เผยภายในปี 2597 เงินกองทุนประกันสังคมจะไม่เพียงพอต่อการจ่ายให้แก่สมาชิก

14 พ.ย. 2559 | อ่านแล้ว 731 ครั้ง


	เผยภายในปี 2597 เงินกองทุนประกันสังคมจะไม่เพียงพอต่อการจ่ายให้แก่สมาชิก

ก.คลัง สนับสนุน ก.แรงงาน แก้ไขกฎหมายประกันสังคม เพื่อให้เงินกองทุนประกันสังคมมีเพียงพอรองรับการจ่ายสวัสดิการให้สมาชิกได้ถึง 100 ปีข้างหน้าระบุหากไม่แก้ไขเงินกองทุนจะหมดไปในปี 2597

เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ รายงานเมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2559 อ้างแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเห็นด้วยและต้องการเร่งรัดให้มีการแก้ไขพ.ร.บ.ประกันสังคมภายใต้กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เพื่อยืดอายุกองทุนประกันสังคมให้อยู่ถึง 100 ปีนับจากนี้ โดยสาระของการแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม คือ การยืดอายุการเกษียณของสมาชิก การเพิ่มเงินนำส่งเข้ากองทุน และการเพิ่มทางเลือกในการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

“เราสนับสนุนให้มีการแก้ไขกฎหมายประกันสังคมในประเด็นดังกล่าว เพื่อให้กองทุนประกันสังคม เป็นอีกขาหนึ่งที่สำคัญในระบบการออมเพื่อเกษียณอายุของแรงงานในระบบ หลังจากที่กระทรวงการคลัง ได้ผลักดันกฎหมายบำเหน็จบำนาญแห่งชาติที่เพิ่งผ่านการเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีผลให้เกิดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับ จากปัจจุบันที่กฎหมายให้เป็นภาคสมัครใจ”

ทั้งนี้ International Labour Organization ( ILO) หรือองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ได้เคยศึกษาว่า หากรัฐบาลไทยไม่ดำเนินการแก้ไขสถานะของกองทุน ภายในปี 2597 เงินกองทุนประกันสังคม จะไม่เพียงพอต่อการจ่ายให้แก่สมาชิก แต่หากแก้ไขในประเด็นใหญ่ดังกล่าว จะทำให้สถานะเงินกองทุน สามารถยืนอยู่ได้จนถึงปี 2697

“สาเหตุหลักของเงินกองทุนที่จะหมดไป ก็เหมือนกันกับในต่างประเทศ ที่เงินเข้ากองทุนน้อย แต่เงินที่จะออกจากกองทุนมาก กรณีประกันสังคมของไทย มีเงินเข้าเพียง 6% ของค่าจ้าง แต่มีเงินออกประมาณ 20% ของค่าจ้าง ฉะนั้น ก็เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข”

สำหรับแนวทางของการแก้ไขปัญหาสถานะของเงินกองทุนประกันสังคม ใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1.แก้ไขอายุการเกษียณของสมาชิก จากปัจจุบันที่กองทุนประกันสังคม กำหนดอายุเกษียณ ที่จะทำให้สมาชิกได้รับเงินบำนาญรายเดือนไว้ที่อายุ 55 ปี จะต้องปรับเพิ่มขึ้นเป็น 60 ปี โดยเป็นการทยอยปรับขึ้น กล่าวคือ จะปรับอายุเกษียณ เพิ่มขึ้น 1 ปี ในทุกๆ 5 ปี จนกระทั่งครบ 60 ปี

2.การเพิ่มเงินนำส่งเข้ากองทุน จากปัจจุบันที่สมาชิกกองทุนประกันสังคม ฝ่ายลูกจ้าง และนายจ้าง จ่ายเข้ากองทุน ฝ่ายละ 5 % ของเงินเดือนลูกจ้าง แต่กำหนดเพดานเงินเดือนสูงสุดไว้ไม่เกิน 15,000บาท/เดือน ส่วนภาครัฐ สมทบให้เงินกองทุนอีก 2.75%การปรับแก้ไขโดยการเพิ่มเงินนำส่ง ฝ่ายลูกจ้างและนายจ้าง เพิ่มขึ้นเป็นฝ่ายละ 9 % ของเงินเดือนสุดสุดไม่เกิน 2 หมื่นบาท ส่วนเงินสมทบภาครัฐ อาจจะไม่ปรับเพิ่ม

3.การแก้ไขกฎหมายประกันสังคม ในประเด็นเรื่องการลงทุนของกองทุน ในปัจจุบันกฎหมายกำหนดให้กองทุนสามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง ไม่ต่ำกว่า 60 % ส่วนสินทรัพย์เสี่ยง ไม่เกิน 40 % แต่ในปัจจุบันกองทุนประกันสังคมได้ออกกฎกระทรวง กำหนดให้ลงทุนในสินทรัพย์มั่นคงสูงถึง 80 % และสินทรัพย์เสี่ยง 20 % ซึ่งการแก้ไขเงื่อนไขของการลงทุนนั้น ไม่ได้ปรับสัดส่วนของการลงทุนระหว่างสินทรัพย์มั่นคงสูง กับสินทรัพย์เสี่ยง แต่เป็นการเพิ่มประเภทของสินทรัพย์เสี่ยงที่จะสามารถลงทุนได้ ให้มีขอบเขตที่กว้างขึ้น เช่น การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

ในปัจจุบัน กองทุนประกันสังคม มีเงินในกองทุนรวมกันราว 1.4 ล้านล้านบาท และมีสมาชิกรวมกันราว 12 ล้านคน โดย 90 %ของเงินกองทุน เป็นเงินกองทุนเพื่อชราภาพ

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ