อัดฉีดสู้ภัยแล้งตำบลละล้านคืบหน้ากว่า 98% แล้ว

14 เม.ย. 2558 | อ่านแล้ว 935 ครั้ง


	อัดฉีดสู้ภัยแล้งตำบลละล้านคืบหน้ากว่า 98% แล้ว

โครงการสนับสนุนเงินทุนสำหรับประกอบอาชีพหน้าแล้งตำบลละไม่เกิน 1 ล้านบาท 3,051 ตำบล คณะกรรมการระดับกระทรวงพิจารณาผ่านโครงการแล้วจำนวน 6 ครั้ง 6,596 โครงการ วงเงิน 3,004 ล้านบาท คิดเป็น 98.47% ของวงเงินทั้งโครงการ มีครัวเรือนเกษตรกรได้รับประโยชน์ 2,605,196 ครัวเรือน มีเกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน 352,368 ราย (ที่มาภาพ: ไทยรัฐออนไลน์)

14 เม.ย. 2558 ไทยรัฐออนไลน์รายงานว่านายโอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการสร้างรายได้และพัฒนาการเกษตรแก่ชุมชนเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง หรือโครงการสนับสนุนเงินทุนสำหรับประกอบอาชีพหน้าแล้งตำบลละไม่เกิน 1 ล้านบาท 3,051 ตำบล คณะกรรมการระดับกระทรวงพิจารณาผ่านโครงการแล้วจำนวน 6 ครั้ง 6,596 โครงการ วงเงิน 3,004 ล้านบาท คิดเป็น 98.47% ของวงเงินทั้งโครงการ มีครัวเรือนเกษตรกรได้รับประโยชน์ 2,605,196 ครัวเรือน มีเกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน 352,368 ราย แบ่งเป็นลักษณะกิจกรรม 4 ลักษณะที่กำหนด คือ 

1. กิจกรรมเพื่อจัดการแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรของชุมชน 50.44%

2. กิจกรรมปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 40.84% 

3. กิจกรรมการผลิตทางการเกษตรและการแปรรูปผลผลิตเกษตรเพื่อสร้างรายได้ในฤดูแล้ง 6.96% 

4. กิจกรรมเพื่อลดความสูญเสียผลผลิตเกษตร 1.76 % 

และได้ดำเนินการเสนอ ของบประมาณสำนักงบประมาณแล้วประมาณ 2,694.234 ล้านบาท คิดเป็น 88.31 % ซึ่งสำนักงบประมาณอนุมัติงบประมาณแล้ว 1,455 โครงการวงเงินงบประมาณ 628.25 ล้านบาท คิดเป็น 20.59 %

สำหรับขั้นตอนของการเบิกจ่ายเงินในโครงการสร้างรายได้ฯ จะเป็นไปอย่างโปร่งใส โดยการจ่ายเงินถึงชุมชนจะผ่าน ระบบบัญชีเงินฝากของธนาคารทั้งหมด ส่วนค่าใช้จ่ายวัสดุจะต้องมีการทำบัญชีและการเบิกจ่ายค่าวัสดุของชุมชน โดยชุมชนจะได้รับคำแนะนำจากกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เพื่อให้ถูกต้องตามระเบียบและเงื่อนไข ส่วนงบประมาณการจ้างงาน ของแต่ละชุมชนจะโอนเข้าบัญชีเงินฝากของเกษตรกรตามข้อตกลงการจ้างแรงงาน โดยได้รับความร่วมมือจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในการลดหย่อนค่า ธรรมเนียมอีกด้วย

นายสุรศักดิ์ พันธ์นพ รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า สศก.จะจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่โครงการตำบลละ 1 ล้านบาท ทั้ง 58 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.นี้เป็นต้นไป เพื่อประเมินผลกระทบจากโครงการ ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริหารโครงการระดับกระทรวงต่อไป

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ