แจ้งแผนแก้สารตกค้าง 'กระเจี๊ยบเขียว-หน่อไม้ฝรั่ง' ก่อนบานปลาย

15 ธ.ค. 2559


	แจ้งแผนแก้สารตกค้าง 'กระเจี๊ยบเขียว-หน่อไม้ฝรั่ง' ก่อนบานปลาย

กรมวิชาการเกษตร เตรียมจัดประชุมผู้ส่งออกกระเจี๊ยบเขียวและหน่อไม้ฝรั่ง รับทราบปัญหาประเทศคู่ค้าแจ้งเตือนสารตกค้างก่อนลุกลามถึงขั้นระงับการส่งออก ย้ำพบปัญหาเพียงบริษัทเดียว พร้อมส่งแผนชี้แจงสาเหตุและแนวทางแก้ปัญหาให้คู่ค้าพิจารณาแล้ว (ที่มาภาพ: สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์)

สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ รายงานเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2559 ว่านายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า จากกรณีที่ประเทศญี่ปุ่นได้ตรวจพบสาร Pyridaben ตกค้างในกระเจี๊ยบเขียวสดส่งออกเกินค่ามาตรฐาน MRL 0.01 ppm จากผู้บริษัทผู้ส่งออกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ทำให้กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นปรับระดับการสุ่มตรวจสารดังกล่าวเป็นร้อยละ 30 และหากตรวจพบสารตกตกค้างเกินค่ามาตรฐานอีกจะพิจารณากักกันกระเจี๊ยบเขียวทุกรุ่นที่นำเข้าจากประเทศไทยนั้น เบื้องต้นกรมวิชาการเกษตรได้แจ้งให้บริษัทผู้ส่งอออกของไทยที่มีปัญหาดังกล่าวได้รับทราบและเร่งตรวจสอบสาเหตุและแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว ในขณะเดียวกันกรมวิชาการเกษตรได้จัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาดังกล่าวส่งให้ญี่ปุ่นพิจารณาแล้ว นอกจากนี้ยังได้แจ้งไปยังผู้ส่งออกรายอื่นๆ ให้ทราบถึงปัญหาดังกล่าวและเพิ่มความระมัดระวังในการตรวจสอบผลผลิตก่อนส่งออกด้วย

ทั้งนี้กระเจี๊ยบเขียวจัดเป็นพืชควบคุมเฉพาะตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดพืชเป็นพืชควบคุมเฉพาะ พ.ศ.2556 ซึ่งมีข้อกำหนดการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรในประเทศที่แนบท้ายประกาศดังกล่าวจะต้องผ่านการตรวจสอบเชื้อจุลินทรีย์ หรือสิ่งอื่นใดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกำหนด ซึ่งการส่งออกกระเจี๊ยบเขียวไปประเทศญี่ปุ่นนั้นมีการจัดทำโครงการการจัดการสารเคมีในผัก ผลไม้ เพื่อการส่งออกประเทศญี่ปุ่น โดยมีข้อกำหนดว่าผลผลิตที่จะส่งออกต้องมาจากแปลงที่อยู่ในระบบ GAP ผ่านการคัดบรรจุในรงงานที่ได้รับการรับรอง GMP และก่อนส่งออกต้องมีการตรวจผลผลิตเพื่อขอใบรับรองสุขอนามัยจากกรมวิชาการเกษตรแนบไปกับสินค้าที่ส่งออกด้วย ปัจจุบันมีผู้ส่งออกเข้าร่วมโครงการจำนวน 12 ราย

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ส่วนในกรณีของไต้หวันตรวจพบสารตกค้างในหน่อไม้ฝรั่งที่นำเข้าจากปะเทศไทยนั้น เนื่องจากที่ผ่านมาหน่อไม้ฝรั่งเป็นพืชที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อพืชควบคุมเฉพาะที่ส่งออกไปไต้หวัน ผลผลิตที่ส่งออกจึงไม่ต้องมาจากแปลงที่ได้รับการรับรอง GAP รวมทั้งไม่ต้องมีใบรับรองสุขอนามัยแนบไปกับสินค้า แต่อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมาได้มีประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนดให้หน่อไม้ฝรั่งที่ส่งออกไปไต้หวันเป็นพืชควบคุมเฉพาะ ซึ่งจะมีผลทำให้ผู้ที่ต้องการส่งออกหน่อไม้ฝรั่งไปไต้หวันต้องส่งผลผลิตที่มาจากแปลง GAP และผ่านการคัดบรรจุในโรงงานที่ได้รับการรับรอง GMP พร้อมกับต้องมีการตรวจสอบผลผลิตก่อนส่งออกเพื่อขอใบรับรองสุขอนามัย ซึ่งประกาศดังกล่าวนี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 14 มกราคม 2560 โดยปัจจุบันมีแปลงหน่อไม้ฝรั่งที่อยู่ในระบบ GAP รวมจำนวนทั้งสิ้น 987 แปลง

“จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้ง 2 กรณีนั้น กรมวิชาการเกษตรได้เตรียมจัดประชุมผู้ส่งออกพืชทั้ง 2 ชนิดของไทยเพื่อชี้แจงให้ทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และขอให้ผู้ส่งออกเพิ่มความระมัดระวังในการตรวจสอบผลผลิตก่อนส่งออก เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นอีก เนื่องจากจะส่งผลผลระทบไปถึงผู้ส่งออกรายอื่นๆ อีกจำนวนมากที่ปฏิบัติถูกต้อง รวมทั้งจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศในฐานะเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลกด้วย” อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าว

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ