สรุปข่าวอาเซียนประจำสัปดาห์ 26 - 31 ธ.ค. 2559

31 ธ.ค. 2559


	สรุปข่าวอาเซียนประจำสัปดาห์ 26 - 31 ธ.ค. 2559

อินโดนีเซีย

ปธน.อินโดนีเซียสั่งตรวจสอบข่าวลือแรงงานจีนทะลักสิบล้าน / โจโค วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซียเผยว่า การสร้างข่าวเท็จออนไลน์ในช่วงหลังๆ ในประเด็นที่ว่า "แรงงานจีนจำนวน 10,000,000 คนเข้ามาทำงานในอินโดนีเซีน" นั้นเป็นข่าวลือที่ไม่มีมูลความจริง และสั่งการให้ตำรวจตรวจสอบผู้สร้างข่าวลือนี้ โดยตัวเลข 10,000,000 นั้นเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาท่องเที่ยวในอินโดนีเซียที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ ขณะที่แรงงานจีนที่เข้ามาทำงานนั้นมีเพียง 21,000 คน "ค่าจ้างแรงงานของอินโดนีเซียกับจีนต่างกันมาก ในแง่ตรรกะแล้ว มีความเป็นไปได้น้อยที่แรงงานจีนจะแห่เข้ามาทำงานที่นี่ เป้าหมายของเราในเวลานี้คือ ให้นักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวในบ้านเมืองเราให้มากขึ้น ไม่ใช่ให้แรงงานจีนมาทำงานมากขึ้น" วิโดโดกล่าว ลิงค์ข่าว

ปธน.อินโดนีเซียกล่าวปราศัยวันคริสต์มาสเรียกร้องประชาชนให้เกียรติกันและกัน / ในวันเฉลิมฉลองวันคริสมาสต์ในเมือง Minahasa ที่ผ่านมา Joko Widodo ประธานาธิบดีอินโดนีเซียได้เอ่ยถึงความหวังของเขาต่อหน้าประชาชนนับพันคนที่มาร่วมงานว่า ประชาชนควรจะเคารพซึ่งกันและกัน ร่วมมือกันทำงาน ทุกคนควรเห็นแก่ศักดิ์ศรีของประเทศ ไม่ควรใส่ร้ายป้ายสีและจ้องแต่จับผิดคนอื่น เขาอยากเห็นพลเมืองประเทศอินโดนีเซียมองโลกในแง่ดีและทำงานอย่างอุตสาหะ นอกจากนี้ยังกล่าวว่าประเทศต้องการพลเมืองที่มีอิสระ พึ่งพาตนเองได้ ซื่อสัตย์ ผดุงความยุติธรรม เพื่อลดช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน เนื่องจากศัตรูที่เรามีร่วมกันคือการทุจริตคอร์รัปชั่น อย่างไรก็ตามก่อนพิธีการเฉลิมฉลองจะเร่ิมต้นขึ้น Joko Widodo ได้ทำพิธีเปิดโรงงานผลิตไฟฟ้าจากความร้อนใต้พิภพสามแห่งด้วยกันที่มูลค่ากว่า 532 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่สร้างเสร็จก่อนกำหนดและคาดว่าจะสามารถขยายการจ่ายไฟฟ้าให้แก่เมือง Tompas และ Tanggamus และคาดว่าจะขยายต่อไปในอนาคต ลิงค์ข่าว

ฟิลิปปินส์

เผยฟิลิปปินส์เล็งซบจีนหวังเศรษฐกิจประมงเติบโตหลังแยกทางอเมริกา / ที่ผ่านมาเกิดสัญญาณหลายอย่างที่เห็นถึงความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรกันมากขึ้นระหว่างฟิลิปปินส์และจีน ขณะเดียวกันพันธมิตรเก่าแก่อย่างสหรัฐฯ กลับอยู่ในสถานการณ์ที่อึดอัดต่อรัฐบาลกรุงมะนิลา โดยมีปัจจัยมาจากท่าทีแข็งกร้าวของผู้นำฟิลิปปินส์ ประธานาธิบดี โรดิโก ดูเตอร์เต ที่มีต่ออเมริกา เนื่องจากอเมริกาตั้งคำถามเกี่ยวกับการกวาดล้างขบวนการยาเสพติดของฟิลิปปินส์ที่ทำให้คนอย่างน้อย 5,000 คนเสียชีวิต ล่าสุดดูเตอร์เตขู่ว่าจะยกเลิกความร่วมมือด้านการทหารกับอเมริกา หลังจากที่หน่วยงาน Millennium Challenge Corp จะชะลอการให้เงินช่วยเหลือบรรเทาความยากจนฟิลิปปินส์มูลค่า 433 ล้านดอลลาร์ เพราะกังวลเรื่องการเคารพกฎหมายและเสรีภาพของประชาชน ทำให้ดูเตอร์เตกล่าวกับอเมริกาว่าควรเตรียมตัวออกจากฟิลิปปินส์ได้แล้ว ด้าน Song Seng Won จาก ธนาคาร CIMB ในสิงคโปร์เผยว่า หากจีนและฟิลิปปินส์สามารถสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยในทะเลจีนใต้ ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจะเกิดกับภาคการประมงของฟิลิปปินส์ ที่สร้างรายได้คิดเป็นร้อยละ 2 ของขนาดเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ ลิงค์ข่าว

เผยอดีตทูตอเมริกันวางแผนไล่ดูเตอร์เตจากตำแหน่ง / จากกรณีที่มีสื่อรายงานว่า นาย Philip Goldberg อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำฟิลิปปินส์เคยวางแผนขับไล่นายโรดริโก ดูเตอร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ลงจากตำแหน่งนั้น เมื่อวันที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา นาย Pantaleon Alvarez ประธานสภาผู้แทนราษฎรฟิลิปปินส์เร่งขอความร่วมมือสมาชิกสภาเกาะติดความคืบหน้าและเร่งดำเนินการตรวจสอบ โดยอดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำฟิลิปปินส์เคยลงรายละเอียดแผนขับไล่นายโรดริโก ดูเตอร์เต ถึงขนาดยื่นแผนดังกล่าวเข้าสู่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ด้วย ประธานสภาผู้แทนราษฎรฟิลิปปินส์เผยว่า หากรายงานดังกล่าวมีมูลความจริง จะสร้างความเสียหายร้ายแรงถึงเสถียรภาพทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมของฟิลิปปินส์ ตลอดจนความสัมพันธ์ฟิลิปปินส์-สหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมาก ลิงค์ข่าว

กัมพูชา

ผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชาถูกสั่งจำคุกห้าปีหลังโพสความเท็จในเฟสบุ๊ค / ศาลเมืองพนมเปญตัดสินให้ Sam Rainsy ซึ่งเป็นผู้นำพรรคกอบกู้ชาติกัมพูชา (CNRP) ที่ถูกเนรเทศอยู่นอกประเทศ ต้องได้รับโทษจำคุกเป็นเวลาห้าปี พร้อมกับทีมสื่อออนไลน์ของพรรคอีกสองคนที่ถูกตัดสินให้รับโทษจำคุกเป็นเวลาสามปี เนื่องจากพบว่ามีความผิดโพสเรื่องสนธิสัญญาเท็จเกี่ยวกับการแก้ปัญหาชายแดนกับเวียดนามในเฟสบุ๊คโดยการตัดสินคดีดังกล่าวส่งผลให้เกิดความตึงเครียดระหว่างพรรคการเมืองหลักของประเทศได้แก่พรรคประชาชนกัมพูชาและพรรคกอบกู้ชาติกัมพูชาเป็นอย่างมาก โดยสนธิสัญญาปลอมที่ถูกโพสในเฟสบุ๊คมีเนื้อหาว่าเวียดนามและกัมพูชาจะยกเลิกพื้นที่ชายแดนที่ใช้ร่วมกัน อย่างไรก็ตามขณะนี้ Sam Rainsy อาศัยอยู่ในประเทศฝรั่งเศสตั้งแต่ปีที่แล้ว เนื่องจากต้องการหลีกเลี่ยงการจับกุมข้อหาหมิ่นประมาท เขาได้ตอบโต้ว่าคดีนี้เป็นเรื่องกุข่าวเท็จผ่านทางทวิตเตอร์ และยังคงปฏิเสธการให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับคดีนี้ ลิงค์ข่าว

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ