เปิด 'ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา' หลัง สนช.รับหลักการ

29 ก.ย. 2558 | อ่านแล้ว 730 ครั้ง


	เปิด 'ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา' หลัง สนช.รับหลักการ

ดาวน์โหลด 'ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา'  พบมีการแก้ไขเพิ่มเติมในประเด็นสำคัญ อาทิ การกำหนดวิธีการยึดทรัพย์ หรืออายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินเพื่อใช้ค่าปรับ การปรับปรุงอัตราเงินในการกักขังแทนค่าปรับ เป็นต้น

29 ก.ย. 2558 ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (การบังคับโทษปรับ การรอการกำหนดโทษและรอการลงโทษ และแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับโทษของผู้ใช้และผู้ถูกใช้) ตามที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ด้วยคะแนนเสียง 175 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี และงดออกเสียง 3 เสียง จากผู้เข้าร่วมประชุม 178 คน  พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาร่าง พ.ร.บ. จำนวน 21 คน กำหนดเวลาแปรญัตติ 7 วัน และกรอบระยะเวลาดำเนินงานภายใน 30 วัน

โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวชี้แจงหลักการและเหตุผล ว่า การปรับปรุงกฎหมายดังกล่าวเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาซึ่งเป็นกฎหมายหลักของประเทศ เกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการบังคับโทษปรับ ในประเด็นการยึดทรัพย์สิน หรืออายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินเพื่อใช้ค่าปรับ,ปรับปรุงอัตราเงินในการกักขังแทนค่าปรับให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน, ปรับปรุงจำนวนค่าปรับที่อาจขอทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ,  กำหนดหลักเกณฑ์ให้ศาลพิจารณารอการลงโทษสำหรับผู้กระทำความผิดซึ่งถูกลงโทษจำคุก หรือโทษปรับ และเพิ่มเงื่อนไขในการคุมความประพฤติได้ เพื่อให้โอกาสจำเลยได้กลับตัว รวมทั้งกำหนดเพิ่มโทษให้หนักขึ้นสำหรับผู้ใช้ให้บุคคลบางประเภท อาทิ เด็ก และผู้สูงอายุ ไปกระทำความผิด ขณะเดียวกันให้อำนาจศาลสามารถลดโทษแก่ผู้ถูกใช้ให้กระทำความผิดที่ให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินคดีได้ โดยมีกรมบังคับคดี และกรมคุมประพฤติ สังกัดกระทรวงยุติธรรม มาช่วยดำเนินการบังคับใช้โทษปรับกรณีผู้ถูกปรับไม่ยอมจ่ายค่าปรับให้มีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นเครื่องมือให้ศาลใช้พิจารณาคดีต่างๆ ให้เกิดความเป็นธรรมต่อไป

ด้านสมาชิก สนช.ส่วนใหญ่อภิปรายเห็นด้วยกับการปรับปรุงกฎหมายดังกล่าว อย่างไรก็ตามได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับอัตราเงินกรณีการกักขังแทนค่าปรับวันละ 300 บาท โดยเทียบจากอัตราค่าแรงขั้นต่ำนั้นยังไม่สมเหตุสมผลเท่าที่ควร โดยเห็นว่าควรมีอัตราสูงมากกว่าค่าแรงขั้นต่ำในปัจจุบัน  พร้อมเห็นว่าผู้กระทำความผิดที่ไม่สามารถชำระค่าปรับได้ควรทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนการกักขัง เนื่องจากเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้กระทำความผิดได้ใกล้ชิดกับสังคมมากขึ้น อาจทำให้ผู้กระทำความผิดมีความประพฤติที่ดีได้ง่ายขึ้น

ทั้งนี้ ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว มีการแก้ไขเพิ่มเติมในประเด็นสำคัญ อาทิ การกำหนดวิธีการยึดทรัพย์ หรืออายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินเพื่อใช้ค่าปรับ การปรับปรุงอัตราเงินในการกักขังแทนค่าปรับ เป็นต้น

>>สามารถคลิ๊กดาวน์โหลดได้ที่นี่<<

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ