สรุปข่าวอาเซียนประจำสัปดาห์ 7 - 13 ก.ย. 2558

13 ก.ย. 2558


	สรุปข่าวอาเซียนประจำสัปดาห์ 7 - 13 ก.ย. 2558

กัมพูชา

H&M เล็งขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในกัมพูชา / ท่ามกลางบรรยากาศการเรียกร้องให้ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในแก่พนักงานโรงงานผลิตเสื้อผ้าของประเทศกัมพูชา บริษัทค้าปลีกเสื้อผ้ารายใหญ่ที่สองของโลกอย่าง H&M มีแผนที่จะเพิ่มค่าแรงให้แก่พนักงาน โดยหวังว่าค่าแรงที่สูงขึ้นจะปรับความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นและเพิ่มผลผลิตการทำงาน ตัวแทนจาก H&M เผยว่าบริษัทมีแผนที่จะจัดการค่าแรงในโรงงานทั้ง 68 แห่งในจีน บังคลาเทศ และกัมพูชา เพื่อให้พนักงานได้รับค่าแรงที่ดีขึ้นและยุติธรรม แต่ถึงขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดค่าแรงที่แน่นอน อย่างไรก็ตามรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานกัมพูชาก็มีแผนที่จะเจรจาเรื่องค่าแรงขั้นต่ำกับทั้งสหภาพแรงงานและภาคเอกชนในเดือนตุลาคม ลิงค์ข่าว

พม่า

USDP พรรครัฐบาลพม่าและ NLD พรรคคู่แข่งเริ่มหาเสียงในมัณฑะเลย์ / การรณรงค์หาเสียงในพม่าเริ่มต้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Union Solidarity and Development Party หรือ พรรค USDP ที่กุมอำนาจอยู่ในขณะนี้เริ่มต้นแคมเปญหาเสียงแล้ว พร้อมด้วยพรรคคู่แข่งสำคัญ National League for Democracy หรือพรรค NLD โดยทั้งสองพรรคเริ่มที่เมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของประเทศ อย่างเมืองมัณฑะเลย์ แคมเปญจะสิ้นสุดในวันที่ 6 พฤศจิกายน ก่อนการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศพม่า ลิงค์ข่าว

ฟิลิปปินส์

อัตราว่างงานในฟิลิปปินส์เดือนก.ค. ลดเหลือร้อยละ 6.5 / philstar.com รายงานว่า สถิติเกี่ยวกับการว่างงานที่ประกาศโดยรัฐบาลฟิลิปปินส์เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา อัตราว่างงานของฟิลิปปินส์อยู่ที่ร้อยละ 6.5 ลดลงร้อยละ 0.2 เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีที่แล้ว Arsenio M. Balisacan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวางแผนเศรษฐกิจฟิลิปปินส์เผยว่าว่า อัตราเติบโตที่ดีของเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ทำให้ตลาดแรงงานมีสภาพดีขึ้นในเดือนกรกฎาคม ส่วนเดือนมกราคมและเดือนเมษายนปีนี้ อัตราว่างงานของฟิลิปปินส์ก็ลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่สถิติก็ปรากฏว่า เดือนกรกฎาคมนี้ อัตราการทำงานตำกว่าระดับมากถึงร้อยละ 20.8 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีที่แล้วที่อยู่ในระดับร้อยละ 18.3 ลิงค์ข่าว

อินโดนีเซีย

สองนักการเมืองอินโดนีเซีย ตกเป็นเป้าวิจารณ์หนักหลังปรากฏตัวในการหาเสียงของ Donald Trump / สำนักข่าว Voice of America รายงานว่าสมาชิกรัฐสภาอินโดนีเซีย 2 คน คือ ประธานสภาผู้แทนราษฏรอินโดฯ นาย Setya Novanto และ รองประธานรัฐสภา นาย Fadli Zon ตกเป็นเป้าของการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงในอินโดนีเซีย หลังจากทั้งสองคนไปปรากฏตัวในการปราศรัยหาเสียงของนาย Donald Trump มหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และผู้ลงสมัครเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันในการชิงตำแหน่ง ปธน.สหรัฐฯ ปลายปีหน้า ประธานสภากิตติมศักดิ์ของอินโดนีเซีย นาย Syarifuddin Suding กล่าวในวันพฤหัสบดีว่า จะมีการลงโทษนักการเมืองอินโดฯ ทั้งสองคน ส่วนบทลงโทษจะรุนแรงแค่ไหน ขึ้นอยู่กับผลการสอบสวนว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ลิงค์ข่าว

อินโดนีเซียคาดส่งออกน้ำมันลดลง 200,000 บาร์เรลต่อวัน / อินโดนีเซียคาดยอดส่งออกน้ำมันดิบอาจลดลง 200,000 บาร์เรลต่อวัน หรือประมาณร้อยละ 25 ของผลผลิตทั้งหมดของประเทศ เนื่องจากรัฐบาลต้องการใช้โรงกลั่นน้ำมันให้เต็มประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีแผนจะยกเลิกการชำระผ่านหนังสือสินเชื่อให้แก่ผู้ส่งออกก๊าซและน้ำมัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ส่งออก ลิงค์ข่าว

ฐานเสียงในบ้านเกิดของนายกรัฐมนตรีมาเลเซียยืนยันสนับสนุนท่ามกลางการต่อต้านและกดดันให้ลาออก / ชาวบ้านในเมือง Pekan ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย Datuk Seri Najib Razak เผยว่ารับรู้ข่าวสารและการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับโครงการ 1Malaysia Development Berhad (1MDB) และการข้อกล่าวหาที่ว่านายกฯยักยอกเงินกว่า 2.6 ล้านริงกิตเข้าบัญชีตนเอง และยังรับรู้เกี่ยวกับการที่อดีตนายกรัฐมนตรี Tun Dr Mahathir Mohamad ออกมาเรียกร้องให้นายกฯลาออกจากตำแหน่ง แต่อย่างไรก็ตามชาวบ้านที่นี่ก็ยังยืนยันจะสนับสนุนนายกรัฐมนตรี Datuk Seri Najib Razak ต่อไป Wan Hassan Wan Rudin คนในพื้นที่วัย 72 ให้สัมภาษณ์ว่า “ฉันก็อ่านข่าว ฉันรู้ว่า Tun Dr Mahathir Mohamad ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นายกฯและเรียกร้องให้ออกจากตำแหน่ง ทั้งๆที่ Dr Mahathir ควรจะเห็นบุญคุณของนายกมากกว่านี้ เนื่องจาก Tun Abdul Razak (พ่อของ Najib Razak) ได้รับเขาเข้าพรรคอีกครั้งหลังจากถูกถอนจากพรรคในปี 1969” ลิงค์ข่าว

 

 

ที่มา

http://www.irrawaddy.org

http://burmatimes.net

http://thejakartaglobe.beritasatu.com

http://www.themalaysianinsider.com

http://edition.cnn.com

news.xinhuanet.com/english

www.bbc.com

http://www3.nhk.or.jp/nhkworld/thai

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ