คนไทยรู้ยัง : ปี 2558 นักท่องเที่ยวจีนมีสัดส่วน 27% ของนักท่องเที่ยวทุกชาติที่มาเที่ยวไทย

ทีมข่าว TCIJ : 21 ม.ค. 2559

ภายหลังจากที่ใน ปี 2557 ต้องตกลงมาอยู่อันดับที่ 11 ของโลก เนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในประเทศ

ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยในปี 2558 ที่เติบโตอย่างโดดเด่นนั้น หลัก ๆ แล้วมาจากนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากเป็นประวัติการณ์ ซึ่งมีจำนวนใกล้แตะ 8 ล้านคน และมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 27.0 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย เพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ที่มีสัดส่วนเพียงร้อยละ 12.9 ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจากประเทศอื่นๆ ก็ทยอยกลับเข้ามาท่องเที่ยวในไทย อย่างไรก็ตาม ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติบางกลุ่มยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งส่วนมากจะมีสาเหตุจากปัจจัยเศรษฐกิจในประเทศของตน อาทิ นักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรปเหนืออย่างประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย กลุ่มยุโรปตะวันออก และจากประเทศออสเตรเลีย เป็นต้น

ประเมินกันว่าในปี 2559 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยจำนวน 31.40-32.27 ล้านคน เติบโตที่ร้อยละ 5.0-8.0 เมื่อเทียบกับปี 2558 (ที่ขยายตัวประมาณร้อยละ 20.4) ซึ่งประเทศไทยน่าจะยังเป็นปลายทางท่องเที่ยวอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวจีนในปี 2559 ด้วยสัดส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทยที่มีจำนวนสูงกว่าเท่าตัวในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ยังคงต้องติดตามพัฒนาการของเศรษฐกิจจีน ซึ่งเริ่มต้นปี 2559 ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นจีนต้องเผชิญกับปัญหาอีกครั้ง โดยปรับตัวลดลงรุนแรงต่อเนื่องตั้งแต่เปิดทำการซื้อขายวันแรกของปี 2559 ซึ่งเป็นประเด็นที่อาจจะมีผลต่อความมั่งคั่งของประชาชนบางกลุ่ม อีกทั้งยังอาจส่งผลกระทบต่อตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มไมซ์ (Meetings, Incentives, Conventions and Exhibitions: MICE) โดยเฉพาะกลุ่มท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลที่ในปีที่ผ่านมีหลายองค์กรของจีนมีการจัดงานลักษณะนี้อย่างเข้มข้น ทั้งนี้ ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนในปี 2558 ที่มีจำนวนที่สูงเกือบถึง 8 ล้านคนนั้น จึงเป็นความท้าทายอย่างมากในการที่จะรักษาระดับจำนวนของนักท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้นในปี 2559 เนื่องด้วยนักท่องเที่ยวจีนมีสัดส่วนที่สูง ซึ่งหากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยลดลงก็อาจจะมีผลต่อเป้าหมายการเติบโตของนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2559 ได้

 

ที่มาข้อมูล: ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
ที่มาภาพ: 
nbcnews.com

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ