พบบริษัทไฟฟ้าพลังลม 16 บริษัทเช่าที่ดินทำถูกกฎหมาย

กองบรรณาธิการ TCIJ 2 เม.ย. 2560 | อ่านแล้ว 1840 ครั้ง

พบบริษัทไฟฟ้าพลังลม 16 บริษัทเช่าที่ดินทำถูกกฎหมาย

ส.ป.ก. เผยผลการตรวจสอบ วินด์ฟาร์ม 16 บริษัท กว่า 17 โครงการ ทำถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กำหนดในการเช่าที่ดิน ส.ป.ก. จ่ายค่าเช่า ปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาเช่า ระบุเกษตรกรในพื้นที่ได้รับประโยชน์จริง ที่มาภาพประกอบ: maxpixel (CC0)

เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ รายงานเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2560 ว่าจากกรณีคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาเพิกถอนการอนุญาตให้บริษัท เทพสถิต วินด์ฟาร์ม จำกัด ตำบลบ้านไร่ อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ เช่าที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเนื้อที่ 39 ไร่ โดยวินิจฉัยว่า กิจการกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าของบริษัท เทพสถิต วินด์ฟาร์ม จำกัด ไม่เป็นประโยชน์แก่เกษตรกรในเขตพื้นที่ดำเนินการปฏิรูปที่ดิน และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ราษฎรในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากกิจการดังกล่าวโดยตรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อบริษัทอื่น ๆ ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อดำเนินกิจการกังหันลม ผลิตกระแสไฟฟ้า หรือวินด์ฟาร์ม ทั้ง 16 บริษัท จำนวน 17 โครงการ จะถูกเพิกถอนการอนุญาตด้วยหรือไม่

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า 3 ผลตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีวินด์ฟาร์ม แบ่งเป็น 4 ประเด็น ดังนี้คือ

1.สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) มีอำนาจตามกฎหมายในการอนุญาตให้เอกชนใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยได้ดำเนินการตามกฎหมาย 3 ฉบับ คือ 1) พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2532 มาตรา 30 วรรคห้า 2) ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องกำหนดกิจการอื่นที่เป็นการสนับสนุน หรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตามมาตรา 30 วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2532 (ฉบับที่ 2) และ 3) ระเบียบ คปก.ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการอนุญาต และการให้ผู้รับอนุญาตถือปฏิบัติในการใช้ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ สำหรับกิจการที่เป็นการสนับสนุน หรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2541

2.ผู้ประกอบกิจการกังหันลมทั้ง 16 บริษัท จำนวน 17 โครงการ ได้ดำเนินการขออนุญาตถูกต้อง เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่กำหนด คือ 1) ผู้ประกอบการได้ยื่นคำขออนุญาต ณ ส.ป.ก.จังหวัด โดยมีเอกสารหลักฐานตามที่ ส.ป.ก.กำหนด ยื่นมาพร้อมกับคำขอ 2) ส.ป.ก.จังหวัดได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานทั้งหมด ก่อนนำเสนอคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด (คปจ.) เพื่อพิจารณาอนุญาต 3) การพิจารณาของ คปจ. อาศัยข้อกฎหมายครบถ้วนในการพิจารณาอนุญาต 4) ส.ป.ก.จังหวัดส่งเรื่องให้ ส.ป.ก.ตรวจสอบความถูกต้องความสมบูรณ์ของหลักฐานก่อนทำสัญญาเช่า และ 5) ส.ป.ก.จังหวัดจัดทำสัญญาเช่ากับผู้ประกอบกิจการ

3.ผู้ประกอบการกังหันลมทั้ง 16 บริษัท จำนวน 17 โครงการ ไม่ได้กระทำผิดสัญญาเช่า คือ 1) ผู้ประกอบกิจการจ่ายค่าเช่าที่ดินให้ ส.ป.ก. 35,000 บาท/ปี/ไร่ ตามมติ คปก.กำหนด และ 2) ปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาเช่ากับ ส.ป.ก.

4.เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินได้รับประโยชน์จริง จากการตรวจสอบจากเกษตรกรพบว่า ได้รับค่าชดเชยในพื้นที่ตั้งกังหันลม (ต่อปี) ค่าชดเชยสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่รัศมีโครงการ (ต่อปี)

ค่าชดเชยพืชผล (ครั้งเดียว) การจ้างแรงงานในพื้นที่ การส่งเสริมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว อีกทั้งได้รับการสนับสนุนการจัดกิจกรรมในวันสำคัญต่าง ๆ เช่น วันขึ้นปีใหม่ งานวันสำคัญทางศาสนา รวมถึงได้รับการพัฒนาถนนสาธารณะ และการพัฒนาแหล่งน้ำ เป็นต้น

ด้านนายสมปอง อินทร์ทอง เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวเพิ่มเติมว่า "ส.ป.ก.ใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ผลสรุปคือผู้ประกอบกิจการกังหันลมทั้ง 16 บริษัท กว่า 17 โครงการ ยังคงดำเนินการต่อได้ เพราะคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด กรณีของบริษัท เทพสถิต วินด์ฟาร์ม จำกัด นั้นผูกพันเฉพาะคู่กรณี

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ