กลุ่มสุราชุมชนโคราชประท้วง โวยรัฐรังแกรายเล็กหมดตัวหนี้ท่วมหัว

10 ก.ย. 2558


	กลุ่มสุราชุมชนโคราชประท้วง โวยรัฐรังแกรายเล็กหมดตัวหนี้ท่วมหัว

กลุ่มวิสาหกิจสุรากลั่นชุมชนโคราชกว่า 100 คน บุก สนง.สรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา ขอให้ยกเลิกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต โวยรัฐรังแกผู้ประกอบการรายเล็กทำเดือดร้อนหนักหมดตัวหนี้สินท่วมหัว (ที่มาภาพข่าว: ASTV ผู้จัดการออนไลน์)

10 ก.ย. 2558 ASTV ผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่าเมื่อวันที่ 8 ก.ย. ที่ผ่านมาที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา กลุ่มวิสาหกิจสุรากลั่นชุมชนโคราช กว่า 100 คน นำโดย นายสมคิด หอมเนตร ทนายความ นางกรรณลิภา ดื่มพุดซา และ นายธวัช สังข์สุข แกนนำกลุ่มวิสาหกิจสุราชุมชนบ้านพุดซา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้รวมตัวกันเดินทางมายื่นหนังสือเพื่อเรียกร้องขอให้ยกเลิกและเพิกถอนคำสั่ง กรณีเพิกถอนใบอนุญาตทำสุราของผู้ประกอบการสุรากลั่นชุมชนในจังหวัดนครราชสีมาจำนวน 12 แห่ง ก่อนเดินทางเข้ายื่นคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินที่ศาลปกครองนครราชสีมา      

ทั้งนี้ในระหว่างที่ นางสุวรรณา มีทอง สรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา มารับหนังสือร้องเรียนเกิดเหตุชุลมุนขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากผู้ประกอบการรายหนึ่งเป็นหญิงเดินเข้าไปต่อว่าต่อหน้าสรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมาว่าเลือกปฏิบัติและรังแกผู้ประกอบการรายเล็ก ไม่เห็นใจคนทำมาหากิน แม้ว่าจะทำตามข้อกำหนดที่ทางรัฐกำหนดให้มาแล้วก็ยังต้องถูกเพิกถอนใบอนุญาต ทุกวันนี้หนี้สินท่วมหัวลูกน้องตกงานชีวิตไม่เหลืออะไรแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้ามายืนคุมสถานการณ์อยู่ใกล้ๆ แต่ไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นแต่อย่างใด       

นายสมคิด หอมเนตร ทนายความและแกนนำกลุ่มวิสาหกิจสุราชุมชนบ้านพุดซา เปิดเผยว่า หลังจากสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมาได้มีหนังสือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของผู้ประกอบการสุรากลั่นชุมชนจำนวน 12 รายนั้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการและลูกจ้างได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากขาดรายได้และมีหนี้สินจำนวนมากที่ค้างจ่ายอยู่       

วันนี้จึงรวมตัวกันมายื่นหนังสือต่อหน่วยงานที่กำกับดูแลและสั่งการให้มีการเพิกถอนใบอนุญาต โดยอ้างว่าสถานที่ทำสุราของผู้ประกอบการในจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 10 ราย และบุรีรัมย์อีก 2 รายไม่เป็นไปตามแบบแปลนแผนผังที่ได้ยื่นขอไว้ โดยได้มีการก่อสร้างหอกลั่นสุราซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขแบบแปลนแผนผังสถานที่ทำสุราโดยไม่ได้ยื่นขออนุญาตต่อสรรพสามิตพื้นที่ล่วงหน้า จึงได้ทำการเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าว ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก       

ทั้งที่สุรากลั่นชุมชนเกิดขึ้นจากนโยบายของรัฐบาลเพื่อต้องการให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีกิจการเป็นของตัวเอง แต่วันนี้รัฐกลับมาจัดการกับผู้ประกอบการรายเล็กๆ ที่มีรายได้พอเลี้ยงตัวเองและครอบครัว การสั่งปิดกิจการส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่อย่างมาก หนี้สินที่ต้องชำระให้เจ้าหนี้ที่กู้เงินมาลงทุนก็ไม่มี ลูกจ้างก็ตกงานเป็นปัญหาทางสังคมเพิ่มอีก      

ด้านนางสุวรรณา มีทอง สรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา กล่าวว่า จะส่งเรื่องดังกล่าวไปยังส่วนกลางเพื่อพิจารณาดำเนินการในการช่วยเหลือ เนื่องจากหน่วยงานในพื้นที่ต้องทำตามคำสั่งของส่วนกลาง และรู้สึกเห็นใจผู้ประกอบการเนื่องจากเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน แต่ผู้ประกอบการเองต้องซื่อสัตย์ต่อธุรกิจตัวเอง ต้องทำตามที่กฎหมายกำหนดให้ และนายกรัฐมนตรีได้มีนโยบายให้กรมกำกับดูแลโรงงานสุราชุมชนให้ถูกต้อง การอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวนี้ขึ้นอยู่กับส่วนกลางจะพิจารณาดำเนินการต่อไป      

นางสุวรรณากล่าวอีกว่า จ.นครราชสีมามีผู้ประกอบการผลิตสุรากลั่นชุมชนที่ได้รับใบอนุญาตรวม 23 แห่ง จ่ายค่าอากรแสตมป์ให้แก่สรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมาปีละกว่า 400 ล้านบาท และถูกสั่งปิดกิจการไปจำนวน 10 แห่ง ส่วนจะเปิดให้ขอใบอนุญาตใหม่ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับส่วนกลางจะสั่งการลงมา แต่คงต้องมีการร่างข้อบังคับใหม่เพิ่มเติมเพื่อให้มีความชัดเจนมากกว่านี้และไม่เกิดปัญหาขึ้นอีก เช่น การยื่นแผนผังสถานที่จะต้องระบุลงไปให้ชัดเจนว่ามีอะไรบ้าง ไม่ใช่แค่พอสังเขปเหมือนที่ผ่านมา 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ