ดูสถานะ 'กองทุนประกันสังคม' ก่อนร่วมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ 200,000 ล้าน

9 มิ.ย. 2558 | อ่านแล้ว 972 ครั้ง


	ดูสถานะ 'กองทุนประกันสังคม' ก่อนร่วมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ 200,000 ล้าน

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) มีงบประมาณการลงทุนสูงที่สุดจำนวน 400,000 ล้านบาท คณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ เรื่องการลงทุนที่เป็นยุทธศาสตร์ เป็นการลงทุนในภาครัฐต่างๆ เช่น การก่อสร้างระบบรถไฟ ระบบบริหารน้ำ โดยแบ่งงบประมาณการลงทุนไว้ 200,000 ล้านบาทให้รัฐบาลกู้ ลองมาดูสรุปผลการบริหารกองทุนประกันสังคม (ณ 30 มิถุนายน 2557 ก่อนเข้าไปถือหุ้นบริษัทบางจาก) กัน

9 มิ.ย. 2558 สืบเนื่องจากกรณีคณะกรรมการประกันสังคม มีมติเอกฉันท์ปล่อยกู้ 2 แสนล้าน ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล ชี้ มั่นคง-ผลตอบแทนดี กระทรวงกาาคลังเตรียมออกกฎหมายรองรับนั้น ซึ่งนายนคร ศิลปอาชา ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมานั้น ถึงข่าวกระทรวงการคลัง ชักชวนกองทุนประกันสังคม ร่วมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลจำนวน 200,000 ล้านบาท กรรมการบอร์ด สปส.บางคนเห็นว่าควจะกระจายการลงทุน ว่าปีนี้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) มีงบประมาณการลงทุนสูงที่สุดจำนวน 400,000 ล้านบาท คณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดสปส.) จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ เรื่องการลงทุนที่เป็นยุทธศาสตร์ เป็นการลงทุนในภาครัฐต่างๆ เช่น การก่อสร้างระบบรถไฟ ระบบบริหารน้ำ โดยแบ่งงบประมาณการลงทุนไว้ 200,000 ล้านบาทให้รัฐบาลกู้ โดยมีข้อแม้ว่ารัฐจะต้องออกพันธบัตรค้ำประกันให้ สปส. ดอกเบี้ยประมาณร้อยละ 3 – 3.5 ซึ่งได้เสนอมติไปยังกระทรวงการคลังแล้ว กระทรวงการคลังเห็นชอบในหลักการ และหากดำเนินการต่อไป กระทรวงการคลังต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อกู้เงิน ส่วนกรณีที่เครือข่ายแรงงานมีความเป็นห่วงในเรื่องความมั่นคงและความคุ้มค่าในการลงทุน แม้ผลตอบแทนอาจไม่มากเท่ากับการนำเงินไปลงทุนต่างประเทศ แต่ได้ผลตอบแทนในอัตราที่คุ้มค่า ส่วนเรื่องของความมั่นคง ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะรัฐบาลเป็นผู้ประกัน ทั้งนี้ จะระบุรายละเอียดการจ่ายเงินคืนและผลตอบแทนใน พ.ร.บ. ยืนยันว่าไม่กระทบต่อการจ่ายเงินกรณีบำเหน็จและบำนาญชราภาพแน่นอน นอกจากจะมีการออกพันธบัตรเพื่อกู้เงิน สปส.แล้ว พ.ร.บ.นี้จะออกพันธบัตรเพื่อใช้หนี้เงินสมทบที่รัฐค้างจ่าย สปส.เป็นเงินกว่า 80,000 ล้านบาทด้วย โดยที่ผ่านมาไม่มีการนำเงินให้รัฐบาลกู้ในลักษณะนี้มาก่อน และในเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลหรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ให้ สปส.ปล่อยเงินกู้

ด้าน น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับมติของ สปส.ให้รัฐบาลกู้เงินไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพราะอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของกองทุนและอนาคตของผู้ประกันตนกว่า 13 ล้านคน เนื่องจาก สปส.ต้องทยอยจ่ายเงินสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพให้ผู้ประกันตน หากนำเงินไปลงทุนจำนวนมากโดยไม่มีหลักประกัน อาจกระทบต่อการจ่ายเงินสิทธิประโยชน์ดังกล่าว ทั้งนี้ภายในเดือนมิถุนายนนี้ จะขอเข้าพบ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านและสอบถามรายละเอียดอีกครั้ง

ข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคม พบว่ากองทุนประกันสังคมเริ่มลงทุนในหุ้นเมื่อปี พ.ศ. 2546 แม้หุ้นจะจัดเป็นสินทรัพย์เสี่ยง แต่การลงทุนระยะยาว เน้นเฉพาะหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และรักษาวินัยการลงทุนอย่างเคร่งครัด ทำให้ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนเฉลี่ยปีละ 15% โดยได้รับกำไรจากการขายและเงินปันผลสะสมมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ดี ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาสำนักงานประกันสังคมเน้นลงทุนในแบบ Passive โดยมักจะมีสัดส่วนการถือหุ้นในแต่ละบริษัทไม่เกิน 3-4% ของจำนวนหุ้นจดทะเบียน ทั้งนี้ เมื่อกองทุนมีขนาดใหญ่และเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนมีเงินลงทุนมากกว่า 1.25 ล้านล้านบาท ในปัจจุบันหากเห็นว่าสำนักงานประกันสังคม มีโอกาสที่ดีที่จะได้ลงทุนในหุ้นปัจจัยพื้นฐานดี สามารถพิจารณาลงทุนในสัดส่วนที่มาก (5-10% ของจานวนหุ้นจดทะเบียน) ได้ โดยให้นับเป็น Strategic Investment พร้อมทั้งพิจารณาส่งผู้แทนร่วมเป็นกรรมการบริษัท ซึ่งการลงทุนแบบ Strategic Investment นี้เป็นแบบแผนปฏิบัติตามมาตรฐานสากลของกองทุนชั้นนาทั่วไป อาทิ GIC และ Temasek ของสิงคโปร์, EPF ของมาเลเซีย และ CPPIB ของแคนาดา

สรุปผลการบริหารกองทุนประกันสังคม (ณ 30 มิถุนายน 2557 ก่อนเข้าไปถือหุ้นบริษัทบางจาก) มีดังนี้

 
ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ