สรุปข่าวอาเซียนประจำสัปดาห์ 23-29 มี.ค. 2558

ทีมข่าว TCIJ 28 มี.ค. 2558 | อ่านแล้ว 431 ครั้ง


	สรุปข่าวอาเซียนประจำสัปดาห์ 23-29 มี.ค. 2558
ภาพจาก Straitstimes

สิงคโปร์

ลี กวน ยู อดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกของสิงคโปร์ ถึงแก่อสัญกรรม ด้วยวัย 91 ปี หลังรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลาหลายเดือนติดต่อกันจากอาการปอดบวมขั้นรุนแรง รัฐบุรุษผู้นำประเทศตั้งแต่ช่วงสิงคโปร์อยู่ใต้อาณานิคมอังกฤษ ลีกวนยูเปลี่ยนแปลงสิงคโปร์จากประเทศเล็กๆ ในอุษาคเนย์ให้กลายเป็นรัฐอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ก้าวเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในระยะเวลาเพียงชั่วอายุคน อย่างไรก็ตาม แม้จะได้รับความสำเร็จในด้านเศรษฐกิจ แต่ลี กวน ยู เคยถูกวิจารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่ายในสิงคโปร์รวมถึงนานาชาติ ในประเด็นละเมิดสิทธิมนุษยชน อาทิ ลงโทษทางร่างกายผู้กระทำผิดกฎหมาย ควบคุมสื่อและจับกุมผู้สื่อข่าวจำนวนมาก ทำให้สิงคโปร์เป็นประเทศที่เข้มงวดทางการเมืองมากที่สุดประเทศหนึ่งในเอเชีย ลิงค์ข่าว

อินโดนีเซีย

รัฐบาลอินโดนีเซียถูกกดดันให้ประกาศต่อต้านกลุ่มแบ่งแยกรัฐอิสลาม (Islamic State jihadist) ว่าเป็นกลุ่มก่อการร้ายและสั่งห้ามเข้าประเทศอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ ภายหลังหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายของอินโดนีเซีย (Indonesia’s National Counterterrorism Agency ) รายงานว่ามีชาวอินโดนีเซียประมาณ 500 คน เดินทางไปเข้าร่วมขบวนการดังกล่าว และมีบางส่วนกลับมาแผยแพร่แนวคิดของกลุ่ม รัฐบาลจึงจำเป็นจำเป็นต้องหยุดการเคลื่อนไหวและมีสิทธิ์ดำเนินคดีอาญากับผู้เข้าร่วมขบวนการ ลิงค์ข่าว

ชาวฝรั่งเศสประท้วงการประหารนาย Serge Atlaoui ชายชาวฝรั่งเศสที่ถูกจับกุมในอินโดนีเซีย และถูกขังอยู่ที่เกาะ Nusakambangan ในหมู่เกาะชวา ซึ่งเป็นรู้จักในนาม 'เกาะคุกอัลคาทราซ' (Alcatraz) โดยการประท้วงจัดขึ้นในวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้ช่วยชีวิตนาย Serge Atlaoui หลังถูกตัดสินประหารชีวิตตั้งแต่ปี 2007 ลิงค์ข่าว

อินโดนีเซียต้องการมีบทบาทที่สำคัญใน Asian Infrastructure Investment Bank (AIIB) ที่จะเริ่มในปลายปีนี้ โดย โจโค วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซียคาดหวังที่จะได้รับตำแหน่งสำคัญในธนาคารดังกล่าว และต้องการที่จะร่วมลงทุนเพื่อสร้างถนนและท่าเรือแห่งใหม่ รวมถึงสะพานในหมู่เกาะหลัก ด้านรัฐมนตรีกระทรวงการคลังของอินโดนีเซียเผยว่า อย่างน้อยที่สุดตำแหน่งรองประธานก็ควรเป็นของผู้นำในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลิงค์ข่าว

พม่า

กลุ่มติดอาวุธ Ta’ang National Liberation Army (TNLA) ที่สนับสนุนโดยรัฐบาลพม่า เข้าตรวจและทำลายการปลูกฝิ่นบริเวณพื้นที่ภูเขาทางตอนเหนือ ใกล้เมืองน้ำคำ รัฐฉาน ลิงค์ข่าว

กลุ่มนักศึกษาพม่าที่ถูกคุมขัง 80 คนเดินทางไปฟังคำตัดสินที่ศาลกลางของพม่า จากคำพิพากษามีเพียง 11 คนได้รับการปล่อยตัว ในขณะที 69 คนที่เหลือต้องโทษจำคุก เครือข่ายทนายความพม่า ให้สัมภาษณ์ว่านักศึกษาถูกดำเนินคดีหลายข้อหาด้วยกัน เช่น รวมคัวกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อจลาจล หรือกระทั่งปองร้ายต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้โทษจำคุกที่ได้รับลดหลั่นกันไป อย่างไรก็ตามโทษหนักที่สุดคือถูกจำคุก 3 ปี และการตัดสินคดีตรั้งต่อไปจะมีขึ้นในวันที่ 7 เมษายน ซึ่งจะครบรอบ 4 อาทิตย์หลังวันจับกุม ลิงค์ข่าว

เรือข้ามฟากชายแดนแม่สอด-เมียวดี เปิดให้บริการอีกครั้งในวันอังคารที่ผ่านมา หลังจากกลุ่ม Karen State Border Guard Force (BGF) และทางการไทยขัดแย้งกันในเรื่องการนำเข้าน้ำมันดีเซล โดยที่ฝั่งรัฐกะเหรี่ยงขาดแคลนน้ำมันมาเป็นเวลาสองสัปดาห์เต็ม ส่งผลให้ท่าเรือข้ามฟากแม่น้ำเมยกว่า 20 ท่าถูกปิดชั่วคราว เรือข้ามฟากเหล่านี้ถูกควบคุมโดย BGF และส่วนใหญ่ใช้ขนส่งจักรยานยนต์และยานพาหนะนำเข้า สินค้าครัวเรือนและเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเจรจากันสำเร็จ และทางการไทยกำชับให้ผู้ประกอบการต้องมีการปรับปรุงท่อส่งน้ำมันเพื่อรองรับความปลอดภัย ลิงค์ข่าว

ชายคนหนึ่งลุกขึ้นประท้วงกลางการที่ประชุมสถาบันสื่อมวลชนนานาชาติ ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงข้อมูลข่าวสารกำลังกล่าวเปิดงานบนเวที โดยชายคนดังกล่าวสวมหน้ากากและถือป้ายที่เขียนว่า "หยุดทำรัาย จับกุม กักขังนักข่าว" การประชุม World Congress จัดขึ้นที่โรงแรมชาเตรียมในเมืองย่างกุ้ง ขณะที่หน้าโรงแรมมีกลุ่มผู้สื่อข่าวและผู้เรียกร้องการปฏิบัติต่อสื่อพม่ารวมตัวประท้วงอยู่ด้วยเช่นกัน ลิงค์ข่าว

เวียดนาม

การตัดสินใจย้ายฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าของ Samsung Electronics Co.Ltd, LG Corp. และ Intel Corp. จากไทยสู่เวียดนาม กระตุ้นให้เศรษฐกิจเวียดนามกลับมาผงาดอีกครั้งและมีเปอร์เซ็นต์การขยายตัวของเศรษฐกิจมากกว่า 7% บวกกับการที่เวียดนามอยู่บนเส้นทางขนส่งสินค้าสำคัญของโลก ในขณะที่ประชากรเด็กมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สวนทางกับนานาประเทศที่มีปัญหาเรื่องจำนวนผู้สูงอายุ ส่งผลให้ภาพรวมของเศรษฐกิจเวียดนามในช่วงที่ผ่านมามีแนวโน้มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลิงค์ข่าว

กัมพูชา

สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ทำพิธีเปิดมัสยิดอัลเซอคัล (Alserkal) ซึ่งเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในกัมพูชา ตั้งอยู่ที่กรุงพนมเปญ โดยมีประชาชนมุสลิมกัมพูชาจำนวนมากเข้าร่วมในพิธีเปิด มัสยิดดังกล่าวสร้างโดยเศรษฐีชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 'เชค อีซา บินนัสเซอร์ อับดุลลาตีฟ อัลเซอร์คัล' (Eisa Bin Nasser Abdullatif Alserkal) ด้วยจำนวนเงิน 2.9 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 87 ล้านบาท ขณะที่ประเทศกัมพูชามีชาวมุสลิมอาศัยอยู่ประมาณ 6 แสนคน “พิธีเปิดมัสยิดครั้งนี้แสดงให้เห็นชัดเจนถึงการมีเสรีภาพทางความเชื่อและพิธีกรรมทางศาสนาในประเทศกัมพูชา และทุกกิจกรรมทางศาสนาได้รับการรับรองโดยรัฐ บนเงื่อนไขที่ว่าเสรีภาพดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อและศาสนาอื่นๆ” ฮุนเซนกล่าวหลังพิธีเปิด ลิงค์ข่าว

ที่มา

http://www.irrawaddy.org

http://thejakartaglobe.beritasatu.com

www.channelnewsasia.com

www.thanhniennews.com

http://www.aa.com.tr/en

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์

www.facebook.com/tcijthai

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ