภัทรัตน์ พันธุ์ประสิทธิ์ 5 ก.ย. 2560


ในเยอรมันสมัยคศต.16 ถือเป็นช่วงเวลาของการปะทะกันทางความคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างร่างกายและจิตใจ/จิตวิญญาณ ของศาสนาคริสต์สองนิกาย คือคาทอลิกและโปรแตสแตนท์อย่างมาก และการปะทะกันทางความคิดในประเด็นนี้ บางส่วนได้สะท้อนผ่านกิจกรรมการไล่ผี (exorcism) หรือวิญญาณชั่วร้ายที่ดำเนินไปถึงจุดสูงสุดราวครึ่งหลังของคศต.16

ในทางเทววิทยา นักบวชคาทอลิกเชื่อว่าจิตใจหรือจิตวิญญาณนั้นสัมพันธ์กับร่างกายและความศรัทธาต่อศาสนาและพระผู้เป็นเจ้า ดังนั้นหากใครที่ไม่ศรัทธาต่อพระผู้เป็นเจ้าหรือมีความคิดนอกรีต จะส่งผลให้ร่างกายของคนเหล่านั้นผิดปกติ ไม่แข็งแรง มีไฝฝ้าราคี ป่วยไข้ไม่สบาย ฯลฯ ดังนั้นทางแก้ของความเจ็บไข้ได้ป่วยเหล่านี้คือ จำเป็นที่จะต้องมีศรัทธาอย่างแรงกล้าและเป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักศาสนา

เมื่อมองในแง่นี้ จึงเข้าใจได้ว่าทำไมในมุมมองของคาทอลิก แม่มดหรือพวกนอกรีตจึงมักจะมีตำหนิต่างๆตามร่างกาย รวมไปถึงคนที่ถูกซาตานครอบงำหรือผีเข้า ก็จะมีความผิดปกติของร่างกาย ดังนั้นนักบวชคาทอลิกจึงจำเป็นที่จะต้องดำเนินการไล่ผีและทำให้ดวงวิญญาณชั่วร้ายออกจากร่างของคนที่ถูกครอบงำอยู่ให้ได้นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของนักบวชโปรแตนแตนท์กลับมองว่าร่างกายและจิตใจนั้นแยกส่วนกัน ดังจะเห็นได้จากการอนุญาตให้นักบวชในนิกายสามารถแต่งงานได้ เนื่องจากเห็นว่าความบริสุทธิ์ของร่างกายกับศรัทธาและความเชื่อทางศาสนา รวมถึงความศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นคนละส่วนกัน นอกจากนี้โปรแตนแตนท์ยังปฏิเสธความเชื่อของคาทอลิกที่มีต่อพระแม่มารีว่าเป็นหญิงบริสุทธิ์ เนื่องจากเชื่อว่ามีเพียงพระคริสต์เท่านั้นที่สามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าได้ ดังนั้น เทววิทยาเกี่ยวกับร่างกายและจิตใจระหว่างคาทอลิกกับโปรแตสแตนท์จึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และกลุ่มคาทอลิกก็ได้เน้นเรื่องของการแสวงบุญ อดอาหาร และการธำรงตนให้บริสุทธ์เพิ่มมากขึ้นเพื่อตอบโต้กับความคิดของกลุ่มโปรแตสแตนท์

ในเมือง Augsburg ของประเทศเยอรมัน ขณะนั้นเจ้าผู้ครองนครคือตระกูล Fuggers ได้สนับสนุนและส่งเสริมนิกายคาทอลิกเป็นอย่างมาก ส่งผลให้นักบวชในนิกายนี้ดำเนินกิจกรรมทางศาสนาอย่างแข็งขัน และการปราบผีก็ได้กลายมาเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ทำให้นักบวชคาทอลิกมีอำนาจอย่างมากในการจัดการพวกนอกรีตและผู้ที่ถูกซาตานครอบงำ โดยผู้หญิงสาวมักจะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่ถูกจัดการ

ผู้หญิงมักจะถูกอธิบายในเชิงศาสนาอยู่แล้วว่าเป็นเพศที่อ่อนแอและถูกลวงล่อจากวิญญาณชั่วร้ายได้ง่ายกว่าผู้ชาย เพราะโดยธรรมชาติผู้หญิงเป็นเพศที่จิตใจไม่มั่นคงและถูกผูกติดกับร่างกายของตนเองมากกว่าผู้ชายนั่นเอง และโดยเฉพาะผู้หญิงสาวที่ยังไม่ได้แต่งงาน มักจะถูกล่อลวงจากปีศาจให้มีสัมพันธ์ทางเพศด้วยและหลงผิดไปจากศรัทธาบริสุทธ์ต่อพระเจ้า ในหลายๆกรณีของการปราบผี นักบวชชายมักจะได้ยินคำสารภาพบาปของผู้หญิงสาว ถึงการที่ปีศาจมาหาพวกเธอถึงในห้องนอนทุกค่ำคืน มีเพศสัมพันธ์ด้วยและบงการให้ทำเรื่องที่น่าละอายต่างๆนานา บางกรณีถึงขั้นตังครรภ์กับปีศาจและต้องทำแท้ง ดังนั้นในแง่นี้ พระแม่มารีจึงเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของความบริสุทธ์ให้กับหญิงสาวเหล่านี้ที่จะดำเนินรอยตาม

มีอีกหลายกรณีที่ผู้หญิงสาวเหล่านี้เมื่อถูกวิญญาณร้ายเข้าสิงจะเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง กล่าวคือ เสียงพูดจะเปลี่ยนจากเสียงผู้หญิงไปเป็นเสียงของปีศาจที่เป็นเพศชาย มีพละกำลังมากเกินกว่าปกติ พูดจาหยาบคาย ตะโกนด่าทอล้อเลียนพระผู้เป็นเจ้า ฯลฯ ซึ่งหากมองในแง่ของเพศสภาวะจะพบว่าสิ่งเหล่านี้คือลักษณะของเพศชายที่ผู้หญิงสาวได้แสดงออกมา ดังนั้นนักบวชคาทอลิกจึงต้องดำเนินการไล่ผี หรืออีกนัยหนึ่งคือการทำให้ผู้หญิงสาวเหล่านี้กลับมาเป็นผู้หญิง และเลิกแสดงท่าทางของความเป็นผู้ชายนั่นเอ

ในช่วงก่อนทศวรรษ 1560 ของเมือง Augsburg มีไม่กี่กรณีที่ผู้หญิงสาวจะถูกกล่าวหาว่านอกรีตหรือถูกไล่ผี แต่ในช่วงทศวรรษ 1560-1580 เพียงไม่กี่ทศวรรษพบว่ามีถึง11 คนและทศวรรษ 1580-1600 มี 36 คนที่ถูกกล่าวหาว่าใช้เวทมนต์ เรียกได้ว่าบทบาทของนักบวชนิกายคาทอลิกพุ่งสูงขึ้นอย่างมากก่อนที่จะลงหลักปักฐานได้อย่างเข้มแข็งในช่วงปลายของคริสตศตวรรษที่ 16 ในระหว่างนี้นักบวชนิกายโปรแตสแตนท์ก็ยังคงเสนอถึงความผิดปกติของผู้หญิงสาว ว่าไม่ได้มีผลมาจากความไม่ศรัทธาในศาสนา แต่เป็นผลมาจากความผิดปกติของร่างกายที่สามารถอธิบายในเชิงการแพทย์มากกว่าจะเป็นด้านศาสนาอย่างที่นิกายคาทอลิกพยายามจะอวดอ้าง

จะเห็นได้ว่า มีหลายมิติที่เกี่ยวพันกันในประเด็นของการปราบผี มันมีทั้งการต่อสู้และการปะทะกันของความเชื่อระหว่างคริสตศาสนาสองนิกายในช่วงเวลาที่การปฏิรูปทางศาสนาในเยอรมันกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น รวมไปถึงมิติของเพศสภาวะที่ผู้หญิงมักจะถูกมองว่าเป็นเพศที่อ่อนแอและถูกล่อลวงได้ง่ายกว่าผู้ชาย และการควบคุมร่างกายและจิตใจของผู้หญิง ผู้หญิงสาวที่ยังไม่ได้แต่งงานย่อมมีความเสี่ยงที่จะออกนอกการควบคุมของผู้ชายได้ง่ายกว่าหญิงที่แต่งงานแล้ว ร่างกายของพวกเธออาจจะตกเป็นเหยื่อของการปีศาจได้และทำให้พวกเธอออกนอกรีตนอกรอยความเป็นผู้หญิงที่ดี ผู้หญิงบางส่วนมีความผิดปกติของร่างกายและอารมณ์ ส่งผลให้แสดงออกมาในลักษณะที่ไม่เหมือนกับมาตรฐานของผู้หญิงที่สังคมต้องการ ผู้หญิงเหล่านี้จึงถูกตัดสินว่ากำลังถูกปีศาจหรือซาตานเข้าครอบงำ ทางเดียวที่จะแก้ไขเรื่องเหล่านี้ได้คือต้องให้นักบวชชายเป็นผู้ "ปราบ" และขับไล่เอาวิญญาณชั่วร้าย รวมถึงความพยายามที่จะเลียนแบบความเป็นชายออกไปให้หมดสิ้น

พระแม่มารีผู้บริสุทธิ์จึงสัมพันธ์กับการปราบผีและถูกสถาปนาให้เป็นต้นแบบสำหรับผู้หญิงสาวในยุคก่อนสมัยใหม่ของเยอรมันด้วยเหตุผลนี้เอง


เก็บความจาก Roper, Lyndal. Oedipus and the Devil. Wicthcraft, Sexuality and Religion in the Early Modern Europe. London and New York: Routledge, 2005.

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ