คนไทยรู้ยัง : ปี 2563 อุตสาหกรรมก่อสร้างในเมียนมาจะมีมูลค่าสูงถึง 9.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ 

ทีมข่าว TCIJ : 20 ต.ค. 2559

นอกจากนี้ ข้อมูลการลงทุนของเมียนมาในปี 2557 เทียบกับปี 2556 พบว่าอสังหาริมทรัพย์เป็นภาคเศรษฐกิจที่มีอัตราการเติบโตของมูลค่าการลงทุนสูงมากถึงร้อยละ 91.6 โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ แต่นักลงทุนชาวเมียนมาก็มีแนวโน้มในการลงทุนเพิ่มขึ้นเช่นกัน      

    

ในแง่ของจำนวนสิ่งก่อสร้าง จำนวนอาคารที่พักอาศัยที่ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ในเมียนมาปี 2557 มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมากจากปี 2553 โดยเฉพาะในนครย่างกุ้งที่มีจำนวนประชากรย้ายถิ่นเข้ามาถึงปีละประมาณ 3 แสนคน อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของจำนวนที่อยู่อาศัยก็ยังคงไม่เพียงพอกับอุปสงค์ ดังนั้น กระทรวงการก่อสร้างของเมียนมาจึงมีแผนที่จะก่อสร้างอพาร์ทเม้นท์และบ้านราคาต่ำให้กับประชาชนมากกว่า 1 ล้านยูนิตภายในปี 2574 แต่จำนวนที่อยู่อาศัยที่ก่อสร้างเสร็จในแต่ละปียังไม่สามารถตอบสนองต่ออุปสงค์ที่มากกว่าอุปทานมาก ดังนั้น อุตสาหกรรมก่อสร้างของเมียนมาจึงมีศักยภาพในการเติบโตที่สูงมากจากการขยายตัวของความเป็นเมือง         

Business Monitor International Research (BMI Research) ประมาณการว่ามูลค่าของอุตสาหกรรมก่อสร้างของเมียนมาจะเพิ่มสูงขึ้นจาก 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2554 เป็น 9.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2563 และแม้ว่า ประมาณการอัตราการเติบโตที่แท้จริงของมูลค่าอุตสาหกรรมจะลดลงตั้งแต่ปี 2560 แต่ก็ยังเติบโตในระดับที่สูงกว่าร้อยละ 10 ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าอุตสาหกรรมก่อสร้างในเมียนมายังคงเติบโตได้อีกมาก และยังมีช่องว่างทางธุรกิจให้ผู้รับเหมาก่อสร้างชาวไทยเข้าสู่ตลาดได้         

นอกจากนี้ จากรายงานของ New Crossroads Asia พบว่าในปี 2556 มูลค่าของการก่อสร้างที่อยู่อาศัยคิดเป็นสัดส่วนสูงที่สุดของมูลค่าอุตสาหกรรมก่อสร้างของเมียนมาที่ร้อยละ 50.3 รองลงมาได้แก่ การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และการก่อสร้างเชิงอุตสาหกรรม ตามลำดับ โดยมีการประมาณการ CAGR ปี 2554-2559 ของการก่อสร้างแต่ละประเภทอยู่ที่ระหว่างร้อยละ 7.2-8.9 และเมื่อวิเคราะห์ถึงปี 2559 โดยใช้ CAGR ที่ประมาณการไว้ จะพบว่าการก่อสร้างที่อยู่อาศัยจะมีสัดส่วนลดลงจากร้อยละ 50.3 เป็นร้อยละ 49.4 และการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและการก่อสร้างเชิงอุตสาหกรรมจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 27.7 และ 14.0 ตามลำดับ ส่วนการก่อสร้างเชิงพาณิชย์และการก่อสร้างเชิงสถาบันมีสัดส่วนไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งถึงแม้การก่อสร้างที่อยู่อาศัยจะมีสัดส่วนที่ลดลงจากการเติบโตของการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและการก่อสร้างเชิงอุตสาหกรรมที่รัฐบาลเมียนมาให้ความสำคัญในการพัฒนา แต่ก็ยังเป็นภาคที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีแนวโน้มเติบโตได้ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าในปี 2559-2563 อุตสาหกรรมก่อสร้างที่อยู่อาศัยจะมีอัตราการเติบโต (CAGR) อยู่ระหว่างร้อยละ 16.0-19.0 และมีมูลค่าประมาณ 3.7-4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2563 

ที่มาข้อมูล: ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
ที่มาภาพ: mmbiztoday.com

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ