'พาณิชย์' ชี้ สธ.บังคับซองบุหรี่แบบเรียบ อาจผิด กม.เครื่องหมายการค้าและผิดกฎ WTO

10 พ.ย. 2559


	'พาณิชย์' ชี้ สธ.บังคับซองบุหรี่แบบเรียบ อาจผิด กม.เครื่องหมายการค้าและผิดกฎ WTO

ก.พาณิชย์ เสนอความเห็นร่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. ... ที่กำลังเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. ระบุมาตรา 38 การกำหนดซองบุหรี่แบบเรียบ ห้ามมีสัญลักษณ์หรือยี่ห้อแปะ หวั่นกระทบสิทธิผู้ประกอบการ อาจผิดกฎหมายเครื่องหมายการค้า และการให้แจ้งสูตร อาจผิดกฎหมายความลับทางการค้า แนะให้รอ WTO ตัดสินคดีที่มีการฟ้องร้องก่อน หวั่นไทยบังคับใช้อาจผิดข้อตกลงระหว่างประเทศได้ (ที่มาภาพประกอบ: independent.co.uk)

ASTV ผู้จัดการออนไลน์ รายงานเมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2559 ที่ผ่านมาว่าขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. ... ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว และกำลังเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ไม่ขัดข้องที่จะให้มีกฎหมายฉบับนี้ แต่มีข้อสังเกตและความเป็นห่วงใน 2 มาตราของกฎหมาย ที่อาจจะกระทบสิทธิของผู้ประกอบการโดยสุจริต และผิด พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงผิด พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 ได้ จึงได้เสนอความคิดเห็นประกอบการพิจารณาของ ครม. และ ครม.ได้เห็นชอบตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอแล้ว 

ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์เห็นว่ามาตรา 38 ที่กำหนดให้ รมว.สาธารณสุขมีอำนาจในการออกประกาศเพื่อกำหนดลักษณะหีบห่อ สี สัญลักษณ์ ฉลาก รวมทั้งลักษณะการแสดงเครื่องหมายการค้าของผลิตภัณฑ์ยาสูบ อาจนำไปสู่การออกประกาศใช้ซองบุหรี่แบบเรียบ ซึ่งอาจกระทบสิทธิของผู้ประกอบการโดยสุจริตที่มีสิทธิใช้เครื่องหมายการค้าของตนเองตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าได้ และเห็นว่าควรที่จะพิจารณาออกประกาศห้ามการแสดงภาพ ข้อความ หรือเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะจูงใจให้เกิดการสูบมากกว่า       

ขณะเดียวกัน เรื่องซองบุหรี่แบบเรียบกำลังเป็นข้อพิพาทในองค์การการค้าโลก (WTO) โดยออสเตรเลียได้ถูกประเทศต่างๆ เช่น ยูเครน ฮอนดูรัส สาธารณรัฐโดมินิกัน และคิวบา ยื่นฟ้องต่อ WTO หลังจากออสเตรเลียกำหนดให้ผู้ผลิตบุหรี่ต้องผลิตซองบุหรี่แบบเรียบ เนื่องจากเห็นว่าเป็นการจำกัดทางการค้า โดยขณะนี้ WTO อยู่ระหว่างการพิจารณาคดี ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เห็นว่าควรรอคำวินิจฉัยคดีพิพาทของ WTO ก่อน เพราะหากไทยนำมาบังคับใช้อาจขัดพันธกรณีความตกลงระหว่างประเทศ และเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของผู้ประกอบการเกินสมควร     

นอกจากนี้ ยังเห็นว่ามาตรา 37 ซึ่งกำหนดให้กระทรวงสาธารณสุขสามารถเปิดเผยรายการส่วนประกอบและสารที่เกิดจากการเผาไหม้ของส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ยาสูบอันอาจเป็นความลับทางการค้า ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงนั้น กระทรวงพาณิชย์เห็นว่า กระทรวงสาธารณสุขควรปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ความลับทางการค้า โดยไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเพื่อไม่ให้กระทบต่อสิทธิของเจ้าของความลับทางการค้า เว้นแต่ในกรณีที่จำเป็นเพื่อคุ้มครองสุขภาพอนามัยของคนไทย     

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งมติ ครม.ที่เห็นชอบร่างกฎหมาย และให้กระทรวงสาธารณสุขนำข้อสังเกตของกระทรวงพาณิชย์ไปพิจารณา รวมถึงข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่เห็นควรให้มีมาตรการรณรงค์เพื่อลดจำหน่ายผู้สูบบุหรี่ในปัจจุบันและไม่เพิ่มผู้สูบรายใหม่ และการพิจารณากำหนดพื้นที่การสูบบุหรี่ให้เหมาะสม และได้ส่งร่างกฎหมายเพื่อให้ สนช.พิจารณาแล้ว 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ