สรุปข่าวอาเซียนประจำสัปดาห์ 14 - 20 พ.ย. 2559

20 พ.ย. 2559


	สรุปข่าวอาเซียนประจำสัปดาห์ 14 - 20 พ.ย. 2559

พม่า

ชาวโรฮิงญาเริ่มหนีออกจากพม่าไปบังคลาเทศ / ชาวโรฮิงญาจำนวนมากกำลังอพยพไปยังบังคลาเทศ เพื่อหนีจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากกองทัพทหารพม่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา บางคนถูกยิงเสียชีวิตขณะกำลังข้ามแม่น้ำ Naaf ที่กั้นระหว่างพม่าและบังคลาเทศ ในขณะที่บางคนนั่งเรือไปถึงบังคลาเทศ แต่ก็ถูกทหารบังคลาเทศผลักเรือกลับ ตัวเลขผู้เสียชีวิตปัจจุบันคือ 130 คนจากรายงานของกองทัพพม่า อย่างไรก็ตามความรุนแรงครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การปกครองของผู้นำอย่าง นางออง ซาน ซูจี ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ พันโท Anwarul Azim ทหารผู้นำเมือง Cox Bazar ในภาคตะวันออกของบังคลาเทศ ให้สัมภาษณ์ว่า มีชาวโรฮิงญากว่า 86 คนเป็นผู้หญิง 40 คนและเด็ก 25 คนถูกผลักกลับลงเรือเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยทหารชายฝั่งของบังคลาเทศ สำนักข่าวรอยเตอร์ยืนยันว่าชาวโรฮิงญาที่ถูกผลักลงทะเล คงไม่กลับไปยังพม่า และคาดว่าน่าจะยังลอยเรืออยู่ในทะเล อย่างไรก็ตามชาวโรฮิงญาเคยถูกยกให้เป็นกลุ่มคนที่ถูกรังแกมากที่สุดในโลกโดยองค์กรสหประชาชาติ และถูกกล่าวหาจากทางชาวพุทธพม่าว่าเป็นผู้อพยพผิดกฏหมายจากบังคลาเทศ แม้ว่าคนเหล่านี้จะมีบรรพบุรุษอาศัยอยู่พม่ามาอย่างยาวนาน เพราะฉะนั้นคนกลุ่มนี้จึงถูกเลือกปฏิบัติและไม่ได้รับสัญชาติพม่า ลิงค์ข่าว

รบ.พม่ารับสังหารกลุ่มก่อความไม่สงบในหมู่บ้านชาวโรฮิงญา 25 คน / รัฐบาลพม่าออกมายอมรับว่า กองทัพอากาศได้ส่งเฮลิคอปเตอร์จู่โจมยิงโจมตีหมู่บ้านหลายแห่งของชาวโรฮิงญา ในรัฐยะไข่ หลังจากมีรายงานออกมาก่อนหน้านี้ว่า มีบ้านเรือนของชาวโรฮิงญา ถูกกองทัพพม่าโจมตีและบ้านเรือนถูกไฟไหม้เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ องค์การฮิวแมน ไรท์ วอตช์ ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมที่บันทึกไว้ ระหว่างวันที่ 22 ต.ค.-10 พ.ย. แสดงให้เห็นหมู่บ้านชาวโรฮิงญาอยู่ในสภาพบ้านเรือนโดนไฟไหม้ โดยมีบ้านเรือนเกือบ 400 หลังคาเรือน ถูกไฟไหม้จนกลายสภาพเป็นเถ้าถ่าน และมีรายงานด้วยว่า มีกลุ่มติดอาวุธและพลเรือนชาวโรฮิงญากำลังหลบหนีออกจากถิ่นที่อยู่ของตนเมื่อเดือนก่อน ด้านนายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการองค์การฮิวแมน ไรท์ วอตช์ ประจำภาคพื้นเอเชียเผยว่า ภาพใหม่ที่ได้มาแสดงให้เห็นสภาพความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง และดูเสียหายหนักกว่าที่พวกตนคิดไว้ตอนแรก ลิงค์ข่าว

ฟิลิปปินส์

ดูเตอร์เตให้อเมริกาถอนทหารออกจากประเทศก่อนปี 2022 / นายโรดิโก ดูเตอร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์เตรียมสั่งการให้กองทัพของสหรัฐอเมริกาประจำฟิลิปปินส์ ถอนกำลังทหารออกจากฟิลิปปินส์ก่อนการสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งของตนในปี 2022 โดยดูเตอร์เตเผยว่า ก่อนสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่ง ไม่อยากเห็นกองทัพต่างประเทศใดๆ ในประเทศของตน รายงานดังกล่าวระบุว่า ปัจจุบันมีทหารของสหรัฐอเมริกา ประมาน 100 นาย ประจำที่เกาะมินดาเนาในฐานะที่ปรึกษาทางการทหาร โดยก่อนหน้านี้ดูเตอร์เตเคยกล่าวว่า ถึงเวลาที่ฟิลิปปินส์บอกลากับสหรัฐอเมริกาแล้ว แต่ว่า ฟิลิปปินส์จะไม่หยุดการติดต่อกับสหรัฐอเมริกาแต่ชาวฟิลิปปินส์ ไม่จำเป็นต้องเชื่อมการเมืองของตนกับการเมืองของสหรัฐฯ ลิงค์ข่าว

ดูเตอร์เตขู่ถอนตัวจาก 'ศาลอาญาระหว่างประเทศ' ตามรัสเซีย / ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ โรดริโก้ ดูเตอร์เต ขู่ว่าจะออกจากสมาชิกภาพของศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ ICC หนึ่งวันหลังจากที่ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน ได้ลงนามในกฤษฎีกาถอดถอนประเทศรัสเซียออกจากศาลอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งมีอำนาจถาวรในการฟ้องร้องดำเนินคดีในข้อหาสังหารหมู่ อาชญากรรมต่อมวลมนุษย์ และอาชญากรรมสงคราม ดูเตอร์เตเผยว่า รัสเซียอาจมีความคิดว่า ศาลอาญาระหว่างประเทศนั้นไร้ประโยชน์ จึงตัดสินใจออกจากการเป็นสมาชิก ซึ่งฟิลิปปินส์อาจทำเช่นนั้นด้วย เพราะตนคิดว่าสถาบันที่เสื่อมเสียแห่งนี้เลือกรังแกแต่ประเทศเล็กๆ อย่างฟิลิปปินส์ ขณะที่นักวิจารณ์หลายคนเชื่อว่าดูเตอร์เตกลัวจะถูกตั้งข้อหาโดย ICC สืบเนื่องจากการสังหารผู้คนหลายพันคนภายใต้นโยบายทำสงครามกับยาเสพติด ด้านอัยการของ ICC เผยว่าอาจใช้อำนาจตามกฎหมายในการดำเนินคดีเพื่อเอาผิดกับผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์สังหารหมู่ประชาชนหลายพันคนในฟิลิปปินส์ และ ICC เป็นกังวลอย่างยิ่งที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของฟิลิปปินส์ ได้ให้อภัยโทษแก่ผู้กระทำผิดในคดีนี้ ลิงค์ข่าว

มาเลเซีย

มาเลเซียผลักดันความร่วมมือในภูมิภาคหลัง TPP ส่อแววล่ม / Mustapa Mohamed รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าระหว่างประเทศมาเลเซียเผยว่า ในเมื่อข้อตกลงว่าด้วยความสัมพันธ์หุ้นส่วนข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก หรือ TPP มีอนาคตไม่แน่นอน มาเลเซียจึงเตรียมทุ่มกำลังผลักดันการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงว่าด้วยความสัมพันธ์หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภายในภูมิภาค หรือ RCEP นอกจากนี้ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ทำให้สมาชิก RCEP มีความมั่นใจมากขึ้นที่จะกระชับความร่วมมือกันเพื่อลงนามข้อตกลงโดยเร็ว "เศรษฐกิจโลกฟื้นฟูอย่างเชื่องช้า การค้ากลับมาดีขึ้นแค่ในบางประเทศ ประชาคมโลกควรร่วมมือกันสกัดกั้นแนวโน้มนี้ อย่าให้ส่งผลต่อการค้าระหว่างประเทศ" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าระหว่างประเทศกล่าว ลิงค์ข่าว

กลุ่ม Bersih นับพันชุมนุมขับไล่นายกมาเลเซียกลางกรุง KL / ผู้ชุมนุมจำนวนหลายหมื่นคนรวมตัวกันเดินขบวนเพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย Najib Razak ลงจากตำแหน่ง หลังพบข้อหาการทุจริตกรณีโครงการ 1MDB และยังคงเดินหน้าการประท้วงอย่างต่อเนื่องหลังจากมีผู้นำการชุมนุมถูกจับแล้วกว่า 13 คน Maria Chin Abdullah คือหนึ่งในผู้ที่ถูกจับกุมโดยกฏหมายพิเศษว่าด้วยเรื่องการเป็นภัยต่อความมั่นคง ด้านอดีตนายกรัฐมนตรี Mahathir Mohamad และอดีตรองนายกรัฐมนตรี an Sri Muhyiddin Yassin ก็ได้เข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่ม Bersih ด้วย โดย Dr Mahathir ได้ขึ้นกล่าวถ้อยคำต่อผู้ชุมนุมว่า ถึงเวลาที่เราจะต้องหยุดการปกครองที่เลวร้ายเช่นนี้แล้ว Najib Razak ไม่เหมาะกับเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วและได้ละเมิดกฏหมายอีกด้วย ลิงค์ข่าว

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ