สรุปข่าวอาเซียนประจำสัปดาห์ 24 - 30 ต.ค. 2559

30 ต.ค. 2559 | อ่านแล้ว 580 ครั้ง


	สรุปข่าวอาเซียนประจำสัปดาห์ 24 - 30 ต.ค. 2559

พม่า

กองทัพพม่าขับไล่โรฮิงญาร่วมร้อยคนจากบ้านเกิด / โรฮิงญาหลายร้อยคนกำลังเผชิญความยากลำบากในบ้านเกิดของตนเองอีกครั้ง หลังต้องหลบหนีซ่อนตัวในนาข้าว เนื่องจากกองทัพทหารพม่าใช้กำลังเข้าบีบบังคับให้ย้ายออกจากหมู่บ้านของตนเอง ชาวโรฮิงญาสี่คนให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่ามีกองกำลังรักษาชายแดนเข้าไปในหมู่บ้าน Kyee Kan Pyin พร้อมอาวุธเมื่อวันอาทิตย์ สั่งให้ชาวบ้านกว่า 2,000 คนย้ายออกจากหมู่บ้าน โดยให้เวลาพอแค่การเก็บข้าวของที่จำเป็น "เรากลายเป็นคนไร้บ้าน" “ฉันถูกเตะออกจากบ้านตัวเองเมื่อวันเสาร์ตอนบ่าย และต้องอาศัยในทุ่งนาพร้อมกับ 200 คนในหมู่บ้าน" ชาวโรฮิงญาในหมู่บ้าน Kyee Kan Pyin กล่าว ด้าน Mynt Kyaw โฆษกรัฐบาลอ้างว่าทางรัฐบาลไม่สามารถติดต่อใครในพื้นที่ได้ เพราะเป็นพื้นที่สีแดงทางทหาร ลิงค์ข่าว

NLD ประกาศจะชิงที่นั่งที่เหลือทั้งหมดในสภา / พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยของพม่า (NLD) ประกาศว่าจะชิงที่นั่งที่เหลือทั้งหมดในรัฐสภาจากการเลือกตั้งซ่อมในช่วงเดือนเมษายนปี 2017 ภายหลังพม่าได้จัดการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาและสมาชิกสภารัฐต่างๆ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนปี 2015 แต่เนื่องจากบางเขตเลือกตั้ง ยังไม่เสร็จสิ้นขั้นตอนการเลือกตั้งอย่างสมบูรณ์ ประกอบกับสมาชิกรัฐสภาบางคนได้รับเลือกเป็นคณะรัฐมนตรี รัฐสภากับสภาของรัฐต่างๆ จึงมีที่นั่งเหลือในสภาถึง 19 ที่นั่ง คือ 9 ที่นั่งในสภาประชาชน (สภาผู้แทนราษฎร) 3 ที่นั่งในสภาชนชาติ (วุฒิสภา) และอีก 7 ที่นั่งในสภาของรัฐ ลิงค์ข่าว

เวียดนาม

การขยายตัวรวดเร็วของภาคอุตสาหกรรมเวียดนามส่งผลด้านสิ่งเเวดล้อมอย่างรุนแรง / ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank) เผยว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของภาคอุตสาหกรรมเวียดนาม ส่งผลให้มลภาวะทางสิ่งเเวดล้อมมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะมลพิษทางอากาศในกรุงฮานอยและโฮจิมินห์ซิตี้ อาจเทียบเท่ากับที่เกิดขึ้นในกรุงปักกิ่งของจีน Hoang Duong Tung รองผู้อำนวยการผ่ายจัดการด้านสิ่งเเวดล้อมเผยว่า การจราจรที่คับคั่งและภาคอุตสาหกรรม เป็นสาเหตุหลักให้เกิดมลภาวะดังกล่าว อย่างไรก็ตามรายงานด้านสิ่งแวดล้อมระดับชาติประจำปี 2013 พบว่า ระดับมลพิษทางอากาศในกรุงฮานอย ย่ำเเย่ลงจากระดับที่ถือว่าไม่ดีต่อสุขภาพ ไปอยู่ในระดับที่เป็นอันตราย 265 วันต่อหนึ่งปี ลิงค์ข่าว

ฟิลิปปินส์

ดูเตอร์เตชวนญี่ปุ่นลงทุนในฟิลิปปินส์ พร้อมระบุจีนและสหรัฐอาจปะทะกันในอนาคต / ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ซึ่งกำลังเยือนญี่ปุ่นในขณะนี้เผยว่า หวังจะเห็นการเติบโตทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ผ่านการลงทุนจากญี่ปุ่นมากขึ้น ด้านประธานสหพันธ์ธุรกิจแห่งประเทศญี่ปุ่นเผยว่า ธุรกิจของญี่ปุ่นกำลังทำการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบายเศรษฐกิจใหม่ที่ผู้นำฟิลิปปินส์ดำเนินการผ่อนปรนกฎระเบียบเรื่องการลงทุนจากต่างประเทศและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการทำธุรกิจ และกล่าวว่าญี่ปุ่นหวังที่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกับฟิลิปปินส์เช่นกัน อย่างไรก็ตามดูเตอร์เตระบุว่า ญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ต้องทำงานร่วมกัน เพราะมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐและจีนซึ่งกำลังขยายอำนาจมากขึ้นนั้นอาจปะทะกันได้ในอนาคต ลิงค์ข่าว

มาเลเซีย

มาเลเซียคาดเศรษฐกิจปี 2016 จะเติบโตเพียง 4% / Najib Razak นายกรัฐมนตรีมาเลเซียกล่าวที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ว่า เนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง และราคาน้ำมันโลกตกต่ำ ยอด GDP ปี 2016 ของมาเลเซียคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 4-4.5 และปี 2017 ตั้งเป้าว่าจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 4-5 ขณะที่หน่วยงานที่ดูแลแผนงบประมาณปี 2017 เผยว่าแม้ต้องเผชิญกับราคาน้ำมันตกต่ำและสภาวะเศรษฐกิจโลกเลวร้ายลง เศรษฐกิจมาเลเซียยังคงเติบโตค่อนข้างมั่นคง ครึ่งแรกปี 2016 อัตราการเติบโตของยอดจีดีพีของมาเลเซียอยู่ที่ร้อยละ 4.1 ซึ่งในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา ยอดจีดีพีของมาเลเซียเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ประมาณร้อยละ 6 ต่อปี ลิงค์ข่าว

มาเลเซียตั้งกองกำลังปฏิบัติการพิเศษแห่งชาติรับมือก่อการร้าย / Najib Razak นายกรัฐมนตรีมาเลเซียประกาศที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ว่า จะตั้งกองกำลังปฏิบัติการพิเศษแห่งชาติที่ประกอบด้วยกองทัพ กองตำรวจรักษาพระองค์ และหน่วยงานปฏิบัติตามกฎหมายทางทะเล เพื่อรับมือกับการโจมตีก่อการร้ายที่อาจเกิดขึ้นในตลอดเวลา "ต่อไปในอนาคต หากเกิดการโจมตีก่อการร้าย หรือปัญหาที่เกี่ยวข้อง จะสั่งการให้กองกำลังดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ทันที กองกำลังปฏิบัติการพิเศษแห่งชาติมีหน้าที่เดียวคือ รักษาความปลอดภัยของประชาชนและประเทศชาติ" เนื่องจากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นจากการก่อการร้ายหลายครั้งในมาเลเซีย อย่างไรก็ตามกองกำลังดังกล่าวประกอบด้วยนายทหาร 17 นาย และสมาชิกอีก 170 นาย ที่ผ่านการฝึกฝนเป็นเวลา 6 เดือน ลิงค์ข่าว

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ