สถาบันคุ้มครองเงินฝากเดินหน้าแจงคุ้มครองเงินฝาก 1 ล้านบาท

1 มี.ค. 2559


	สถาบันคุ้มครองเงินฝากเดินหน้าแจงคุ้มครองเงินฝาก 1 ล้านบาท

สถาบันคุ้มครองเงินฝากเตรียมเสนอคลังแก้ไขกฎหมายจ่ายเงินคืนให้เจ้าของเงินเร็วขึ้น หากแบงก์มีปัญหา ระบุหากเงินกองทุนสูง 2 แสนล้านบาทอาจชะลอให้แบงก์นำส่ง เดินหน้าให้ความรู้ประชาชน หลังจะเริ่มคุ้มครองยอดเงินฝาก 1 ล้านบาท 11 ส.ค.นี้ (ที่มาภาพ: wsj.com)

1 มี.ค. 2559 สำนักข่าวไทย รายงานว่านายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะประธานกรรมการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 27 ก.พ. ที่ผ่านมาว่าระบบสถาบันการเงินปีที่ผ่านมามีเสถียรภาพอยู่ในเกณฑ์ดี สิ้นปี 2558 สถาบันการเงินทั้งระบบมีฐานะเงินกองทุนแข็งแกร่งและเพิ่มขึ้นอย่างต่อ ธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบเงินมีกำไรสุทธิ 193,000 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 17.45 จากเดิมร้อยละ 16.83 และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 14.60 จากเดิมร้อยละ 13.75 โดยมีสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ร้อยละ 2.56 จากร้อยละ 2.16 ปีก่อน ยอดเงินสำรองสำหรับสินเชื่อประมาณ 443,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 131 ของเอ็นพีแอล แม้ว่าสินเชื่อเอ็นพีแอลจะสูงขึ้นบ้างแต่ไม่มาก เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะและความมั่นคงของระบบสถาบันการเงิน

สำหรับกองทุนคุ้มครองเงินนำส่งจากสมาชิกสถาบันการเงินรวม 113,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2557 จำนวน 3,604 ล้านบาท โดยปี 2558 ได้รับเงินนำส่งจากสถาบันการเงินทั้งสิ้น 1,115 ล้านบาท จัดเก็บในอัตราร้อยละ 0.01 ต่อปี ของยอดเงินฝาก สำหรับการบริหารจัดการเงินกองทุน สคฝ.ได้นำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงตามที่กฎหมายกำหนด เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง ตราสารหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน เป็นต้น เพื่อให้กองทุนมีความมั่นคงและได้รับผลตอบแทนระดับเหมาะสม ปัจจุบันเงินกองทุนฯ นับว่าสูงมาก สคฝ.จึงศึกษาแนวทางการนำส่งเงิน หากยอดเงินนำส่งวงเงินสูง 200,000 ล้านบาท จะเสนอกระทรวงการคลังให้ธนาคารพาณิชย์หยุดนำส่ง เพราะเป็นระดับพอเหมาะในการดูแลรักษาเงินฝากของประชาชน

สำหรับการคุ้มครองเงินฝาก ปัจจุบัน สคฝ.ยังคงคุ้มครองเงินฝากวงเงิน 25 ล้านบาท จนถึงวันที่ 10 สิงหาคม 2559 หลังจากนั้นตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2559 เตรียมลดการคุ้มครองวงเงินเหลือเพียง 1 ล้านบาท มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 98 ของบัญชีเงินฝากทั้งหมด และมีจำนวน 69 ล้านบัญชี กำหนดให้คุ้มครองบัญชี ฝากเงิน 1 บัญชีต่อ 1 แบงก์ สำหรับผลิตภัณฑ์เงินฝากได้รับความคุ้มครอง คือ เงินฝากสกุลเงินบาท เช่น เงินฝากกระแสรายวัน บัตรเงินฝาก เงินฝากออมทรัพย์ ใบรับฝากเงิน เงินฝากประจำ ส่วนเงินฝากที่ไม่ได้รับการคุ้มครอง ได้แก่ เงินฝากสกุลเงินตราต่างประเทศ บัญชีเงินบาทของผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เงินฝากที่มีอนุพันธ์แฝง และเงินฝากระหว่างสถาบันการเงิน

สคฝ. จึงต้องเดินหน้าให้ความรู้เกี่ยวกับระบบคุ้มครองเงินฝากทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อให้ประชาชนผู้ฝากเงินและเจ้าหน้าที่สถาบันการเงินมีความเข้าใจและเชื่อมั่นระบบคุ้มครองเงินฝาก หลังจากทยอยลดการคุ้มครองเงินฝากลงต่ำกว่า 1 ล้านบาท และยังต้องแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์กับสถาบันประกันเงินฝากต่างประเทศที่ได้จัดทำบันทึกความร่วมมือด้วย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ลาว และอินโดนีเซีย เป็นต้น นอกจากนี้ ยังเสนอกระทรวงการคลังแก้ไขกฎหมายคุ้มครองเงินฝากในการอำนวยความสะดวกคืนเงินฝาก หากธนาคารมีปัญหาให้เกิดความรวดเร็วมากขึ้นภายใน 30 วัน จากเดิมต้องให้เจ้าของเงินฝากมาจากแจ้งประสงค์และมีขั้นตอนนานมาก เพื่อประโยชน์ของเจ้าหนี้และผู้ฝากเงิน

 
ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ