สรุปข่าวอาเซียนประจำสัปดาห์ 23 - 29 พ.ค. 2559

29 พ.ค. 2559 | อ่านแล้ว 897 ครั้ง


	สรุปข่าวอาเซียนประจำสัปดาห์ 23 - 29 พ.ค. 2559

พม่า

ชุมชนพุทธในพม่าปักป้ายห้ามมุสลิมเข้าพื้นที่ / ป้ายสีเหลืองขนาดใหญ่หน้าหมู่บ้าน Thaungtan ในมัณฑะเลย์ เพิ่งถูกปักขึ้นในปลายเดือนมีนาคม พร้อมกับข้อความ "ห้ามมุสลิมค้างคืนในพื้นที่ ห้ามมุสลิมเช่าบ้าน และห้ามแต่งงานกับมุสลิม" โดยชุมชนดังกล่าวประกาศชัดเจนว่าต้องการแยกที่อยู่อาศัยกับชาวมุสลิม โดยภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าวมีหมู่บ้านหลายแห่งทำตามวิธีนี้ โดยประกาศอาณาเขตหมู่บ้านเป็นเขต 'Buddhist only' ห้ามมุสลิมเข้า ขณะที่หลายฝ่ายเชื่อว่าจะยิ่งเป็นการกระตุ้นความขัดแย้งทางศาสนา ด้านรัฐบาลนางออง ซาน ซูจี ยังคงได้รับกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติเกี่ยวกับมาตรการจัดการความขัดแย้งศาสนา ที่สืบเนื่องมาจากกรณีที่นางออง ซาน แนะฑูตสหรัฐไม่ให้ใช้คำว่า 'โรฮิงญา' ลิงค์ข่าว

อินเดียพร้อมเซ็น MOU เส้นทางด่วน "อินเดีย-พม่า-ไทย" / อินเดียเตรียมลงนามร่วมกับรัฐบาลพม่าและไทย เพื่อสร้างทางด่วนเชื่อมต่อระหว่าง 3 ประเทศในกลางปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มการค้าระหว่างประเทศได้มากขึ้น โดยกระทรวงคมนาคมของอินเดียเผยว่าข้อตกลงจัดทำโครงการทางด่วน อินเดีย-พม่า-ไทย ใกล้สำเร็จลุล่วง หลังจากเลือนมาตั้งแต่ปีที่แล้วเนื่องจากติดการเลือกตั้งในพม่า อย่างไรก็ตาม โครงการนี้จะเป็นการเชื่อมต่อระหว่างเมือง Imphal ในอินเดีย ไปถึงเมืองมัณฑะเลย์ในพม่า โดยจะผ่านทางอำเภอแม่สอดและไปยังจังหวัดพิษณุโลกของไทย และเชื่อมต่อไปถึงกรุงเทพ โดยโครงการเชื่อมโยงอินเดียกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่ชื่อว่า "Look East" ของนายกรัฐมนตรีอินเดียคนปัจจุบัน Narendra Modi อีกด้วย ลิงค์ข่าว

อินโดนีเซีย

อินโดนีเซียเสี่ยงจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มเร็ว แนวโน้ม'ยากจน-อดอยาก'มากขึ้น / World Bank รายงานคาดการณ์จำนวนประชากรที่อายุเกิน 65 ปีในอินโดนีเซีย เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 7-14 จากจำนวนในขณะนี้ภายในปี 2050 ทำให้ต้องวางแผนด้านความมั่นคงด้านสังคม โดย Philip O'Keefe นักเศรษฐศาสตร์หลักของ World Bank เผยว่าอินโดนีเซียเป็นหนึ่งในประเทศอาเซียนที่มีจำนวนประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว "ความเสี่ยงเกิดขึ้นเมื่อผู้สูงอายุจำนวนมากอยู่ในเกณฑ์ความยากจน และแนวโน้มผู้สูงอายุเกิน 70 ปีอดอยากเพิ่มสูงขึ้น รัฐบาลควรออกนโยบายเพื่อช่วยพัฒนาศักยภาพชีวิตผู้สูงอายุเพื่อรับกับพฤติกรรมเสี่ยงของชาวอินโดนีเซียที่สูบบุหรี่จัด" Phillip กล่าวเพิ่มเติม ลิงค์ข่าว

เวียดนาม

รัสเซีย-จีน จับตาท่าทีสหรัฐ หลังประกาศยกเลิกมาตรการห้ามขายอาวุธให้เวียดนาม / Barack Obama ประกาศยกเลิกมาตรการห้ามสหรัฐ ซื้อขายอาวุธกับเวียดนามที่ใช้มานานหลายสิบปี ซึ่งทำให้ประเทศมหาอำนาจในเอเชียอย่างจีนแปลกใจ รวมทั้งรัสเซียที่เป็นผู้ค้าอาวุธรายใหญ่ที่สุดให้กับเวียดนาม ก็กำลังจับตามองท่าทีล่าสุดของสหรัฐอย่างใกล้ชิด ที่ผ่านมารัสเซียคือผู้ขายอาวุธให้กับเวียดนามรายใหญ่ที่สุด แต่การผูกขาดของรัสเซียกำลังถูกท้าทาย หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐประกาศยกเลิกมาตรการห้ามสหรัฐ โดยประธานโครงการ รัสเซีย – เอเชียแปซิฟิก ที่ศูนย์ Carnegie Moscow เผยว่าตลาดอาวุธของเวียดนามจะมีการแข่งขันมากยิ่งขึ้น แต่รัสเซียมีเครือข่ายการค้าขายอาวุธที่เข้มแข็งในเวียดนาม ขณะที่กองทัพเวียดนามก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ผลิตอาวุธของรัสเซียมาเนิ่นนาน ลิงค์ข่าว

กัมพูชา

องค์กรพัฒนาเด็กกัมพูชาใช้สำนวนรุนแรงหาทุนสนับสนุน / โปสเตอร์แคมเปญหาทุนขององค์กรพัฒนาเด็กกัมพูชาใช้ถ้อยคำรุนแรงเพื่อจุดประเด็นในสื่อสังคมออนไลน์ โดยเด็กผู้หญิงถูกเรียกว่าโสเภณี เด็กผู้ชายถูกเรียกว่าเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ ขณะที่องค์กรสิทธิฯหลายฝ่ายเสนอความเห็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของเด็กและเป็นการใช้ถ้อยคำรุนแรงเกินไป อย่างไรก็ตามแคมเปญดังกล่าวสามารถหาทุนได้มากถึง 162,956 ดอลล่าร์สหรัฐเพื่อใช้ในโครงการฝึกอาชีพให้เด็กด้อยโอกาสในประเทศกัมพูชา ด้านนาย Weh Yeoh หัวหน้าองค์กร OIC กล่าวว่าเขาต้องการฉีกกฎเกณฑ์ในการนำเสนอการหาทุนของแคมเปญ ช่วยเหลือเด็กซึ่งท้าทายคุณธรรมในการทำงานของเอ็นจีโอ หากไม่ใช้ถ้อยคำเช่นนี้ก็อาจจะไม่ได้รับความสนใจและประสบความสำเร็จขนาดนี้ ลิงค์ข่าว

สิงคโปร์

สื่อคาดสิงคโปร์จะได้ประโยชน์จากรถไฟความเร็วสูง KL-SG มากกว่ามาเลเซีย / โครงการรถไฟความเร็วสูงระหว่างกรุงกัวลาลัมเปอร์และสิงคโปร์ที่ใกล้เริ่มต้น สร้างความสนใจให้กับประชาชนและบริษัทจากต่างชาติเป็นอย่างมาก โดยหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นและสื่อออนไลน์หลายแห่งเริ่มกลับมาเสนอข่าวเกี่ยวกับโครงการนี้อีกครั้ง โครงการดังกล่าวใช้งบประมาณสูงมากและคาดว่าจะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล โดยผู้รับเหมาจะเป็นบริษัทต่างชาติที่จะได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ก่อสร้างด้วยเหตุผลที่ว่าผู้รับเหมาท้องถิ่นนั้นขาดประสบการณ์ อย่างไรก็ตามคอลัมนิสต์สื่อท้องถิ่นของทั้งสองประเทศคาดว่าหากมีการสร้างรถไฟความเร็วสูงจริง มาเลเซียจะเสียผลประโยชน์มากกว่า เนื่องจากทรัพยากรแรงงานจากมาเลเซียจะหลั่งไหลเข้าไปทำงานในสิงคโปร์ที่มีมาตรฐานเกณฑ์ค่าแรงสูงกว่า นอกจากนี้ยังคาดว่าจะกระทบต่อสนามบิน KLIA ของมาเลเซียที่สร้างไว้เพื่อรองรับสายการบินราคาประหยัดอีกด้วย ลิงค์ข่าว

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ